Skip to content

คิดแบบ “จีน”

29 ก.ย. 2567 | 15:44น.
คิดแบบ “จีน”
คอลัมน์​ : Market-think 
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

การที่ธุรกิจจีนบุกเมืองไทยเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ปัญหา”

“โอกาส” คือ กลุ่มทุนจีนมาลงทุนในเมืองไทยเป็นจำนวนมาก เหมือนในอดีตที่ญี่ปุ่นเคยลงทุนในเมืองไทย

แต่ “ปัญหา” ก็คือ “วิธีคิด”และรูปแบบการลงทุนของจีนนั้นแตกต่างจากญี่ปุ่นที่ “กินแบ่ง”

แต่จีนมีลักษณะ “กินรวบ”

ใช้ทรัพยากรทั้งของและคนจากเมืองจีนเป็นหลัก

วันก่อน “คมสันต์ แซ่ลี” เจ้าของแฟลช เอ็กซ์เพรส เป็นแขกรับเชิญในกิจกรรม Breakfast with CEO ของ HOW CLUB

“คมสันต์” เป็นคนที่รู้จักวิธีคิดของนักธุรกิจจีนดีที่สุดคนหนึ่ง

มีหลายประเด็นที่เขาเล่าเรื่อง “นักธุรกิจจีน” ในมุมที่เรานึกไม่ถึง

บางเรื่องเป็นเพียงแค่ความแตกต่างทางวัฒนธรรม

นักธุรกิจจีนคุ้นชินกับวิธีการแบบนี้ในเมืองจีน

พอมาทำที่เมืองไทยกลับกลายเป็นเรื่องผิดปกติ

“คนสันต์” บอกว่า เราต้องเข้าใจนักธุรกิจจีนว่า “ทำไมเขาจึงเป็นแบบนั้น”

เรื่องนี้มี “ที่มา”

ในอดีตตั้งแต่อยู่ในระบบกษัตริย์ จีนมีระบบทาส มีการทำสงครามรบพุ่งกันตลอดเวลา

มาถึงการปกครองระบบคอมมิวนิสต์ตั้งแต่สมัย เหมา เจ๋อ ตุง จนถึงยุค เติ้ง เสี่ยว ผิง คนจีนก็ยังยากจน

เศรษฐกิจจีนแย่มาก ไม่มีความปลอดภัย หาเงินมาได้ก็อาจโดนยึดเมื่อไรก็ไม่รู้

การแข่งขันในเมืองจีนจึงสูงมาก เพราะน้อยคนที่ก้าวผ่านชนชั้น

คนยากจนเยอะมาก
และประเทศจีนใหญ่มาก

ทุกปีจะมีคน 10 ล้านคนที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี

มีวิศวกรประมาณ 6 ล้านคน

ตลาดเมืองจีนเต็มไปด้วยคู่แข่ง

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ คนจีนจึงต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอด

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมคนจีนต้องเสียงดัง

“เพราะถ้าเสียงไม่ดังก็ไม่มีใครได้ยินคุณ” คุณคมสันต์บอก

ถามว่าทำไมชอบแซงคิว แย่งของกัน

“เพราะทรัพยากรมีจำกัด ถ้าคุณไม่แย่ง คุณก็ไม่ได้ ถ้ารักษาหน้าก็ไม่ต้องกิน”

นั่นคือ คนจีนในยุคแรก

แต่ช่วงที่สองที่เป็นคนจีนรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่มีความเป็นสากลมากขึ้น

จากเดิมที่คุยกันบนโต๊ะจีนนาน ๆ

วันนี้ทุกเรื่องจบที่ร้านกาแฟ

“บางทียังไม่ทันสั่งกาแฟก็คุยจบแล้ว”

ทุกอย่างอาจเปลี่ยนไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ การแข่งขัน

เพราะลึก ๆ คนจีนยังรู้สึก “ไม่ปลอดภัย” จึงต้องค้นหาสิ่งที่ปลอดภัยกว่า

ผมไม่รู้ว่าคนจีนคิดว่าเมืองไทยคือสถานที่ปลอดภัยของเขาหรือเปล่า

แต่ “คมสันต์” ยืนยันว่า ต่อให้รัฐบาลไทยจะออกกฎกติกาอะไร นักธุรกิจจีนก็มาเมืองไทยแน่ ๆ

“สงครามเศรษฐกิจครั้งนี้ ต้องทำให้เป็น Win Win Game คนไทยต้องเข้าร่วม ต้องมีบทบาทและชนะไปด้วยกัน” เขาบอก

มีบทเรียนบางเรื่องที่น่าสนใจของจีน

รัฐบาลจีนให้ความสนใจกับเรื่อง “ธุรกิจผูกขาด” มาก

อย่าลืมว่าประเทศของเขาปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ที่เน้นความเท่าเทียม

พอเปิดให้ทุนนิยมเข้าไป กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ก็ขยายตัวจนมีลักษณะผูกขาด

ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจีนจึงออกมาจัดการบริษัทใหญ่ ๆ

“ต้นไม้มันใหญ่เกินทำให้ไม่มีต้นไม้เล็กเติบโต หากอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้เล็กไม่ได้รับแสงก็ตายหมด”

กฎข้อแรก ของเขาจึงห้ามบีบบังคับให้ผู้บริโภคต้องเลือกค่ายใดค่ายหนึ่ง

เช่น ซื้อสินค้าของอาลีบาบา ต้องจ่ายด้วย อาลีเพย์ เท่านั้น

หรือร้านไหนที่ขายในแอปนี้ ห้ามไปขายที่อื่น

ใครทำแบบนี้โดน

หรือการบังคับให้บริษัทยักษ์ใหญ่ ต้องนำกำไร 6-10% ไปทำให้ชนบทเติบโต

เรื่องราวของจีน จึงมีทั้งเรื่องที่น่ากลัว

และน่าศึกษาบทเรียน