เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 2-8 สิงหาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 2-8 สิงหาคม 2569
ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
World ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
World กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
Politics ‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
Finance สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
Politics พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
Columns หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
Finance เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
Real Estate คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
Finance โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
ดูทั้งหมด

เมื่อ ‘น้ำมัน’ ไม่มีทางออกทะเล

29 ก.ค. 2569 | 08:05น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในแวดวงการค้านํ้ามันดิบของโลกตั้งข้อสังเกตขึ้นมาว่า หากเป็นภาวะปกติทั่วไปภายใต้สถานการณ์การสู้รบอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ราคานํ้ามันดิบจะต้องไม่อยู่ในระดับ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ แต่ควรต้องเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า “ออยล์ช็อก” ขึ้นแล้วอย่างแน่นอน

สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ก็คือ การที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นไปนิ่งอยู่ที่ระดับ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นั้นเป็นเพราะมีเหตุ 3 ประการ ที่ช่วยเป็นกันชนไม่ให้เกิดภาวะช็อกขึ้นกับตลาด อย่างแรกก็คือ ความต้องการน้ำมันที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างที่สองก็คือ การที่ประเทศนอกอ่าวเปอร์เซียกลับผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นได้สูงมาก และสุดท้ายก็คือการที่คลังสำรองน้ำมันเริ่มลดลงอย่างน่าใจหาย

แต่ผู้เชี่ยวชาญในวงการน้ำมันกลับเตือนพร้อมกันด้วยว่า กันชนดังกล่าวมีอยู่ก็จริง แต่จะเบาบางลงมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นหมายความว่า แม้ช่องทางขนส่งจะกลับมาเปิดเป็นทางสะดวกตามปกติแล้ว แต่ปริมาณน้ำมันดิบที่จะไหลออกสู่ตลาดจะยังจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนจึงจะฟื้นตัวขึ้นมาสู่ระดับปกติ แถมในเวลานี้ปริมาณน้ำมันในคลังน้ำมันสำรองก็ลดลงจนใกล้ระดับวิกฤตเข้าไปเต็มทีแล้ว ซึ่งทำให้อนาคตหากเกิดภาวะช็อกทำนองเดียวกันขึ้นมาอีกแนวป้องกันก็จะเหลือเบาบางเต็มทีแล้วนั่นเอง

คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญก็คือ เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดเริ่มลดลง จากการยุติสงครามในตะวันออกกลางสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นลำดับแรกก็คือ การหาน้ำมันมาเติมใส่คลังสำรองน้ำมันให้อยู่ในระดับปกติเสียโดยเร็ว ในขณะเดียวกันก็ควรหาแหล่งพลังงานสำรองให้หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม (รวมทั้งพลังงานทางเลือก) รวมทั้งการควานหาเส้นทางลำเลียงใหม่ ๆ เพื่อนำน้ำมันสู่ตลาดให้ได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อจำกัดภาวะผันผวนของราคาน้ำมันลงให้มากที่สุด และเพื่อสร้างความยั่งยืนทางการคลังในอนาคต

นักวิชาการมองว่า สิ่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้ควรจะเรียกได้ว่าเป็นการ “ดิสรัปต์” ตลาดน้ำมันโลกขนาดใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งควรจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นติดจรวด แต่หลังจากพุ่งสูงขึ้นไปในระยะแรกของสงคราม ราคากลับลดลงมาแกว่งตัวอยู่ที่ระหว่าง 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าที่หลาย ๆ คนเคยกังวลกันไว้มาก เหตุผลเป็นเพราะมีแนวกันชนป้องกันภาวะช็อกเอาไว้ เพียงแต่ว่าแนวกันชนที่ว่าบัดนี้ถูกใช้ไปจนเกือบหมดสิ้นแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ยังมีเหตุผลอีกมากมายที่จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงจนทำให้ราคาแพงชนิดทำให้เศรษฐกิจทั้งระบบของประเทศใดประเทศหนึ่งพิการได้ในทันที นั่นเพราะในทางปฏิบัติตอนนี้ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางผ่านของน้ำมันดิบราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวันยังใช้การไม่ได้ และในเวลาเดียวกันผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปก็หดหายไปในราว 1 ใน 5 ของปริมาณที่โลกบริโภคในแต่ละวัน ประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียพยายามหาเส้นทางทางเลือกที่จะส่งน้ำมันของตนออกสู่ตลาด

อย่างเช่น ซาอุดีอาระเบียหันมาส่งน้ำมันผ่านท่อลำเลียงที่ผ่านท่าเรือยันบุในทะเลแดง ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หันไปส่งออกผ่านท่าเรือฟูไจราห์ ซึ่งอยู่ด้านนอกของช่องแคบฮอร์มุซจนเกือบเต็มกำลัง แต่เส้นทางเหล่านี้ก็ทดแทนน้ำมันที่ลำเลียงผ่านเส้นทางเดิมได้แค่เพียงส่วนเสี้ยวเท่านั้นเอง

