IATA ชี้อุตสาหกรรมการบินโลกกำไรดิ่ง เซ่นพิษน้ำมันแพง
สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่า ปี 2026 สายการบินทั่วโลกกำไรดิ่ง รวมกันอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.52 แสนล้านบาท) ลดลงกว่าครึ่งหนึ่งของที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเกือบ 40%
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานอ้างอิงสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ซึ่งระบุว่า ในปี 2026 นี้ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกจะมีผลกำไรลดลงอย่างมาก โดยจะทำกำไรได้เพียงประมาณครึ่งหนึ่งของที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงและสงครามในอิหร่านส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศ
IATA ระบุเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2026 คาดการณ์ว่าสายการบินต่าง ๆ จะมีกำไรสุทธิรวมกันอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.52 แสนล้านบาท) ในปี 2026 เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.34 ล้านล้านบาท) และลดลงจากประมาณการกำไรปี 2025 ซึ่งอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.47 ล้านล้านบาท)
การพลิกผันอย่างรุนแรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมการบินต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างรวดเร็วเพียงใด หลังจากสงครามในอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยผลกระทบดังกล่าวเกิดขึ้นรุนแรงเป็นพิเศษในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเคยทำกำไรได้มากที่สุดสำหรับการเดินทางทางอากาศ อีกทั้งเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน
สายการบินอย่าง เอมิเรตส์ (Emirates) และ กาตาร์ แอร์เวย์ส (Qatar Airways) ต้องปรับลดการปฏิบัติการบินลง หลังจากมีการปิดน่านฟ้านานหลายสัปดาห์
วิลลี วอลช์ ผู้อำนวยการใหญ่ของ IATA กล่าวในแถลงการณ์ว่า การหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับสงครามในตะวันออกกลางและต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ทำให้แนวโน้มของสายการบินต่าง ๆ แย่ลง และสายการบินขนาดเล็กที่เริ่มต้นปีด้วยงบดุลที่อ่อนแอ ต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแน่นอน
IATA ประเมินว่าในปี 2026 ต้นทุนเชื้อเพลิงหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่มากที่สุดสำหรับสายการบินจะเพิ่มขึ้นเกือบ 40% อยู่ที่ 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว11.45 ล้านล้านบาท)
แม้ว่าสายการบินต่าง ๆ จะทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงไว้แล้วประมาณหนึ่งในสามของปริมาณการใช้เชื้อเพลิงที่คาดการณ์ไว้สำหรับปี 2026 แต่ก็ต้องลดขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและขึ้นค่าโดยสารเพื่อรักษากำไร โดยมีแนวโน้มจะปรับลดเที่ยวบินลงอีกหลังฤดูร้อนที่เป็นช่วงพีก
ขณะเดียวกัน IATA คาดการณ์ว่าจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้น 2.4% เป็น 5.1 พันล้านคนในปี 2026 และอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Aircraft Load Factor) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่เครื่องบินจะแตะระดับ 84% เพิ่มขึ้น 0.5% จากปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม IATA ระบุว่าดีมานด์ที่เติบโตนี้ไม่สามารถตามทันต้นทุนที่สูงขึ้นได้โดยสายการบินต่าง ๆ จะทำกำไรได้เพียง 4.50 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 147 บาท) ต่อผู้โดยสารหนึ่งคนในปีนี้
ต้นทุนเชื้อเพลิงไม่ใช่ปัญหาเดียวที่ฉุดรั้งอุตสาหกรรมการบินไว้ IATA กล่าวว่าการผลิตเครื่องบินยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราที่ไม่เพียงพอต่อดีมานด์การเดินทางที่เติบโตขึ้น และดีมานด์ของเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดเชื้อเพลิงมีมากขึ้น
สถานการณ์ที่พลิกผันนี้เกิดขึ้นรุนแรงที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดย IATA คาดการณ์ว่าในปีนี้ภูมิภาคนี้จะประสบภาวะขาดทุนถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.4 แสนล้านบาท) ลดลงจากผลกำไร 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.35 แสนล้านบาท) ในปี 2025
อย่างไรก็ตาม IATA ระบุว่า ตะวันออกกลางมีศักยภาพที่จะฟื้นตัวได้ เนื่องจากความได้เปรียบทางโครงสร้างหลายประการ รวมถึงภาษีที่เอื้ออำนวย การเข้าถึงแหล่งเชื้อเพลิงที่มั่นคง และภาระหนี้สินต่ำ
สำหรับในอเมริกาเหนือ IATA ระบุว่าสายการบินราคาประหยัดจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคามากที่สุด เนื่องจากไม่มีบริการระดับพรีเมี่ยม ทำให้การชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นด้วยการขึ้นค่าโดยสารสามารถทำได้อย่างจำกัด
ในทางกลับกัน สายการบินในยุโรปจะได้รับประโยชน์จากการเข้ามารับช่วงต่อผู้โดยสารบางส่วนจากสายการบินตะวันออกกลาง แต่ก็ต้องแบกรับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการประท้วงหยุดงานและกฎระเบียบที่เข้มงวด
“ปัจจัยเหล่านี้บ่งชี้ว่าสถานะการแข่งขันของยุโรปอาจอ่อนแอลงไปอีก แม้ว่าสภาวะตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วก็ตาม” IATA กล่าว