“ยารา” ปรับแผนหลัง “ยาง” ทรุด เดินหน้ารุกตลาด “ข้าวโพด-ทุเรียน”-
การยกระดับพืชเกษตรปัจจุบันนอกจากจะต้องปรับเปลี่ยนไปสู่นวัตกรรม เครื่องจักร เทคโนโลยีแล้ว “ยารา” หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยเคมีคุณภาพพรีเมี่ยมจาก นอร์เวย์ ได้เปิดวิสัยทัศน์ธุรกิจตลาดปุ๋ยเมืองไทยสู่ 4.0 และรุกพัฒนาปุ๋ยพืชดาวรุ่ง ข้าวโพด-ทุเรียน จากเดิมที่มี 5 พืชหลัก เพื่อยกระดับรายได้
45 ปี ธุรกิจปุ๋ยยาราในไทย
นายเมดิ เซนท์-อังเดร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธานกลุ่มธุรกิจโภชนาการพืช หรือ Crop Nutrition เล่าถึงแผนธุรกิจปุ๋ยในประเทศไทยปี 2561 ว่า ยาราเข้ามาสนับสนุนภาคเกษตรไทยมาเป็นเวลา 45 ปีแล้ว ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพด้านการเกษตรและปุ๋ย ที่ติดอันดับภูมิภาคหรือระดับโลกเลยก็ว่าได้ แม้ไทยจะมีแหล่งทรัพยากรอาหารมาก แต่ก็ไม่หยุดพัฒนา
ทั้งนี้ ยาราเป็นบริษัทปุ๋ยแห่งแรกของโลกที่ดึงเอาไนโตรเจนจากอากาศมาอยู่ในรูปแบบเม็ดปุ๋ย ธาตุอาหารได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งมายาวนาน 113 ปี แต่ก็ไม่หยุดพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้มาจนถึงวันนี้ ทำให้ยาราแตกต่างจากปุ๋ยยี่ห้อตามท้องตลาดทั่วไป ทั้งกลยุทธ์สโลแกนใหม่ในภาษาไทย ว่า ความรู้ปลูกแรงบันดาลใจ มาจากคำว่า knowledge grows ที่วางจำหน่ายทั่วโลก และมีทีมให้คำแนะนำเกษตรกรผ่านดีลเลอร์ทั่วประเทศ เพราะเราให้ความสำคัญกับคำว่า farmer centric เกษตรกรคือหัวใจของบริษัท
แผนการตลาดปีนี้
การนำเข้าปุ๋ยพรีเมี่ยมถือเป็นจุดแข็งของแบรนด์ แม้ว่าปุ๋ยพรีเมียมจะมีราคาสูงแต่ผลตอบแทนก็สูงมากเช่นกัน

“ผมมองว่าอาชีพเกษตรค่อนข้างลำบากโดยเฉพาะไทยเองที่ต้องเจอกับสภาพอากาศฝนฟ้าแปรปรวน ควบคุมได้ยาก แต่แน่นอนว่าเราสามารถควบคุมผลผลิตได้และเรามองตลาดที่แตกต่าง”
บริษัทแบ่งเซ็กเมนต์กลุ่มตลาดตามกลุ่มพืชเพื่อให้ตรงจุดและได้ผลผลิตที่แม่นยำ โดยมี 5 กลุ่มพืชที่ขับเคลื่อนภาคเกษตรของไทย คือ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน ลำไย และผักใบ ซึ่งทุกปีจะมีแคมเปญการตลาดแต่ละพืช โดยปุ๋ยยางพาราจะนิยมมากที่สุด ในปีนี้จะมีภาพยนตร์โฆษณา “Muscle Guy”
ที่คนจำได้ นำมาทำภาคต่อได้เพื่อเอาใจกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา และผลิตภัณฑ์ปุ๋ยธาตุอาหาร ยารามีร่า
แอดวานซ์ 21-7-14
สำหรับมูลค่าตลาดปุ๋ยในประเทศไทย 5.8 ล้านตันต่อปี ก่อนหน้านี้ไทยเจอภัยแล้ง แต่ปีนี้ด้วยสภาพอากาศที่ดีจึงคาดว่าจะมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากขึ้น โดยส่วนแบ่งตลาดของยาราประมาณ 10-20%
ปัจจุบันยารานำเข้าปุ๋ยมาจากนอร์เวย์ โดยระบบการขนส่งโลจิสติกส์ทางเรือ มายังพื้นที่โรงงานคลังสินค้า 8 โกดังพื้นที่ 100 ไร่ จ.พระนครศรีอยุธยา มาบรรจุ มีกำลังผลิต 2,000 ตันต่อวัน โดยผลิตขายในประเทศไทย 100% ผ่านดีลเลอร์ 150 รายทั่วประเทศ
ปีนี้บริษัทมองว่า จะเพิ่มสัดส่วนตลาด SMEs เพราะจากนโยบายไทยเเลนด์ 4.0 กำลังไปได้ดี กลุ่มคน
หนุ่มสาว startup หันมาพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเกษตร การผลิตปุ๋ยก็ต้องปรับตัวด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้ในภาคเกษตร ปัจจุบันไลน์ผลิตนอกจากจะมีเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ “หุ่นยนต์อัจฉริยะ” รายแรกในวงการปุ๋ยไทย ที่ช่วยตรวจเช็กทุกอย่างบนกระสอบปุ๋ย และลดต้นทุนแรงงานได้มากกว่า 90% บริษัทจึงทุ่มการลงทุนตามแนวทาง YARA Thailand 4.0 โดยมีเป้าหมายที่สำคัญในการรักษาความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ปุ๋ยธาตุอาหารในไทย