นอกจากน้ำมันดิบแล้วปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปของประเทศอ่าวเปอร์เซียก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน ซึ่งเป็นผลผลิตที่ป้อนให้กับทั้งโลกราว 10% ของปริมาณที่บริโภคทั้งหมด

ตอนสิ้นเดือนพฤษภาคม น้ำมันดิบราว 1.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปริมาณที่ทั้งโลกใช้ได้ประมาณ 10 วัน กลับเดินทางไปไม่ถึงตลาด อันเป็นสภาวะขาดแคลนที่นักวิชาการระบุว่า รุนแรงกว่าภาวะช็อกเมื่อปี 1973, หรือเมื่อเกิดสงครามอิรัก-อิหร่านและสงครามอ่าวเปอร์เซียเสียอีก เป็นการเปลี่ยนแปลงไปจากแต่เดิม ซึ่งมีปริมาณน้ำมันลำเลียงผ่านช่องแคบนี้ถึงวันละราว 2 ล้านบาร์เรล สูงกว่าปริมาณที่โลกต้องการด้วยซ้ำไป

เพียงแต่ว่าในช่วงระหว่างเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม มีปัจจัยที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนกันชนไม่ให้เกิดภาวะช็อกรุนแรงขึ้นมาหลายอย่าง ตั้งแต่ความต้องการน้ำมันของโลกถูกกดให้ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มประเทศในเอเชีย ที่ราคาน้ำมันแพงส่งผลให้การบริโภคลดฮวบและหันมาใช้พลังงานทางเลือกกันแทน อาทิ ถ่านหินและพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นต้น

การบริโภคน้ำมันในภาคขนส่งก็ลดลง ส่วนหนึ่งเพราะมีการตั้งเพดานราคา มีการให้เงินอุดหนุ่นและการยอมให้มีการคืนภาษี โดยปล่อยให้เป็นภาระทางการคลังแทนที่

ขณะเดียวกันผลผลิตน้ำมันดิบในประเทศนอกอ่าวเปอร์เซียสูงขึ้นมามากกว่าที่คาดหมายกันไว้ โดยเพิ่มขึ้นราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับระดับที่เคยผลิตได้ในปี 2025 สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำในการผลิตของกลุ่มนี้ ต่อด้วยเวเนซุเอลา, กายอานา และรัสเซีย ทุกประเทศล้วนยกระดับการผลิตของตนเองขึ้นทั้งนั้น

น้ำมันที่ขาดหายไปในส่วนที่เหลือ ซึ่งตกประมาณ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ถูกชดเชยจากการดึงออกมาจากคลังสำรองน้ำมันทั้งที่เป็นคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐ และที่เป็นคลังสำรองเชิงพาณิชย์อย่างเช่นในจีน

ก่อนที่ความขัดแย้งของสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะลุกลามออกไปในครั้งหลังสุดนี้ กรอบความตกลงระหว่างสองฝ่ายกดให้ราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างหนัก เพราะเชื่อกันว่าบรรดาน้ำมันที่คั่งค้างอยู่จะสามารถผ่องถ่ายออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว แต่ในความเป็นจริงแล้วคนในวงการอุตสาหกรรมน้ำมันชี้ว่า ยังจำเป็นต้องใช้เวลา 2 – 3 เดือน สัดส่วนการไหลเวียนของน้ำมันจึงจะกลับสู่สภาพปกติ

ข้อกังวลระยะยาวก็คือ การหยุดการผลิตไปเป็นเวลานานอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียกำลังการผลิตไปโดยถาวร โดยเฉพาะในกรณีที่เม็ดเงินสำหรับการเริ่มต้นการผลิตของบ่อน้ำมันแต่ละแห่งขึ้นมาใหม่ อยู่ในสภาพขาดแคลนเช่นในตอนนี้ และเมื่อการผลิตเริ่มกลับมาเต็มขีดความสามารถ ภาวะขาดแคลนน้ำมันของตลาดจะค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการซื้อน้ำมันเพื่อเติมกลับเข้าใส่คลังสำรองให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดที่จะปฏิบัติการได้

นั่นคือเหตุผลที่ว่า ในที่สุดภาวะออยล์ช็อกก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้อยู่ดี เพราะสิ่งที่เคยเป็นกันชนไว้ในตอนแรกหมดไปแล้ว เมื่อความตึงเครียดเกิดขึ้นอีกครั้งในช่องแคบฮอร์มุซ ช่องว่างที่เคยมีกลับหดแคบลงและจะยิ่งลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ เมื่อปริมาณสำรองถูกนำมาใช้มากยิ่งขึ้น เว้นเสียแต่ว่าปริมาณการผลิตจะเริ่มกลับมามีมหาศาล ไม่เช่นนั้นทั้งโลกก็จะเริ่มเผชิญหน้ากับภาวะช็อกในสภาพที่อ่อนแอกว่าเดิมแน่นอน เมื่อภาวะช็อกครั้งใหม่มาถึง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทะเล น้ำมัน สงครามอิหร่าน