เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘หมอประวิทย์-หมอสุภัทร’ ซัด ‘หมอสรณ’ หมดอำนาจแล้ว ลาประชุมทำไม
Tech ‘หมอประวิทย์-หมอสุภัทร’ ซัด ‘หมอสรณ’ หมดอำนาจแล้ว ลาประชุมทำไม
‘ศุภจี’ ชูไทย Trusted Partner ฝ่าโลกแบ่งขั้ว เร่งปิดดีลการค้า EU-อินเดีย
Finance ‘ศุภจี’ ชูไทย Trusted Partner ฝ่าโลกแบ่งขั้ว เร่งปิดดีลการค้า EU-อินเดีย
กาญจนบุรีอ่วม น้ำท่วม 13 อำเภอ ขณะที่ 2 เขื่อนใหญ่ยังเพิ่มระบายน้ำ
Uncategorized กาญจนบุรีอ่วม น้ำท่วม 13 อำเภอ ขณะที่ 2 เขื่อนใหญ่ยังเพิ่มระบายน้ำ
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,400 บาท
‘ทายาทสวนสยาม’ เปิดใจน้ำท่วมปี’69 เสียหายหลาย 100 ล้าน หนักสุดรอบ 46 ปี
Business ‘ทายาทสวนสยาม’ เปิดใจน้ำท่วมปี’69 เสียหายหลาย 100 ล้าน หนักสุดรอบ 46 ปี
‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม
Politics ‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม
สนามบินภูเก็ต ประสานการบินไทยเร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง หลังตกค้างสุวรรณภูมิวันที่ 26 ก.ย.
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ประสานการบินไทยเร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง หลังตกค้างสุวรรณภูมิวันที่ 26 ก.ย.
ย้ำให้ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ปล่อยน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไม่อนุมัติระบายเพิ่ม หวั่นกระทบ กทม.
Politics ย้ำให้ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ปล่อยน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไม่อนุมัติระบายเพิ่ม หวั่นกระทบ กทม.
จับตา ‘เดดล็อก’ กสทช. ประมูลคลื่น-ทีวีป่วนต่อ
Tech จับตา ‘เดดล็อก’ กสทช. ประมูลคลื่น-ทีวีป่วนต่อ
PTT เคาะวงเงินปันผล 3.99 หมื่นล้าน รองรับขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น
Finance PTT เคาะวงเงินปันผล 3.99 หมื่นล้าน รองรับขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น
ดูทั้งหมด

อิ๊งค์ย้ำดีเดย์ 12 ธ.ค. แจกของขวัญปีใหม่คนไทย ชู 3 แนวทางโกยเม็ดเงินใหม่

23 พ.ย. 2567 | 07:02น.
แพทองธาร ชินวัตร

“แพทองธาร ชินวัตร” ขึ้นเวทีประชาชาติธุรกิจ “โอกาส ความหวัง ความจริง” ชี้คนไทยมีความสามารถ รัฐต้องให้โอกาส และช่วยเหลือเรื่องความเป็นอยู่ให้ดีที่สุดเพื่อปลดล็อกศักยภาพ เชื่อการเติบโตเศรษฐกิจปี 2568 จะโตกว่าที่ตั้งไว้ ย้ำรัฐบาลอยู่ครบเทอม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ เผยเร่งแผนใช้งบประมาณ 9.6 แสนล้านพัฒนาประเทศ รวมทั้งวางมาตรการต่าง ๆ รับมือทั้งสหรัฐและจีน ทิ้งท้าย 12 ธ.ค.นี้ แถลงนโยบายใหญ่ เตรียมของขวัญปีใหม่ให้คนไทย ด้านประธาน “ทีทีบี” แนะ 4 ทางช่วยเหลือคนไทยและประเทศให้ก้าวหน้ามากขึ้น

นายกฯขึ้นเวทีประชาชาติฯ

ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จัดงานสัมมนา THAILAND 2025 โอกาส ความหวัง ความจริง โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ประเทศไทย โอกาส ความหวัง ความจริง”

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เพิ่งกลับมาจากการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ที่ประเทศเปรู ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้คุยกับผู้นำทั่วโลก แน่นอนว่ารัฐบาลพยายามสร้างโอกาสให้กับคนไทยให้ได้มากที่สุด เป็นโอกาสที่จับต้องได้

