เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
Finance เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
Real Estate คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
Finance โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวนผู้ใช้บริการ – เตือนแนวคิดร่วมจ่าย สร้างความไม่แน่นอน ปชช.
Biz Movement ‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวนผู้ใช้บริการ – เตือนแนวคิดร่วมจ่าย สร้างความไม่แน่นอน ปชช.
หอมดอกพิกุลร่วงจากแดนใต้ “ถนนไปสู่แหลมทอง” โดยไชยยศ ปิ่นประดับ
Biz Movement หอมดอกพิกุลร่วงจากแดนใต้ “ถนนไปสู่แหลมทอง” โดยไชยยศ ปิ่นประดับ
“จนกว่าซากุระจะผลิบาน” เรียนรู้สังคมการทำงานจากญี่ปุ่นในวันที่ซากุระผลิบานจนร่วงโรย
Biz Movement “จนกว่าซากุระจะผลิบาน” เรียนรู้สังคมการทำงานจากญี่ปุ่นในวันที่ซากุระผลิบานจนร่วงโรย
เอกนิติ ชี้ ‘พันธบัตรออมพลัส’ ขายหมด สะท้อนประชาชนยังมีเงินออม เปิดรอบต่อไป 3-5 ส.ค. นี้
Finance เอกนิติ ชี้ ‘พันธบัตรออมพลัส’ ขายหมด สะท้อนประชาชนยังมีเงินออม เปิดรอบต่อไป 3-5 ส.ค. นี้
แผนแก้เจ้าพระยาท่วมซ้ำซาก สทนช.เร่งคลองระบายน้ำชัยนาท-บางไทร
Economic แผนแก้เจ้าพระยาท่วมซ้ำซาก สทนช.เร่งคลองระบายน้ำชัยนาท-บางไทร
ฟังเสียงคนขับตุ๊กตุ๊ก: หลังรัฐชงห้ามรถสันดาปวิ่งเกาะรัตนโกสินทร์ ‘มลพิษ’ หรือ ‘เหยื่อ’ การจัดระเบียบ ?
Interview ฟังเสียงคนขับตุ๊กตุ๊ก: หลังรัฐชงห้ามรถสันดาปวิ่งเกาะรัตนโกสินทร์ ‘มลพิษ’ หรือ ‘เหยื่อ’ การจัดระเบียบ ?
กูรูโลจิสติกส์มองแผนรถไฟไทย-จีน เฟส 2 เตือนเสี่ยงสูญ 5 แสนล้าน ปม ‘สะพานข้ามโขง’ ไร้คำตอบ-ไร้รอยต่อจริง
Interview กูรูโลจิสติกส์มองแผนรถไฟไทย-จีน เฟส 2 เตือนเสี่ยงสูญ 5 แสนล้าน ปม ‘สะพานข้ามโขง’ ไร้คำตอบ-ไร้รอยต่อจริง
ดูทั้งหมด

ฟิทช์ เรทติ้งส์ คงอันดับเครดิตไทยที่ BBB+ แนวโน้มมีเสถียรภาพ

09 พ.ย. 2567 | 17:18น.

ฟิทช์ เรทติ้งส์ คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)

นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings (Fitch) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) ณ ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารหนี้สาธารณะดังนี้

Fitch คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่องโตจาก 2.6% เป็น 3.1% ในปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 2568 นักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามา อยู่ในระดับเดียวกับก่อนเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายภาครัฐและภาคเอกชนเป็นสำคัญ

อีกทั้งกรอบการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคยังมีความเข้มแข็งในการรับมือกับความท้าทาย อาทิ รายได้ต่อหัว และดัชนีธรรมาภิบาล (World Governance Indicators: WGI) เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับเดียวกัน (Peers) อย่างไรก็ดี การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องอาจทำให้มุมมองความเสี่ยงทางการคลังในระยะ ปานกลางเพิ่มขึ้นได้

สำหรับภาคการคลังยังคงมีเสถียรภาพ แม้รัฐบาลจะยังคงดำเนินนโยบายขาดดุล โดยปี 2568 จะขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 4.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ Peers ที่ 3.2% ขณะที่รัฐบาลมีความพยายามปรับลดการขาดดุลงบประมาณเพื่อเข้าสู่สมดุลทางการคลัง (Fiscal Consolidation) อันจะมีผลให้ระดับหนี้สาธารณะปรับเข้าสู่ระดับมีเสถียรภาพใกล้เคียงกับค่ากลางของ Peers ในระยะต่อไป

ในส่วนของหนี้ภาครัฐบาล (General Government Debt) ซึ่งครอบคลุมหนี้ที่รัฐบาล กู้โดยตรง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) รัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลรับภาระ หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 61.2% ของ GDP ภายในปี 2569 และจะยังคงอยู่ในระดับดังกล่าวไปจนถึงปี 2571 ซึ่งสะท้อนถึงการปรับลดงบประมาณรายจ่ายแบบค่อยเป็นค่อยไปหลังจากปี 2568

กรณีหนี้สาธารณะของประเทศไทยซึ่งครอบคลุมหนี้ที่กระทรวงการคลัง หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจกู้ หรือกระทรวงการคลังค้ำประกันมีอายุเฉลี่ยยาวและต้นทุนดอกเบี้ยต่ำมีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างเสถียรภาพทางการคลังในระยะปานกลาง อีกทั้งรัฐบาลสามารถระดมทุนด้วยต้นทุนต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับ Peers เนื่องจากตลาดการเงินภายในประเทศเอื้ออำนวยและมีการบริหารการคลังที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ ภาระดอกเบี้ยต่อรายได้ปี 2567 คาดว่าจะอยูที่ 6% ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางของ Peers ที่ 9%

โดยภาคการเงินต่างประเทศ (External Finance) แข็งแกร่ง โดยดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่า จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 2.1% ในปี 2567 เป็น 2.9% ในปี 2568 อีกทั้งทุนสำรองระหว่างประเทศยังอยู่ในระดับสูงกว่า 7.4 เดือน ขณะที่ค่ากลางของ Peers อยู่ที่ 5.6 เดือน นอกจากนี้ ประเทศไทยจะยังคงรักษาสถานะเจ้าหนี้ต่างประเทศสุทธิ (Large Net External Creditor) ทั้งระดับประเทศ (Sovereign) และระดับเศรษฐกิจโดยรวม (Economic – Wide Basis) ปี 2568 ที่ระดับ 36.9% และ 43.0% ของ GDP ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ BBB และ A

ปัจจัยสำคัญที่ Fitch จะติดตามและพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของประเทศไทย อาทิ ความสามารถในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะปานกลาง การลดลงของสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Debt/GDP) อย่างมีนัยสำคัญ ความผันผวนทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ และการปรับตัวทางการคลังล่าช้ากว่าที่คาดการณ์

อนึ่ง กระทรวงการคลังโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีดำริให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะติดตามเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจและการบริหารหนี้สาธารณะ โดยเฉพาะการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