Skip to content

โยนงาน-โอกาส

30 พ.ย. 2568 | 10:07น.
โยนงาน-โอกาส
คอลัมน์​ : Market-think 
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

คุณตัน ภาสกรนที เจ้าพ่อชาเขียว “อิชิตัน” เคยเล่าเรื่องราวสมัยเริ่มต้นทำงานใหม่ ๆ

เขาเป็นพนักงานยกของไปเก็บในโกดังชั้นบนอาคาร

ทำมาพักหนึ่งก็ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

“อาวุธลับ” ของคุณตันในวันนั้น คือ การยกมือ

เจ้านายหาคนอาสาทำงานอะไรก็ตาม

เขายกมือเป็นคนแรกเสมอ

ไม่เคยเกี่ยงงาน

เพราะถือว่าเป็น “โอกาส”

แม้แต่ตอนที่มีพนักงานขายลาออกกะทันหัน เจ้านายถามว่าใครขี่รถจักรยานยนต์เป็นบ้าง

จะให้เป็นพนักงานขายชั่วคราว

คุณตันยกมือ

ทั้งที่ขี่รถจักรยานยนต์ไม่เป็น

วันรุ่งขึ้น แผลเต็มแขนเลย เพราะตอนกลางคืนไปหัดขี่มอเตอร์ไซค์

จาก “จับกัง” คุณตันได้เป็นพนักงานขาย และก้าวต่อไปเรื่อย ๆ จนมาทำธุรกิจส่วนตัว

บทเรียนนี้เป็นเรื่องที่คุณตันเล่าเป็นประจำ

ผมคล้าย ๆ คุณตัน เพียงแต่ไม่ได้ยกมือเอง

หัวหน้าเขามอบหมายงานใหม่มาให้เรื่อย ๆ เท่านั้นเอง

เวลามีใครให้บรรยายเรื่องการเป็นนักเขียน

ผมจะเล่าถึงช่วงเวลาที่เป็นนักข่าวใหม่ที่ “ประชาชาติธุรกิจ”

เริ่มต้นจากนักข่าวสายอุตสาหกรรม

จากการทำข่าว เขียนข่าว ก็เริ่มขยับมาเขียนสกู๊ปข่าวที่มีการใช้สำนวนภาษา และการวางโครงเรื่อง

พอพี่ ๆ เห็นเขียนได้ดีพอสมควร เวลามีสกู๊ปข่าวเรื่องไหน เขาก็มอบหมายให้ผมเขียน

ยิ่งเป็นเรื่องกลาง ๆ ที่ไม่ตรงกับโต๊ะข่าวไหนโดยตรง

ผมจะได้รับหน้าที่นั้นทันที

ที่หนักที่สุดคือ ช่วงวันหยุดยาว ปีใหม่ สงกรานต์

ช่วงนั้นจะไม่ค่อยมีข่าว และโฆษณาก็น้อย

วิธีการแก้ปัญหาของหนังสือพิมพ์ในยุคนั้นก็คือ ทำสกู๊ปข่าวที่ถือเป็น “เรื่องแห้ง”

ไม่ต้อง “สด” เหมือนกับ “ข่าว”

นักข่าวทุกคนก็ต้องเขียนสกู๊ปเหมือนกัน แต่ผมได้รับเกียรติมากหน่อย

บางครั้งต้องเขียนสกู๊ป 2 หน้ากระดาษเต็ม ๆ

จำได้ว่าผมตั้งโจทย์ในการเขียนของผมว่า “เขียนอย่างไร คนอ่านจะติดตามอ่านจนจบ”

ผมสรุปให้น้อง ๆ ฟังว่า ประสบการณ์ช่วงนั้นทำให้ผมเป็นนักเขียนในวันนี้

เพราะเป็นเวทีทำให้ได้ฝึกปรือฝีมืออย่างเต็มที่ ทั้งการใช้ภาษา การวางโครงเรื่องให้น่าติดตาม และวิธีการใช้รูปและล้อมกรอบ ทำให้คนอ่านอ่านจนจบ

มีคนบอกว่าเวลา “เจ้านาย” มอบหมายงานให้เรา

มีวิธีคิดอยู่ 2 แบบ

แบบแรก เจ้านายโยนงานให้

แบบที่สอง “โอกาส” ในการเรียนรู้งาน

โชคดีที่ผมคิดในแบบที่สอง

เป็น “โอกาส” ได้ฝึกปรือด้านการเขียน

ผมแวบคิดเรื่องนี้ขึ้นมา เมื่อเห็นข่าวคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง คุณธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นผู้อำนวยการศูนย์จัดการน้ำภัยพิบัติคุมการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่

คุณธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

และยังเป็นหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่เป็น “คู่แข่ง” ของพรรคภูมิใจไทย ในภาคใต้

ในขณะที่ “น้ำท่วมหาดใหญ่” ครั้งนี้หนักหนาสาหัสมาก

จนถึงวันนี้ก็คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่าหนักแค่ไหน

คำถามก็คือ ตอนที่คุณธรรมนัสรู้ว่านายกฯแต่งตั้งให้ดูแลเรื่องนี้

เขาเคยตั้งคำถามไหมว่าหน้าที่นี้น่าจะเป็นของกระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงกลาโหม ที่อุปกรณ์การช่วยเหลือคนพร้อมมากกว่ากระทรวง
เกษตรฯ

แต่ทำไมมอบหมายงานนี้ให้เขา

และเมื่อเห็นคำสั่ง คุณธรรมนัสคิดว่าเป็น “โอกาส” ในการโชว์ฝีมือ

หรือว่าเจ้านายโยน “เผือกร้อน” ให้

แค่สงสัยเฉย ๆ ครับ