เราเห็นศักยภาพของคนไทยที่มีศักยภาพสูงมาก แต่บางครั้งเข้าไม่ถึงโอกาส หรือมีการซัพพอร์ตไม่เพียงพอ รัฐบาลเร่งทำเรื่องนี้ แต่บางสิ่งบางอย่างสะสมยาวนานไม่สามารถใช้วิธีหรือสองวิธีเพื่อแก้ปัญหาได้ แต่เราต้องใช้หลายวิธีผลักดันประเทศชาติ และเศรษฐกิจของประเทศให้ไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแรง

ปากท้องคนไทยต้องอิ่ม

“อย่างแรกที่รัฐบาลต้องการจะทำ คือพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาเศรษฐกิจก่อน เพราะเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่สำคัญ ทำให้คนในประเทศกินอยู่ได้ดีขึ้น ถ้าคนไทยท้องอิ่ม ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวก็จะออกมาเอง ถ้าเบสิกขั้นพื้นฐานยังไม่ถูกเติมเต็ม การจะเกิดความคิดสร้างสรรค์หรือมีแรงผลักดันประเทศก็จะเกิดขึ้นได้ยาก ดังนั้นเราถึงพยายามกระจายโอกาสตรงนี้ไปให้ได้มากที่สุดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ”

ขณะนี้มีการคาดเดาการเติบโตของจีดีพี ถ้ารวมทั้งปีประมาณ 2.7% อยู่ในช่วงที่กำลังฟื้นตัวอยู่ แต่ในแต่ละไตรมาสเราทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประกาศตัวเลขว่าจีดีพีเราโตขึ้น 3% เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ และส่วนใหญ่ที่เศรษฐกิจเราเติบโตได้มาจากการลงทุนของภาครัฐ จากการคาดเดาในปี 2568 เราตั้งเป้าไว้ว่าเศรษฐกิจเราจะโต คาดว่าจะโตกว่าที่ตั้งเป้าไว้

เร่งดึงนักท่องเที่ยวกลับมา

น.ส.แพทองธารกล่าวอีกว่า ที่สำคัญคือการท่องเที่ยว เพราะช่วงก่อนโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวประมาณ 40 ล้านคน ซึ่งตัวเลขหายไปอย่างน่าตกใจ แต่ขณะนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวกลับมาแล้ว คาดว่ากลับมาถึง 36 ล้านคน และยังเพิ่มขึ้นกว่าปี 2566 ถึง 28% เป็นนิมิตหมายที่ดีของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย

นอกจากเหตุการณ์โควิด-19 ที่เบาตัวแล้ว เรื่องฟรีวีซ่า ตั้งแต่รัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ที่ทำต่อกันมา และมีการพัฒนาสนามบิน ซึ่งเราอยากให้สนามบินเราเป็น Smart Airport ไม่ต้องเสียเวลาในการรอคิว เราพยายามทำเรื่องนี้ให้ต่อเนื่องมากขึ้น เราจะทำ Festival Country เราพยายามทำให้เมืองไทยทั้งประเทศเป็นที่ที่สามารถท่องเที่ยวได้ ไม่อยากให้ชาวต่างชาติรู้จักแค่เมืองหลัก อยากให้เที่ยวเมืองรองด้วย และมีระยะเวลาให้เที่ยวยาวนาน เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำอยู่

ยันรัฐบาลอยู่ครบเทอม

“ที่เล่าให้ฟังว่าได้ไปคุยกับต่างชาติ ทุกคนสนใจการลงทุนประเทศไทย ถ้าการเมืองเรามีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น นักธุรกิจ ต่างชาติก็มีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น ดิฉันมีหน้าที่ไปบอกทุกคนว่า เราเชื่อมั่นว่าสามารถอยู่ครบเทอมจนเลือกตั้งได้ เพื่อให้ชาวต่างชาติมั่นใจว่าการลงทุนจะไม่เปลี่ยนแปลง”

ก่อนหน้านี้ สิ่งที่นายกฯเศรษฐาเดินทางไปบอกทั่วโลกว่า รัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ น่าลงทุนอย่างไร ดิฉันสานต่อนโยบายเหล่านั้นเพื่อให้การลงทุนไม่สะดุด สิ่งที่ได้ทำให้เห็นชัด คือ Google มาลงทุน คือการตอกย้ำว่ายังทำสิ่งนี้อยู่ ก็สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติด้วย