นอกจากนี้ยังมี hub ดิจิทัลฟาร์มมิ่งอยู่ที่สิงคโปร์ ตั้งเป้าว่าจะเปิดตัวนวัตกรรมนี้ในไทยภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรไทยได้อีกมาก
เปิดตัวปุ๋ยข้าวโพดไตรมาส 3
ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าตลาดปุ๋ยในเมืองไทยแข่งขันสูงมาก ยาราจึงไม่สามารถเปิดเผยยอดขายได้ แต่ยืนยันว่านำเข้าปุ๋ยสูตรนี้สูงเป็นอันดับหนึ่ง และหากเปรียบเทียบรายได้ของเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยยาราจะพบว่า ได้ผลผลิตค่อนข้างแม่นยำ คุ้มค่า ได้กำไรมากกว่าเดิม โดยราคาที่เกษตรกรได้รับจะอยู่ที่ 4-500 US/ตัน ทั้ง 5 พืช
แนวโน้มพืชที่มีโอกาสจะเติบโตได้อีก คือ ข้าวโพดไร่ เพราะพืชอื่นเป็นเจ้าตลาดส่งออกอยู่แล้ว แต่ข้าวโพดในเมืองไทยต้องพึ่งพานำเข้า บริษัทจึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้การนำเข้าน้อยลงหรืออาจจะไม่ถึงระดับการนำเข้าเลย เราสามารถช่วยเกษตรกรได้ และพิสูจน์แล้วว่าทั้งอเมริกา บราซิล ใช้ปุ๋ยสูตรของยาราในข้าวโพดให้ผลผลิตมาก
“ตอนนี้เรามีดีลเลอร์ช่วยทดลอง 2 สัปดาห์ที่แล้วลงพื้นที่สำรวจความต้องการ ซึ่งได้รับการตอบรับดี คาดว่าจะเปิดขายไตรมาส 3 ของปีนี้”
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตลาดข้าวโพดค่อนข้างใหญ่น่าจะได้ส่วนแบ่งไม่มากก็น้อยในช่วงแรก แต่ก็ตั้งความหวังสูงว่าปุ๋ยสำหรับข้าวโพดเราจะเพิ่มเป็น 6 key crops และสามารถครองตลาดได้ในอนาคต จากที่ผ่านมาบริษัท เน้น key crops 5 พืช ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเสถียรภาพอยู่แล้ว
ปุ๋ยทุเรียนอนาคตดี
ในระยะยาวมองว่า พืชทุเรียนค่อนข้างมีแนวโน้มดีในอนาคต เพราะอันดับแรก ชาวสวนทุเรียนไทยเป็น smart farmer และจะเห็นว่าภาครัฐลงทุนกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะการที่อาลีบาบาเข้ามาลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับไทย ทำให้ราคาทุเรียนพุ่งสูงขึ้น พืชทุเรียนจึงน่าจะเติบโตและมีอนาคตมากกว่านี้อีก ฉะนั้นหากเกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยพรีเมี่ยมยาราเพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพก่อนการส่งออก แน่นอนว่าอนาคตจะช่วยดันยอดขายปุ๋ยยาราและทำให้เศรษฐกิจไทยไปได้ดี
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายางพาราจะเป็นพืชที่มีราคาผันผวนสูงบ้างต่ำบ้าง แต่ยอดขายหลักเรายังคงมาจากยางพารา คิดเป็นสัดส่วน 50% ของ 5 พืช แต่ปัจจุบันปริมาณปลูกยางในประเทศไทยเริ่มจำกัด และในข้อนี้เราไม่ได้มองว่านโยบายลดพื้นที่ปลูกยางของรัฐบาลจะทำให้ยอดขายลดลง แต่ยังมองว่ายังคงมีตลาดอีกมาก และเมื่อปัญหาราคายางน้อยลง เกษตรกรก็ต้องควบคุมคุณภาพยางด้วยปัจจัยการผลิตมากขึ้น ยิ่งจะทำให้ยอดขายปุ๋ยเราเพิ่มขึ้นเพราะเกษตรกรหันมาเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ซึ่งยาราตอบโจทย์เกษตรกรไทยข้อนี้ ประกอบแผนจำหน่ายปุ๋ยข้าวโพดที่กำลังจะวางขายบวกกับการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงมั่นใจว่ายอดขายในปีนี้ค่อนข้างเติบโตดี
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
