Skip to content

ปูพรมกวาดล้างน้ำมันเถื่อนชายแดนไทย-มาเลเซีย ยึดน้ำมันเถื่อนกว่าหมื่นลิตร

01 มิ.ย. 2561 | 15:42น.
ปูพรมกวาดล้างน้ำมันเถื่อนชายแดนไทย-มาเลเซีย ยึดน้ำมันเถื่อนกว่าหมื่นลิตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 มิถุนายน 2561) พ.อ.วรเดช เดชรักษา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา ตำรวจ สภ.สะเดา และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ ร่วมกันแถลงผลการปราบปรามการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยเฉพาะ ต.ปาดังเบซาร์ และ ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ในช่วง 7 วันสุดท้ายของเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา

โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางนำมันเถื่อนจำนวน 12,350 ลิตร แบ่งเป็นเบนซิน 9,860 ลิตร และดีเซล 2,490 ลิตร พร้อมกับอุปกรณ์ทั้งถังและแกลลอนกักเก็บน้ำมันเถื่อนจำนวน 80 แกลลอน เครื่องสูบน้ำมันพร้อมสายยาง 14 ชุด และรถยนต์ดัดแปลงสภาพสำหรับขนน้ำมันเถื่อน 5 คัน รวมมูลค่าความเสียหายต่อรัฐกว่า 2 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการควบคุมตัวผู้กระทำผิดส่งดำเนินคดีตาม พรบ.ศุลกากร อีก 11 คน

พ.อ.วรเดช เดชรักษา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 เปิดเผยว่า การกวาดล้างจับกุมน้ำมันเถื่อนในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เนื่องจากการลักลอบค้าน้ำเถื่อนสร้างความเสียหายต่อรัฐ ทั้งระบบการจัดเก็บภาษี และเอาเปรียบกลุ่มผู้ค้าน้ำมันที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย

สำหรับผู้กระทำผิดและของกลางทั้งหมด จะส่งดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ซึ่งจะแตกต่างจากการดำเนินการในอดีตที่ผ่านมา ที่มักจะส่งดำเนินคดีตามกฎหมายของสรรพสามิต ซึ่งจะมีอัตราโทษที่ต่ำกว่า ทำให้ผู้ลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนส่วนใหญ่ไม่มีความเกรงกลัวและลักลอบทำกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ทางทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะยังคงดำเนินการปราบปรามขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนอย่างเข้มงวดต่อไป

ขณะเดียวกันที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายธรรมศักดิ์ ลออเอี่ยม ที่ปรึกษาพัฒนาระบบการจัดเก็บภาษีกรมสรรพสามิต พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมแถลงผลการปราบปรามสินค้าผิดกฏหมายสรรพสามิต สินค้าเถื่อน และสินค้าหนีภาษี ที่ทางฝ่ายป้องกันและปราบปรามสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 ร่วมกับทหาร ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.ฅสงขลา และตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จับกุมได้นับตั้งแต่เริ่มบังคับใช้กฎหมายภาษีสรรพสามิตใหม่ พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 16 กันยายน 2560-30 เมษายน 2561 ประมาณ 7 เดือน และนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตทั่วประเทศบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวด และกวาดล้างสินค้าเถื่อนทุกประเภท

โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดโกดังภายในสรรพสามิตภาคที่ 9 ซึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บของกลางที่สามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น 2,027 คดี คิดเป็นค่าภาษีที่รัฐต้องสูญเสียรายได้ 21.92 ล้านบาท มูลค่าของกลาง 50.63 ล้านบาท และเงินค่าปรับ 209.94 ล้านบาท รวมมูลค่าของกลางและค่าปรับทั้งสิ้น 260.75 ล้านบาท ทั้งสุรา ยาสูบ น้ำมันและไพ่

ทั้งนี้ ประกอบด้วย สินค้าสุราทั้งในและต่างประเทศ จับกุมได้ 638 คดี ปริมาณของกลาง สุราในประเทศ จำนวน 6,130 ลิตร สุราต่างประเทศ จำนวน 1,280 ขวด คิดเป็นค่าภาษีกว่า 2 ล้าน5 แสนบาท ค่าปรับกว่า5ล้านบาทค่าปรับกว่า 20 ล้านบาท สินค้ายาสูบทั้งในและต่างประเทศจับกุมได้ 742 คดี จำนวนของกลาง 447,000 ซอง คิดเป็นค่าภาษีกว่า 17 ล้านบาท ค่าปรับกว่า 158 ล้านบาท สินค้าไพ่จับกุมได้ 52 คดี จำนวนของกลางทั้งสิ้น 3,564 สำรับ คิดเป็นค่าภาษีกว่า9 หมื่นบาท ค่าปรับกว่า 8 แสนบาท และสินค้าน้ำมันจับกุมได้ 595 คดี คิดเป็นค่าภาษีกว่า1 ล้าน8แสนบาท ค่าปรับ 9ล้าน3 แสนบาท น้ำมันที่ยึดได้ มีทั้งน้ำมันดีเซล 173,500 ลิตร น้ำมันเบนซิ 107,270 ลิตร

ด้านนายธรรมศักดิ์ ลออเอี่ยม ที่ปรึกษาพัฒนาระบบการจัดเก็บภาษีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า หลังจากนี้ยังคงมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ทหาร และตำรวจในพื้นที่ออกปราบปรามการกระทำผิดกฏหมายสรรพสามิต ตามพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีการพยายามลักลอบเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบุหรี่และน้ำมันเถื่อน เช่น บุหรี่ทั่วประเทศจับกุมได้กว่า 13 ล้านมวน เฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จับกุมได้มากว่าครึ่งหนึ่งหรือราว 8 ล้านมวน ส่วนน้ำมันเถื่อนจะใช้รถโมบายแลป ออกตรวจสอบคุณภาพน้ำมันตามร้านแบ่งขายและปั้มหลอด เพื่อป้องกันการลำลอบนำน้ำมันเถื่อนมาขาย รวมทั้งใช้มาตรการทางกฎหมาย หากพบเอเย่นต์ หรือตัวแทนจำหน่ายรวมทั้งร้านค้าที่จำหน่ายบุหรี่ และสุราหนีภาษี ก็จะเพิกถอนใบอนุญาตทันที