เร่งใช้งบฯลงทุน 9.6 แสนล้าน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลเร่งทำต่อไปคือการใช้งบประมาณด้านการลงทุน 9.6 แสนล้านบาท อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะปกติแล้วงบฯเหล่านี้ใช้ไม่หมด ติดเรื่องความล่าช้า ในปี 2568 กำชับกันว่าต้องใช้งบฯนี้ให้หมด เพื่อให้คุ้มค่ากับภาษี

ส่วนการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นายโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดีนั้น น.ส.แพทองธารกล่าวว่า นโยบายของเขา หรือสิ่งที่เขาทำอาจจะขยับไปทางอนุรักษนิยมมากขึ้น และหลายคนกังวลว่าเขาจะปรับเรื่องการค้า การลงทุนอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่ารัฐบาลเตรียมการในเรื่องนี้อย่างมาก

เราทราบอยู่แล้วว่ามีนโยบายที่จะพุ่งเป้าประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออก 60% ของจีดีพี แต่ส่งออกไปยังสหรัฐ 10% ของจีดีพี เป็นตัวเลขที่มาก รัฐบาลต้องมีมาตรการรองรับ จะปรับสมดุลอย่างไรไม่ให้เสียโอกาสของประเทศ

ช่วย SMEs ไทย สู้สินค้าจีน

นอกจากนี้ ต้องดูมาตรการต่าง ๆ ที่ต้องผลักดันเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ ต้องคำนึงถึง Economy of Scale ด้วย คือประเทศจีน ที่มีกำลังการผลิตสูงมาก ทำให้ต้นทุนถูก เราจะรู้สึกว่าการแข่งขันของเราสู้จีนไม่ได้ เพราะไม่สามารถผลิตของได้เท่าเขา แน่นอนว่าจะเป็นสงครามด้านการผลิต แต่รัฐต้องช่วยเรื่องของภาษี หรือดูข้อกฎหมาย ข้อบังคับให้หนักแน่นมากยิ่งขึ้น

“ไม่ว่าเป็นการซื้อ การขายทางออนไลน์ ที่จะต้องดูให้ถูกกฎ นำกฎที่มีอยู่แล้วมาทำให้เคร่งครัดมากยิ่งขึ้นเพื่อช่วย SMEs ของไทยด้วย สิ่งนี้เกิดขึ้นในปัจจุบันและ SMEs หลายคนก็เป็นห่วง”

3 ทางรอดประเทศไทย

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ปัญหาที่พูดมาเราต้องหาทางรอดว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยมีอาชีพที่มั่นคง และหาเม็ดเงินใหม่ ๆ เข้าประเทศได้ เพราะหนี้ครัวเรือนเรามากมายเต็มไปหมด การทำให้คนมีรายได้อย่างเดียวไม่พอ ต้องเกิดรายได้ใหม่ เม็ดเงินใหม่ ๆ ด้วย

เรามีทางรอด 3 ทางที่ช่วยประเทศได้อย่างแน่นอน คือ หนึ่ง โอกาสด้านอาหาร ซึ่งแข็งแรงและมีจุดเด่นอย่างมาก เราเคยทำครัวไทยสู่ครัวโลก เข้าไปคุยกับแต่ละประเทศ ทุกคนเห็นว่าไทยเป็นครัวของโลกได้จริง ๆ เพราะเรามีทรัพยากรด้านการเกษตรได้เยอะ เขามองว่าถ้าเขาสามารถฝากอาหารไว้ที่ประเทศเราได้ หรือ Food Security เป็นสิ่งที่น่าลงทุน

ดังนั้น รัฐบาลมองในเรื่องการถนอมอาหาร การส่งออก ว่าจะทำอย่างไรให้คุณภาพอาหารที่ส่งออกไปยังมีคุณภาพสด เหมือนที่เมืองไทย โดยใช้เทคโนโลยี ใช้นวัตกรรมเพิ่มขึ้น

ขณะที่เนื้อวัวของประเทศไทย เป็นสิ่งที่เขาต้องการมาก ๆ แต่ก็ต้องการมาตรฐานที่ดีขึ้นของไทยด้วย และเรายังขายเรื่องซอส หรือสมุนไพร อยากทำให้แข็งแรงมากขึ้น เรื่องของเชฟ ซึ่งผูกกับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ที่จะรีสกิล อัพสกิล อยากให้ทุกคนผ่านโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย เพื่อทำให้เชฟเหล่านั้นมีใบรับรองในการทำอาหาร ก็จะสร้างอาชีพเพิ่มมากขึ้นด้วย

