เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
ดูทั้งหมด

ชวนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับ 7 ผู้ประกอบการเพื่อสังคม ในเครือข่าย SET Social Impact 

07 พ.ย. 2567 | 09:51น.

ชวนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับ 7 ผู้ประกอบการเพื่อสังคม ในเครือข่าย SET Social Impact ผ่านแคมเปญ ‘ช้อปสะดวก ช่วยสังคม’ ที่ทำให้ทุกการช้อปมีความหมาย

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในสังคมไทย กลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z ได้ก้าวขึ้นมาเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) เมื่อปี 2566 พบประชากรในกลุ่มนี้มีสัดส่วนถึง 41.8% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ คิดเป็นประมาณ 29.18 ล้านคน ซึ่งพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้บริโภค แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวโน้มทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

  การเติบโตของคนกลุ่มนี้ มาพร้อมกับแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับคุณค่า ความยั่งยืน และการมีส่วนร่วมในประเด็นต่าง ๆ ตั้งแต่สิ่งแวดล้อมไปจนถึงความเท่าเทียมทางสังคม การปรับตัวของธุรกิจและองค์กรจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สอดรับกับมุมมองและความต้องการคนรุ่นนี้ หรือสังคมในยุคปัจจุบัน

 โดยผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ถือว่าเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการตอบสนองแนวคิดเหล่านี้ โดยดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาและส่งมอบคุณค่าแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้จริง ที่สอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ ในการมองหาสินค้าและบริการที่ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งาน แต่ยังสะท้อนถึงคุณค่าและจุดยืนทางสังคมที่ชัดเจน

  หนึ่งในองค์กรที่ผลักดันเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องคือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่มุ่งพัฒนาตลาดทุนเพื่อทุกคน ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนผ่านแคมเปญ ‘ช้อปสะดวก ช่วยสังคม ให้ทุกการช้อปมีความหมายกับคุณ’ ที่มีเป้าหมายมุ่งส่งเสริมและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคม เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจสินค้าที่มีคุณค่าและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ผ่าน 7 ผู้ประกอบการเพื่อสังคมภายใต้เครือข่าย SET Social Impact บนแพลตฟอร์ม K+ market ในแอป K PLUS ซึ่งไม่เป็นเพียงแค่ช่วยขยายช่องทางจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อสังคม แต่ยังชวนให้ผู้บริโภคร่วมสนับสนุนแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

  ในวันนี้เราขอพาทุกคนไปรู้จักกับ 7 ผู้ประกอบการเพื่อสังคม ที่ร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงในแคมเปญนี้ พร้อมเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังความตั้งใจดีที่ผลักดันให้พวกเขาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่มีคุณค่า แต่ยังส่งต่อความหมายที่ยิ่งใหญ่สู่สังคม

‘ดี มี สุข’ ‘Craft de Quarr’ และ ‘Haze Free’ สามพลัง SE ที่สร้างความยั่งยืนให้ชุมชน – สิ่งแวดล้อม

  หากพูดถึงการสร้างความยั่งยืนแล้ว การเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนคงเป็นเรื่องหลัก ๆ ที่เหล่าผู้ประกอบการเพื่อสังคม ให้ความสำคัญและอยากจะสร้างแรงขับเคลื่อนให้มากขึ้น บริษัท ดี มี สุข (ไม่) จำกัด หรือที่รู้จักในชื่อ ‘ดี มี สุข’ เป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาคนและชุมชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยมองเห็นปัญหาที่สินค้าจากชุมชนต้องเผชิญ ซึ่งมักขาดการพัฒนาสินค้าอย่างเป็นระบบ ไม่มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่เหมาะสม และขาดทักษะในการวางแผนธุรกิจ ทำให้การเติบโตของกิจการของชุมชนในระยะยาวเป็นเรื่องที่ท้าทาย

