เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

ชัยชนะของ โดนัลด์ ทรัมป์ กับชะตากรรมของเศรษฐกิจโลก

07 พ.ย. 2567 | 09:54น.
โดนัลด์ ทรัมป์

หากโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ โลกจะปั่นป่วนและคาดเดายากกว่ากรณีที่คามาลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครตชนะ เพราะทรัมป์อาจจะตัดสินใจออกนโยบายอย่างฉับพลันและเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ต่างจากแฮร์ริสที่คาดว่าจะดำเนินนโยบายตามแนวทางของ โจ ไบเดน-คือสิ่งที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ตรงกัน 

ไม่ว่าชาวโลกจะอยากให้ฝ่ายไหนชนะก็ตาม แต่ชาวอเมริกันก็ได้เลือก โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำของพวกเขาแล้ว หลังจากนี้คงเป็นหน้าที่ของแต่ละประเทศที่จะปรับตัวรับมือกับผลกระทบที่คาดว่าจะได้รับ 

ภาษีนำเข้าบั่นทอนการค้า-เศรษฐกิจโลก 

นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทั่วโลกกังวลมากที่สุดเนื่องจากมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและขนาดใหญ่ที่สุด คือนโยบายด้านการค้าและภาษีนำเข้า ซึ่งทรัมป์มีนโยบายกดดันการค้าระหว่างประเทศกับจีนเข้มข้นขึ้น โดยเสนอให้สหรัฐตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นอัตรา 60% 

ส่วนประเทศอื่น ๆ ทรัมป์เสนอให้เก็บภาษีสินค้านำเข้า 10% ถึง 20% และสนับสนุนให้การค้าระหว่างประเทศเป็นระบบต่างตอบแทน (Reciprocity) โดยให้ใช้อัตราภาษีระดับเดียวกันกับที่ประเทศคู่ค้าเรียกเก็บจากสินค้าส่งออกของสหรัฐ 

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) บอกคาดการณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยไม่ได้เจาะจงผลกระทบจากแผนภาษีนำเข้าของทรัมป์ ว่าหากเศรษฐกิจโลกมีการแยกส่วนห่วงโซ่อุปทาน (Decoupling) อย่างจริงจัง และมีการใช้ภาษีนำเข้าสินค้าในวงกว้าง อาจทำให้จีดีพีโลกสูญเสียไปเกือบ 7% ซึ่งเทียบเท่ากับเศรษฐกิจของฝรั่งเศสและเยอรมนีหายไปจากการคำนวณจีดีพีโลก

บลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ (Bloomberg Economics) หน่วยธุรกิจวิจัยของกลุ่มบลูมเบิร์ก เผยผลลัพธ์ของแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์กรณีสหรัฐขึ้นภาษีตามนโยบายของทรัมป์ว่า สัดส่วนการค้าของสหรัฐในการค้าสินค้าทั่วโลกจะลดลงเหลือ 9% ในปี 2028 จากสัดส่วน 21% ในปัจจุบัน สำหรับจีน การส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐจะหายไปเกือบ 90% สำหรับเม็กซิโกและแคนาดา การส่งออกไปยังสหรัฐจะลดลงมากกว่า 50%

ขณะที่สถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ (Peterson Institute for International Economics : PIIE) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจชื่อดังในสหรัฐวิเคราะห์ว่า ผลกระทบในระดับโลกจากนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของทรัมป์นั้น มากจน “ประเมินค่าไม่ได้”

โพลิซีเซ็นเตอร์ฟอร์เดอะนิวเซาท์ (Policy Center for the New South : PCNS) กลุ่มงานวิจัยของโมร็อกโกออกรายงานวิเคราะห์ว่า สงครามการค้าและการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจอาจทำให้ประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศอาจจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนเส้นทางการค้าและการย้ายห่วงโซ่อุปทาน แต่ขณะเดียวกัน อีกหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศผู้ส่งออกทรัพยากรธรรมชาติและประเทศที่ด้อยพัฒนาที่สุดจะต้องเผชิญกับภาวะที่อัตราส่วนการค้าต่อจีดีพีลดลง

เบอร์นาร์ด ยาริส (Bernard Yaris) นักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทวิจัยออกซ์ฟอร์ดอีโคโนมิกส์ (Oxford Economics) วิเคราะห์ว่า การขึ้นภาษีของทรัมป์จะทำให้การค้าระหว่างสหรัฐกับจีนลดลง 70% จากระดับปัจจุบันที่ลดลงอยู่แล้วจากผลของภาษีนำเข้าที่ทรัมป์ประกาศในปี 2018-2019 

โลกเตรียมรับสินค้าจีนถล่ม 

จีนเป็นผู้ส่งสินค้าเข้าสหรัฐมากเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงเม็กซิโก ซึ่งสินค้าส่วนหนึ่งที่ส่งออกจากเม็กซิโกก็เป็นสินค้าของบริษัทจีน 

จีนอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ เมื่อสินค้าจีนส่งสินค้าเข้าสหรัฐยากขึ้น แน่นอนว่าจีนจะเทสินค้าไปยังตลาดอื่นแทนตลาดสหรัฐ 

ในประเด็นนี้ หลาย ๆ ภูมิภาคกำลังกังวล สื่อในยุโรปเองก็วิเคราะห์ว่ายุโรปอาจจะเป็นตลาดเป้าหมายที่จีนจะส่งสินค้าไปขายมากขึ้น ขณะเดียวกัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ของเราซึ่งมีความตกลงการค้าเสรีกับจีน คาดว่าจะต้องรับเต็ม ๆ ดังที่เห็นว่าอาเซียนขาดดุลการค้าจีนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมา 

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวประกาศชัยและขอบคุณผู้สนับสนุน ที่เวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา
โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวประกาศชัยและขอบคุณผู้สนับสนุน ที่เวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา (ภาพโดย Jim WATSON / AFP)

เงินเฟ้อเด้งกลับ ดอกเบี้ยต้องเข้มตาม 

สินค้าอุปโภคบริโภคในสหรัฐเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมาก โดยเฉพาะเสื้อผ้าและรองเท้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ คิดเป็นราว 90% ของทั้งหมด โดยมีจีนเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ 

หากสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าตามนโยบายของทรัมป์ ต้นทุนภาษีจะถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภคที่ปลายทาง ครัวเรือนในสหรัฐจะต้องจ่ายค่าสินค้าในราคาที่แพงขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่าเกิดภาวะเงินเฟ้อจากแรงผลักของต้นทุน (Cost-Push Inflation)

เมื่อเป็นเช่นนั้น ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Federal Reserve) ก็ต้องใช้นโยบายคงดอกเบี้ยสูงหรือปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้ออีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกอย่างที่เป็นมาในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา 

ข้อมูลผลการศึกษาจากสหพันธ์การค้าปลีกแห่งชาติ (National Retail Federation) ของสหรัฐที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ระบุว่าครัวเรือนในสหรัฐอาจสูญเสียอำนาจการใช้จ่าย (Spending Power) มากถึง 78,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หากมีการนำข้อเสนออัตราภาษีนำเข้าของโดนัลด์ ทรัมป์ มาใช้ 

ธนาคารเจพีมอร์แกน (JPMorgan) วิเคราะห์เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า การขึ้นภาษีนำเข้าบวกกับการลดภาษีเงินได้ในสหรัฐอาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นประมาณ 2.5 จุดเปอร์เซ็นต์ (percentage point) และหากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ธนาคารกลางสหรัฐซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลเสถียรภาพด้านราคา อาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบสนองด้วยนโยบายการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้น 

ป่วนตลาดเงินตลาดทุน

เมื่ออัตราเงินเฟ้อในสหรัฐสูงขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวด ย่อมจะส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม 

ตลาดเกิดใหม่ที่ต้องพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศในสกุลเงินดอลลาร์จะต้องเจอต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน แรงกดดันแบบที่อาจผลักดันอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐให้สูงขึ้นก็อาจจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในประเทศอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทรัมป์เก็บภาษีสินค้าจีนมากกว่า 60% 

นอกจากนั้น มีความเห็นจาก เอริก นีลเสน (Erik Nielsen) หัวหน้าที่ปรึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ของทั้งกลุ่มยูนิเครดิต (UniCredit) ที่ว่า คำมั่นสัญญาด้านการใช้จ่ายทางการคลังของทรัมป์เป็นปัญหาอย่างมากสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐและตลาดการเงินโลก เนื่องจากเป็นคำมั่นสัญญาที่จะขยายการขาดดุลงบประมาณ ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็มากเกินไปอยู่แล้ว และในเวลาเดียวกัน ทรัมป์ยังขู่ว่าจะบ่อนทำลายสถาบันสำคัญ ๆ ด้วย 

“เราต้องสรุปว่าทรัมป์เป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อตลาดการเงินสหรัฐ และต่อเสถียรภาพทางการเงินทั่วโลก” นีลเสนกล่าว

อีกทั้ง ทรัมป์ยังแสดงท่าทีที่จะเพิ่มอำนาจของประธานาธิบดีเหนือธนาคารกลางสหรัฐ นี่ก็จะเป็นอีกส่วนที่กระทบตลาดเงินตลาดทุน แต่จะส่งผลกระทบตลาดสหรัฐและให้อานิสงส์ต่อตลาดอื่น ๆ 

สถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ (Peterson Institute for International Economics : PIIE) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจชื่อดังในสหรัฐวิเคราะห์ว่า หากทรัมป์พยายามมีอำนาจเหนือ หรือพยายามแทรกแซงการตัดสินใจของธนาคารกลางจริงดังที่เคยบอกไว้ จะส่งผลระทบต่อตลาดทุนสหรัฐ เพราะนักลงทุนจะตอบสนองต่อการสูญเสียอิสระของธนาคารกลางโดยโยกเงินลงทุนออกจากตลาดเป็นจำนวนมาก