ปั้นไทยเป็นฮับเวลเนส

สอง โอกาสสุขภาพ แน่นอนว่าเรามี 30 บาทรักษาทุกโรค และขณะนี้ทำให้เป็น 30 บาทรักษาทุกที่ ทำให้คนสามารถเข้าถึงนโยบายนี้ได้อย่างง่ายดายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลารอคอย เป็นนโยบายที่ทั่วโลกยอมรับ และศึกษาจากเราว่าทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ

สาม อุตสาหกรรมที่สร้างซอฟต์พาวเวอร์ เรามีมวยไทยที่ดังไปทั่วโลก ที่อังกฤษมีค่ายมวยไทย 4 หมื่นแห่ง อาจไม่ได้ใบรับรอง เราจึงนำวิชามวยไทยมารีสกิล อัพสกิล เพื่อให้ได้ใบรับรอง และสามารถเพิ่มรายได้ตรงนี้ให้กับประชาชนด้วย

เรามีวัฒนธรรมของไทยที่มีเสน่ห์ ต่างชาติสนใจ ดังนั้น เราจึงผูกทุกวัฒนธรรมของทุกจังหวัดเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้ประเทศของเราน่าเที่ยวได้ทั้งปี เพื่อสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ

เรื่องภาพยนตร์ เราสนับสนุนอย่างเป็นทางการ ได้คุยกับฮอลลีวูด ทั้ง Disney, Amazon, Netflix และประกาศว่า เราจะเพิ่ม Cash Rebate ให้กองถ่ายต่างประเทศที่จะมาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศ จาก 20% เป็น 30% เขาจะประหยัดต้นทุนในการผลิตของเขาได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกบริษัทปรบมือเป็นเสียงเดียวกัน

มีของขวัญปีใหม่ให้คนไทย

น.ส.แพทองธารยังกล่าวถึงเรื่องพลังงานว่า เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องทำควบคู่ไปด้วย เพราะต้องยอมรับว่าก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมีวันที่ต้องหมดไป ซึ่งการประมาณการของผู้เชี่ยวชาญว่า อีก 10 ปีก็จะหมดไป เรื่องที่เป็นกระแสอยู่ คือ MOU44 เราต้องคุยเรื่องนี้กับกัมพูชา ว่าจะแบ่งการใช้ก๊าซธรรมชาติร่วมกันอย่างไร แต่เกาะกูดไม่เกี่ยว เกาะกูดไม่ใช่ เกาะกูดเป็นของเราอยู่แล้ว

นอกจากนี้ เรายังเน้นพลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก เรื่อง Semiconductor ที่เป็นเทรนด์ของโลก มีการศึกษาว่าไทยจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับอุตสาหกรรมนี้อย่างไรได้บ้าง เป็นมาตรการ และโอกาสที่จะหาเม็ดเงินใหม่ ๆ เข้าประเทศได้ และแข่ง Economy of Scale กับจีนได้

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลมองเห็นโอกาสของประเทศไทยในการหาเม็ดเงินใหม่มาเติม ทั้งเม็ดเงินจากต่างชาติ และเงินที่เกิดจากรายได้ใหม่ ๆ ของเราเอง

“รัฐบาลจะมีการแถลงสิ่งที่ทำไปในรัฐบาลนี้ 90 วัน ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ รับรองจะมีเรื่องนโยบายดี ๆ มาเล่าให้ฟังว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตอีก และของขวัญปีใหม่ที่จะให้กับประชาชน” น.ส.แพทองธารกล่าวในตอนท้าย

“ปิติ” บิ๊กทีทีบีมอง ศก.ไทย

ด้านนายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี ขึ้นเวทีกล่าวในหัวข้อ “โอกาส-ความท้าทาย-เศรษฐกิจไทย” ว่า วันนี้ความหวังและโอกาสของเศรษฐกิจไทยจะอยู่ตรงไหน และความจริงคืออะไร หากย้อนกลับไปในช่วง 70 ปีก่อน ไทยเกิดปรากฏการณ์หวย 3 ใบที่เราแทงมาแล้วเรียกว่าถูกเรื่องถูกทาง ทำให้เมืองไทยโตมาถึงทุกวันนี้