 ดี มี สุข จึงได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยขับเคลื่อนผู้ประกอบการระดับชุมชน ผ่านการพัฒนาสินค้าให้มีความคุณภาพมาตรฐาน โดยการออกแบบบรรจุภัณฑ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกปลอดสารเคมีที่มีความหลากหลาย อาทิ แยมรวมเบอร์รี 7 ชนิด, ข้าวสังข์หยด, ปลาลูเบร่

 ด้วยการดำเนินงานอย่างเข้มแข็ง ทำให้ ดี มี สุข ไม่เพียงแค่พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสุขภาพ แต่ยังช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่คนในชุมชน ส่งเสริมการสร้างงานและรายได้ที่ยั่งยืน รวมถึงช่วยให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง

 อีกหนึ่งผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่ส่งเสริมชุมชน Craft de Quarr (คราฟต์ เดอ คัวร์) โดย บริษัท เดอ คัวร์ จำกัด ที่เข้ามาช่วยพัฒนางานทอผ้า งานเย็บผ้า ของกลุ่มชาติพันธุ์ เผ่าชาวเขา เช่น อาข่า กะเหรี่ยง และม้ง โดยปรับให้มีดีไซน์ที่ทันสมัย ตอบโจทย์ผู้บริโภคปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ช่วยปลูกฝังความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาดั้งเดิมให้กับคนในท้องถิ่น และส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมไปสู่ภายนอก

 Craft de Quarr มุ่งเน้นให้การผลิตทุกขั้นตอนมีคุณภาพ ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุ การทอผ้า ไปจนถึงการตัดเย็บอย่างประณีต เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ สวยงาม และทนทาน ทั้งยังทำหน้าที่เป็นช่องทางการจำหน่ายที่สำคัญสำหรับชุมชน ช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่สนใจที่จะสืบสานภูมิปัญญาของบรรพบุรุษให้คงอยู่

 ส่วนผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Craft de Quarr ก็มีความหลากหลาย เช่น กระเป๋าผ้าทอมือที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า พวงกุญแจและที่ห้อยกระเป๋าที่มีการผสมผสานระหว่างงานฝีมือดั้งเดิมกับการออกแบบร่วมสมัย ทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความสวยงามทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นการช่วยเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นกับตลาดสากลอีกด้วย

  วิสาหกิจเพื่อสังคมไร้ควัน หรือ Haze Free Social Enterprise ที่ก่อตั้งโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮซ ฟรี ก็ไม่ได้เน้นแค่การพัฒนาคุณภาพชีวิตคน แต่ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการลดฝุ่นละออง PM 2.5 ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่จากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นการปลูกพืชแบบวนเกษตรและปลอดสารเคมี เน้นการผลิตที่ปลอดการเผา เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศและหมอกควัน

 สำหรับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่โดดเด่นจาก Haze Free ได้แก่ อบเชยผง เห็ดเผาะรักษ์ป่า ชาอู่หลง ลำไยอบแห้ง และกระเทียมแกะกลีบ ซึ่งทุกชิ้นผ่านกระบวนการผลิตที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมภายใต้แนวคิด ‘Sustainable Food System’ เพื่อสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนบนพื้นฐานความรู้ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 การดำเนินงานของ Haze Free ไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองในอากาศเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างทางเลือกอาชีพและการจ้างงานให้กับคนในชุมชน เกิดการกระจายรายได้สู่ครอบครัวเกษตรกร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ที่ดิน และลดปัญหาสุขภาพจากสารเคมีในกลุ่มเกษตรกรอีกด้วย

‘Yorice’ นวัตกรรมข้าวเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยพัฒนาชุมชนและเกษตรกร 

 อีกหนึ่งบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนชุมชนและเกษตรกรอย่างจริงจัง คือ บริษัท ทีเอชซี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Yorice มุ่งมั่นพัฒนาชุมชนและสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ด้วยนวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่าให้กับ ‘ข้าวไทย’ โดยมีเป้าหมายลดการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศและแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ผ่านแนวคิด ‘ชาวนาไม่จน คนไม่ป่วย’ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม

 ด้วยความอยากแก้ปัญหาและช่วยเหลือเกษตรกร Yorice จึงรับซื้อปลายข้าวอินทรีย์พันธุ์พื้นบ้านจากเกษตรกร และนำมาแปรรูปโดยใช้นวัตกรรมการหมัก ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากข้าวเพื่อสุขภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสาเกญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ ‘Yorice Amazake’ ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ มีหลากหลายรสชาติให้เลือก เช่น รสข้าวมะลินิลสุรินทร์, รสข้าวหอมมะลิ สูตรหวานน้อย และข้าว 5 สายพันธุ์

 นอกเหนือจากเครื่องดื่มข้าวเพื่อสุขภาพเอาใจสายเฮลตี้แล้ว Yorice ยังมีการรวบรวมข้าวจากเกษตรกรท้องถิ่นตอบโจทย์คนรักสุขภาพเช่นกัน โดยมีการจำหน่ายสายพันธุ์ข้าวอย่างหลากหลาย เช่น ข้าวสินเหล็ก ซึ่งมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และข้าว กข.43 ที่มีค่าอมิโลสต่ำ ทำให้มีเนื้อนุ่มและรับประทานง่าย ซึ่งทุกขั้นตอนในการผลิตข้าว ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การเพาะปลูก ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ล้วนผ่านการดูแลอย่างใส่ใจ เพื่อให้ได้ข้าวคุณภาพที่ปลอดภัย ปราศจากสารเคมี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่เพียงทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง รสชาติสดใหม่ แต่ยังช่วยสร้างความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรท้องถิ่นอีกด้วย

ส่งต่อกำลังใจและโอกาสให้กลุ่มเปราะบาง กับสินค้าสร้างสรรค์โดย ‘Living’ และ ‘Artstory’

 เมื่อผู้ประกอบการเพื่อสังคมเป็นธุรกิจที่ไม่เพียงแค่มุ่งเน้นการทำกำไร แต่เป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างโอกาสให้กับผู้ที่เผชิญความท้าทายในชีวิต ลิฟวิ่ง (Living) โดย บริษัท ลิฟวิ่ง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อต้องการให้ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตและจิตเวชได้มีงานทำ มีรายได้ มีชีวิตที่มีคุณค่าและความหมายต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพและจุดแข็งของแต่ละบุคคล เพื่อสร้างทักษะอาชีพให้กับพวกเขา ซึ่งทุกคนจะมีส่วนสร้างสรรค์ผลงานตลอดกระบวนการ ทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะทางอาชีพ แต่ยังเชื่อมโยงคนในสังคมให้เกิดความเข้าใจและเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้านจิตเวชอย่างยั่งยืน

 ผลิตภัณฑ์ของ Living ทุกชิ้นล้วนเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ของผู้ป่วยจิตเวชที่มีความสามารถ โดยจะเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ หัตถกรรมและของใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เช่น สมุดโน้ต กระเป๋าผ้า กระเป๋าใส่เครื่องเขียน ผ้าพันคอมัดย้อม ทั้งนี้ ผลกำไรจากการจำหน่ายจะไม่มีการปันผลให้ผู้ลงทุน แต่จะนำรายได้ทั้งหมดสนับสนุนการพัฒนาสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง

 ในขณะที่ Artstory By AutisticThai ซึ่งก่อตั้งขึ้นภายใต้ บริษัท ออทิสติกไทย วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มีเป้าหมายในการใช้ศิลปะเป็นสื่อบำบัดเยียวยา เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างสังคมและเด็กออทิสติก พร้อมทั้งเสริมสร้างความยั่งยืนในการใช้ชีวิต และส่งเสริมความภาคภูมิใจในฐานะบุคคลที่มีคุณค่าเท่าเทียมกับคนทั่วไปในสังคม

 Artstory ได้นำผลงานศิลปะที่ออกแบบโดยเด็กออทิสติกจากมูลนิธิออทิสติกไทยมาพัฒนาสร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีดีไซน์ที่ทันสมัยและน่ารัก เช่น หมวกผ้า กระเป๋าผ้า แก้วน้ำ และสินค้าอื่น ๆ โดยได้รับการออกแบบให้สวยงาม และเหมาะสมกับการใช้งานในทุกโอกาส

