เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

บางจาก จ่อขึ้นท็อป 10 อาเซียน “ชัยวัฒน์” ดันยอด 6 แสนล้าน โต 5 เท่า

04 ก.ย. 2567 | 16:14น.
ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช

บางจากในมือซีอีโอ “ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช” 10 ปี ยอดขาย-EBITDA เติบโต 5 เท่า ปี’67 กวาดรายได้ 6 แสนล้าน ลุ้นฟอร์จูนอันดับขึ้นท็อป 10 ในอาเซียน กางแผนเน็กต์สเต็ป 6 ปี ทุ่มลงทุน 1.2 แสน ลบ. ดัน EBITDA แตะ 1 แสนล้าน ยอดขาย 1 ล้านล้านบาท ในปี’73 รุกขยายธุรกิจแหล่งทรัพยากร E&P ปั๊มพลังงานสีเขียว จ่อเปิดไลน์ผลิตน้ำมันเครื่องบิน SAF รับเทรนด์โลก ไตรมาส 2/68 ดันยอดขาย 1.8 หมื่นล้าน ปูพรมเพิ่มเครือข่ายสถานีบริการกว่า 2,400 แห่ง

ปีนี้ถือว่าเข้าสู่ปีที่ 10 การดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของ “ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช” ผู้ที่แปลงโฉมจากปั๊มน้ำมันสหกรณ์ สู่ธุรกิจยักษ์ใหญ่พลังงานที่แข็งแกร่งในประเทศไทย สามารถสร้างการเติบโตได้ 5 เท่า กำลังก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 และมองถึงอนาคตการเป็นองค์กร 100 ปี ตามแนวทาง “บางจาก100X”

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า วันที่ผมเข้ามา เป็นวันที่ ปตท.ขายหุ้น บางจากกลายเป็นลูกกำพร้า หลายคนมองว่าจะต่อยอดได้ไหม ผ่านมา 10 ปี บางจากเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง วันแรกมีสถานีบริการน้ำมันเพียง 800-900 แห่ง

หลัก ๆ เป็นปั๊มสหกรณ์ แต่มาปัจจุบันมี 2,214 แห่ง และจะไปถึง 2,400 แห่งในปี 2030 และมีโรงกลั่นเล็ก ๆ 1 โรง ตอนนี้มีโรงกลั่นที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก 2 แห่ง คือ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง และโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา

ปีแรกที่เข้ามา ยอดขายประมาณ 120,000 ล้านบาท ปีนี้จะโตขึ้น 5 เท่า 600,000 ล้านบาท เป็นไปได้ สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 500,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกทำไปแล้วถึง 293,438 ล้านบาท ทั้งยังมีสินทรัพย์ 353,122 ล้านบาท ขณะที่ตัวเลข EBITDA ปีแรกจาก 7,000-8,000 ล้านบาท ขยับเป็น 42,000 ล้านบาทปีที่แล้ว โต 5 เท่าเช่นกัน

สู่ท็อป 10 อาเซียน

“ปัจจุบันบางจากได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทอันดับที่ 24 ในฟอร์จูน 500 ในอาเซียน เรามีเป้าหมายว่าหากปีนี้สามารถทำยอดขายได้ 600,000 ล้านบาท ปีหน้าจะสามารถขยับสู่ท็อป 10 ในอาเซียนได้ ในปี 2568 ยอดขายจะเติบโต 20% ซึ่งก็น่าจะมากกว่า 700,000 ล้านบาท จากนั้นไปถึง 2030 (2568-2573) เราวางกลยุทธ์ บางจาก100X มีเป้าหมายเพิ่ม EBITDA เป็น 100,000 ล้านบาท และจะเห็นยอดขาย 1 ล้านล้านบาท”

นอกจากนี้ กลุ่ม S&P Global เราอยู่ในอันดับ 2 ในสาขาธุรกิจนี้ และเป็น 1 ใน 7 ของบริษัทไทยที่เป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งที่ผ่านมาบางจากเปลี่ยนสัญลักษณ์เป็นใบไม้ใบใหม่ สะท้อนภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านพลังงานของประเทศที่มีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“สถานะบางจากจากกึ่งรัฐวิสาหกิจวันนี้ก็มีความเป็นเอกชนมากขึ้น สัดส่วน 61.21% มีความคล่องตัวในการบริหารและเติบโตขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงจากโรงกลั่นที่เล็กที่สุดในประเทศไทยมาสู่โรงกลั่นที่ดีที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นโรงกลั่นเดียวในประเทศไทยที่ได้รับ TQA ซึ่งเป็นรางวัลคุณภาพที่ดีที่สุดในประเทศไทยในปี 2565