 การสร้างสรรค์ผลงานผ่านการวาดภาพและการแต่งแต้มสีสันเป็นรูปแบบศิลปะบำบัดที่ช่วยให้เด็กออทิสติกมีสมาธิ ได้พัฒนาจินตนาการ เยียวยาจิตใจ และเสริมสร้างทักษะการเข้าสังคม การสร้างผลิตภัณฑ์จากศิลปะยังช่วยสร้างรายได้ ส่งเสริมการจ้างงานให้แก่บุคคลออทิสติกและครอบครัว และเปิดโอกาสให้เกิดอาชีพที่ยั่งยืนและสามารถเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว

ช้อปปิ้งแบบรักษ์โลก กับสินค้างานศิลป์จากของเหลือใช้ โดย ‘WISHULADA’

 ด้วยความเชื่อมั่นในแนวคิดที่ว่า ‘ไม่มีสิ่งใดไร้ค่า’แบรนด์งานศิลปะ WISHULADA (วิชชุลดา) จึงถือกำเนิดขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง แบรนด์นี้ก่อตั้งโดยวิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อผสม ที่มุ่งกระตุ้นสังคมให้ตระหนักถึงปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางผ่านแนวคิด ‘Turning Trash to Sustainable Art’

  วิชชุลดาได้นำวัสดุเหลือใช้ เช่น ฝาขวดน้ำพลาสติก เสื้อผ้าเก่า และวัสดุอื่น ๆ มาเปลี่ยนเป็นงานศิลปะที่ยั่งยืนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรม หรือสินค้าแฟชั่น เช่น กระเป๋าถือ ที่มีสีสันสวยงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเน้นแนวคิดหมุนเวียนใช้ซ้ำ (Reuse & Upcycle) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อให้การสร้างสรรค์นั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 เป้าหมายหลักของวิชชุลดา คือ การเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ ให้กลายเป็นสื่อกลางในการปลุกจิตสำนึกถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาหมุนเวียนใช้ซ้ำจากวัสดุเหลือใช้รอบตัว อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างงานและอาชีพให้แก่กลุ่มคนทำงานฝีมือและผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานราก สร้างอนาคตที่ยั่งยืน

เปลี่ยนการช้อปให้เป็นพลัง สร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน

จากเรื่องราวความตั้งใจของ 7 ผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าการช่วยพัฒนา สนับสนุนชุมชนและสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ แต่ยังสร้างความยั่งยืนและส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงให้สังคมอย่างแท้จริง การสนับสนุนโดยเลือกซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการเพื่อสังคมจึงเป็นอีกช่องทางที่เราสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชีวิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

ผู้ที่สนใจสินค้าของ 7 ผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่ร่วมแคมเปญ ‘ช้อปสะดวก ช่วยสังคม’ สามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านการจ่ายเงินสด หรือใช้ K Point ในการซื้อก็ได้ อย่าปล่อยให้ K Point ของคุณหมดอายุ นำมาใช้ในการอุดหนุนสินค้าและสร้างการเปลี่ยนแปลงในโลกได้ง่าย ๆ เพียงร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคมบนแอป K PLUS ผ่านเมนู K+ market และค้นหาคำว่า ‘SET Social Impact’ คุณจะได้พบกับสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่สินค้าที่ช่วยสร้างงานและรายได้ให้ชุมชน สินค้าจากกลุ่มผู้เปราะบาง สินค้าเกษตรอินทรีย์ จนถึงสินค้าวัสดุรีไซเคิลที่มีส่วนในการลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

เพราะทุกการใช้จ่ายของคุณมีความหมายในการช่วยส่งเสริมการเติบโตของชุมชน มาร่วมสนับสนุนแคมเปญ ‘ช้อปสะดวก ช่วยสังคม ให้ทุกการช้อปมีความหมาย’ ได้ที่ K+ market สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.setsocialimpact.com

จากเรื่องราวความตั้งใจของ 7 ผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่กล่าว