และเป็นอันดับ 1 และหนึ่งเดียวในรางวัล Best Employers โดย KINCENTRICS หมายความว่าเราเป็นองค์กรที่พนักงานอยู่แล้วมีความสุข คนเก่ง ๆ อยากมาทำงานกับเรามากขึ้น ทำให้มีพนักงานที่จะมาสืบทอดความยั่งยืนของเรา แนวคิด 100X เราอยากเห็นพนักงานบางจากมีความสุข 100 เท่า และบางจากเป็นองค์กร 100 ปี”

ทั้งนี้ บางจากจะดำเนินการ 4 กลยุทธ์ ในการขับเคลื่อน Multi Growth Engines คือ 1) Rising Beyond Refinery Legacy จากการควบรวมธุรกิจและพัฒนาสู่การผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) 2) Unleashing Full Potencial of Networks การขยายส่วนแบ่งการตลาดเชิงกลุยทธ์ และการเพิ่มศักยภาพเครือข่ายการตลาด 3) Empowering E&P Business คือการใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของ OKEA และการขยายธุรกิจขุดเจาะและสำรวจแหล่งพลังงาน (E&P) และ 4) Driving Value Creation in Green Power การขับเคลื่อนการสร้างมูลค่าในธุรกิจพลังงานสีเขียว และการเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน

ลงทุน 6 ปี 1.2 แสนล้านบาท

นายชัยวัฒน์กล่าวถึงแผนต่อไปว่า บริษัทเป้าหมายภายในปี 2573 รายได้จากการขายและให้บริการเติบโตขึ้นอยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท และ EBITDA เติบโตขึ้นที่ 100,000 ล้านบาท โดยวางแผนการลงทุน 6 ปี ระหว่างปี 2025-2030 (2568-2573) 120,000 ล้านบาท จะแบ่งสัดส่วนเป็น กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resource) สัดส่วน 35% ประมาณ 42,000 ล้านบาท

ขณะที่กลุ่มธุรกิจการกลั่นและการค้าน้ำมัน (Refinery & Marketing) ราว 30%, ธุรกิจพลังงานสีเขียว (Green Power) สัดส่วน 25% ราว 30,000 ล้านบาท และธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และธุรกิจใหม่ (Biobase & New Business) ราว 10%

“แนวทางการใช้เงินลงทุนในช่วง 120,000 ล้านบาท จะแบ่งเป็น M&A ในสัดส่วน 45% ประมาณ 55,000 ล้านบาท ลงทุนในกลุ่มทรัพยากรธรรมชาติ 60% และกลุ่มพลังงานสีเขียว (Green Power) 40% เหตุผลที่ลงทุนในธุรกิจต้นน้ำแหล่งพลังงาน ทั้งที่ทั่วโลกมุ่งสู่ Net Zero เพราะวันนี้มีข้อมูลหลายส่วน เช่น

ล่าสุดของเอ็กซ์ซอนมีการวิเคราะห์ว่าความต้องการใช้น้ำมันจะไม่ถึงระดับพีกในอีก 30 ปีข้างหน้า โลกยังต้องการใช้น้ำมันมากกว่า 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือกฎหมายการยกเลิกการขายรถยนต์สันดาปในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ก็ถูกยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นเราจำเป็นต้องลงทุนต้นน้ำเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน” นายชัยวัฒน์กล่าว

สำหรับที่มาของเงินทุนดังกล่าวมาจากการกู้เงิน 50% และ Cash in Flow ของบริษัทอีก 50% เพราะบริษัทมีเงินสดหมุนเวียนปีละประมาณ 50,000 ล้านบาท เมื่อหักลบภาระหนี้ของบริษัท 120,000 ล้านบาท เหลือ 72,000 บาท ซึ่งหากจะทยอยใช้หนี้ด้วยเงินสดที่มีก็จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1.5 ปีเท่านั้น

ด้านนางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน กล่าวว่า ในปี 2567 คาดการณ์ทั้งปีใช้เงินลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท จากแผนการลงทุนที่เคยสื่อสารไว้ 50,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังมีการจัดสรรเงินบางส่วนไว้สำหรับการพิจารณาเข้าซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) ด้วย แต่จะเป็นการใช้เงินแบบค่อยเป็นค่อยไป

ส่วนแผนในปี 2025 (2568) เบื้องต้นวางงบฯลงทุนไว้ 50,000 ล้านบาท โดยจะแบ่งเป็น การลงทุนในกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resource) 20,000 ล้านบาท เท่ากับธุรกิจพลังงานสีเขียว (Green Power) 20,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มธุรกิจการกลั่นและการค้าน้ำมัน (Refinery & Trading) 4,500 ล้านบาท ธุรกิจการตลาด 2,900 ล้านบาท ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (Biobase) 1,000 ล้านบาท และธุรกิจใหม่ (New Business) 1,600 ล้านบาท

1 ปีควบรวม บางจาก-เอสโซ่

ขณะเดียวกันในวันที่ 1 ก.ย. 2567 ที่ผ่านมานับเป็นวันที่ครบ 1 ปี บางจากควบรวมธุรกิจบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มาสู่ บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) หรือ BSRC โดยขณะนี้ได้ปรับเปลี่ยนโลโก้สถานีบริการน้ำมันจากเอสโซ่เป็นบางจากมากกว่า 75-80% เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะครบ 100% ในเร็ว ๆ นี้ ทั้งการเปลี่ยนผ่านลูกค้าจากเอสโซ่สมายด์มาเป็นสมาชิกบางจาก 7 ล้านรายเรียบร้อย

“การควบรวมส่งผลดีกว่าที่คาดไว้ จากที่ผมได้เจอกับกลุ่มนักลงทุน และแบงก์ต่างตอบรับดี ซึ่งผมพิสูจน์ทฤษฎีที่ว่าการควบรวมส่งผลต่อปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน เช่น เส้นบางนา-ตราด พระราม 2 ยอดขายเพิ่มเท่าตัว มาถึงครึ่งปียอดขายน้ำมันเบนซิน หรือแก๊สโซฮอล์ยอดขายตก 0.5% แต่ยอดขายของบางจากเพิ่มขึ้น 5% ผลของคอนวีเนี่ยนสโตร์เอฟเฟ็กต์มีผลดีต่อยอดขาย” นายชัยวัฒน์กล่าว

ด้านนายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) หรือ BSRC กล่าวว่า หลังจากการควบรวม 1 ปีในปีนี้ บริษัทจะมี EBITDA อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ซึ่งในครึ่งปีแรกสามารถทำได้แล้ว 3,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายปี 2568 ไว้ที่ 5,500 ล้านบาท

แบ่งสัดส่วนเป็น ธุรกิจโรงกลั่น 3,300 ล้านบาท จากการเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่น โรงกลั่นศรีราชาจะมีกำลังการผลิต 155 KBD, ธุรกิจโลจิสติกส์ 300 ล้านบาท จากการแบ่งโซนโฟกัสของ 2 โรงกลั่น, ธุรกิจการตลาด 400 ล้านบาท จากการขายเพิ่มในสินค้าเกี่ยวกับเชื้อเพลิงเครื่องบิน และจากกำไรจากการลดต้นทุน (Corporate Cost Saving) จากการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ร่วมกัน 1,500 ล้านบาท

เดินหน้าผลิต SAF

นายธรรมรัตน์ ประยูรสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจโรงกลั่นว่า บางจากเริ่มต้นด้วยโรงกลั่นน้ำมันแบบพื้นฐาน (Simple Refinery) ในปี 2527 กำลังการผลิต 40 KBD/วัน ขยับมาเป็น 222 KBD และควบรวมโรงกลั่นเอสโซ่ ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการกลั่นเป็น 266 KBD

และได้มีการจัดตั้ง ROSE (Refinery Optimization Synergy Enterprise) เพื่อวางแผนและให้บริการบริหารงานธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ทั้งกระบวนการจัดหา แผนการผลิต ขนส่ง บริหารความเสี่ยงด้านราคา บริหารการขาย ของโรงกลั่นศรีราชา และโรงกลั่นพระโขนง โดยมีการออกแบบซอฟต์แวร์ผ่านโปรดักต์ของทั้ง 2 โรง เพื่อสามารถบริหารจัดการร่วมกันได้

ส่วนในปี 2568 หน่วยผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel Unit, SAFU) ที่โรงกลั่นพระโขนงจะก่อสร้างแล้วเสร็จ สามารถผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนแห่งแรกในประเทศไทย (SAF) ผ่านบริษัท บีเอสจีเอฟ (BSGF) ที่รวบรวมรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ผ่านโครงการ “ทอดไม่ทิ้ง” และอื่น ๆ ประมาณ 1 ล้านลิตรต่อวัน มาผลิต SAF

คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถเริ่มผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนได้ภายในเดือนมีนาคม 2568 โดยตั้งเป้ารายได้ทั้งปีไว้ที่ 18,000 ล้านบาท ด้วยกำลังการผลิต 7,000 บาร์เรลต่อวัน ลดคาร์บอนได้ประมาณ 80% นับเป็น SAF ที่ใช้เงินลงทุนต่ำสุดของโลกราว 85,000 ล้านบาท

ดึงโมเดล OKEA ปั้นแหล่งอาเซียน

ด้านนายโกมุท มณีฉาย ผู้อำนวยการ บริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด ธุรกิจสำรวจและจัดหาแหล่งปิโตรเลียม เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทบางจากได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) ด้วยการลงทุนในแหล่ง OKEA ASA ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจสู่ต้นน้ำจากการลงทุนในแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในประเทศนอร์เวย์ ตั้งแต่ปี 2561

โดยมีเป้าหมายขยายกำลังการผลิต 36,000-40,000 บาร์เรลต่อวันภายในปี 2568 และขยายกำลังการผลิต 50,000 บาร์เรลต่อวันภายในปี 2573 ตลอดจนมีแผนที่จะขยายธุรกิจ E&P ผ่านการ M&A ในบริษัทต่าง ๆ ที่มีความต้องการตรงกับพอร์ตของบริษัทในภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก เช่น เอเชีย-แปซิฟิก หรือเข้าไปเป็นพันธมิตรร่วมกับบริษัทที่มีอยู่แล้ว

“บีซีพีอาร์ จะต่อยอดโมเดลความสำเร็จจาก OKEA มาไว้ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ E&P ของกลุ่มบริษัทบางจากอย่างยั่งยืน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่จะคอนทริบิวต์ 100,000 บาร์เรลต่อวันภายในปี 2573 ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศแนวทางการดำเนินงานไป ทำให้มีผู้สนใจติดต่อมาเจรจา โดยคาดว่าจะมีข่าวดีในไตรมาส 4 ปีนี้”

ขยายปั๊ม 2,400 แห่ง

ด้านนายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด กล่าวว่า ธุรกิจการตลาดขยายแนวคิด “Greenovative Destination” โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มเครือข่ายสถานีบริการจาก 2,214 แห่ง เป็น 2,400 แห่งภายในปี 2573 และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจาก 28.8% เป็น 33% โดยมุ่งเน้นที่ตลาดที่มีความต้องการสูง ผ่านน้ำมันคุณภาพสูง (Premium Product) โดยจะครอบคลุมในจังหวัดที่มีความต้องการสูงราว 41% ในปี 2025

ในส่วนของธุรกิจตลาดพาณิชยกรรม (Commercial Market) บางจากเป็นอันดับ 2 ของตลาด เรามุ่งจะขยายตลาดในภูมิภาค (กัมพูชา ลาว สหภาพเมียนมา และเวียดนาม) การรวมบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้า ขณะที่การเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์บางจาก เช่น ร้านกาแฟอินทนิล ปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ โดยภายในปี 2030 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนเป็น 2,400 แห่ง

“เราได้รองรับเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง บางจากได้ติดตั้ง EV Charge Station ภายในสถานีบริการเพื่อรองรับผู้ใช้บริการ ซึ่งตั้งเป้าในทุก ๆ 100 กิโลเมตร จะมีสถานีชาร์จไฟฟ้า” นายเสรีกล่าว

ปั๊มไฟฟ้าสีเขียว-BioTech

นายนิวัติ อดิเรก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG กล่าวว่า ธุรกิจพลังงานสีเขียวตั้งเป้าได้รับการคัดเลือกเป็นหุ้นที่เข้าคำนวณดัชนี SET50 และเป็นหนึ่งในหุ้นยั่งยืนที่ถูกคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนี DJSI ด้วยกลยุทธ์เน้นการขยายการลงทุนในพลังงานสีเขียวในประเทศที่มีธุรกิจอยู่แล้ว และการทำ Capital Recycling เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น

เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมาก็ได้ลงทุนธุรกิจใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้า 4 โรง กำลังการผลิตรวม 857 เมกะวัตต์ สำหรับแผนกลยุทธ์ BCPG ได้เพิ่มกำลังการผลิตในพลังงานหมุนเวียนในประเทศเวียดนาม, ไต้หวัน เพิ่มเติม ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,959 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เรียบร้อยแล้ว 1,183.2 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 60% อยู่ระหว่างพัฒนา 776.2 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 40%

นายกิตติพงศ์ สุธรรมเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ 1.8 ล้านลิตรต่อวัน แบ่งเป็นปริมาณการผลิตไบโอดีเซล 1 ล้านลิตรต่อวัน สัดส่วน 53% และเอทานอล 8 แสนลิตรต่อวัน สัดส่วน 43% แต่ยังไม่เพียงพอรองรับความต้องการใช้ในกลุ่ม หรือดีมานด์มากกว่าซัพพลาย 30%

บริษัทมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และขยายธุรกิจหลักไปสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูง ตั้งเป้าจะเป็นผู้ผลิต CDMO (Contract Development and Manufacturing Organization) รายแรกในอาเซียน ปี 2568 ปริมาณ 2 แสนลิตรต่อปี และมากกว่า 1 ล้านลิตรต่อปีภายในปี 2571 มีเป้าหมายที่จะเข้าสู่ธุรกิจ BioTech มากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บางจาก (BCP)