สิ่งที่ได้จากหวย 3 ใบเริ่มทยอยหมดไปเรื่อย ๆ หลายคนมองไทยจะเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ และโตแซงเศรษฐกิจฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2537 จนถึงวันนี้เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ไปไหน หากดูในโลกมีประเทศอยู่ราว 200 ประเทศ เศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับ 100 กว่ามา 20 ปีแล้ว แม้ว่าตัวเลขล่าสุดในไตรมาสที่ 3/2567 ที่ออกมาเกิน 2% ทำให้กระชุ่มกระชวยขึ้นมาเล็กน้อย แต่ไทยจะไปต่อกันยังไง ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาระดับชาติ ไม่ใช่ตั้งความหวังไว้กับใครคนใดคนหนึ่ง

แนะ “4 Turn” กำหนดอนาคต

นายปิติกล่าวอีกว่า วันนี้อยากจะชวนแทงหวยเพิ่มอีก 4 ใบ ที่จะกำหนดอนาคตประเทศไทย ได้แก่ หวยใบแรก คือ Turn การลงทุนของรัฐ จะต้องแทงให้ถูก โดยเปลี่ยนการลงทุนเองมาเป็นการลงทุนร่วมกับเอกชน เช่น PPP หรือการลงทุนผ่าน Out Source เนื่องจากไทยมีปัญหาในเรื่องของความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ

หากดูผลวิจัยของ TDRI ระบุว่าไทยมีกฎหมาย 1.7 หมื่นฉบับ มีไลเซนส์ 1,700 ชนิด มีคณะกรรมการกว่า 345 คณะ และมีกระบวนงานเป็นหมื่น ซึ่งสร้างต้นทุนมากถึง 2 แสนล้านบาท หากสามารถนำดิจิทัลหรือเอไอมาช่วยโดยให้เอกชนทำ จะช่วยลดต้นทุนได้มาก หรืออย่างน้อยลดได้ครึ่งหนึ่ง หรือ 1 แสนล้านบาท ถือว่าไม่ใช่น้อย

ชูโมเดล “พี่ช่วยน้อง”

หวยใบที่สอง คือ Turn ความแข็งแกร่งของภาคเอกชนมาสู่การเติบโต ซึ่งผ่านโมเดล “พี่ช่วยน้อง” หรือ “ผีเสื้อกับแมลง” โดยภาครัฐให้แรงจูงใจ (Incentive) รูปแบบใหม่ เช่น บริษัทใหญ่ให้แฟรนไชส์รายได้จากบริษัทเล็ก ไม่ต้องเสียภาษีหรือลดภาษีแทน จะทำให้บริษัทใหญ่ช่วยซัพพอร์ตและทำให้ครัวเรือนจำนวนมากมีรายได้ที่สูงขึ้น

โดยเฉพาะ 3 อุตสาหกรรม เช่น ท่องเที่ยว อาหาร และสุขภาพ หากดูท่องเที่ยววันนี้กระจุกตัวไม่กี่จังหวัด จะทำอย่างไรให้กระจายเป็น More Local กระจายไปสู่จังหวัดอื่นมากขึ้น หรือการผลิตวัตถุดิบอาหารสัดส่วน 80% ของรายได้ขนาดใหญ่ จะทำอย่างไรให้วัตถุดิบสามารถเป็น Cuisine เพื่อกระจายไปสู่เอสเอ็มอี

ช่วยรายได้น้อย-ปานกลาง

หวยใบที่สาม คือ Turn ความช่วยเหลือของภาครัฐ ให้คมขึ้น หากแบ่งพีระมิดประชากรออกเป็น 3 ส่วน คือ รายได้น้อย รายได้ปานกลาง และรายได้สูง จึงอยากเห็นการช่วยเหลือของภาครัฐเปลี่ยนเป็น 3 รูปแบบตามพีระมิด เริ่มจากกลุ่มล่าง ควรให้สิทธิไม่ใช่ให้เงิน ผ่านการให้สิทธิ เช่น ให้ปุ๋ย ให้ค่าน้ำมันเดือนละกี่ลิตร เพื่อให้มีต้นทุนลดลง

พีระมิดที่สอง คือ สิ่งที่เรียกว่า Copay เพิ่มกำลังซื้อผ่านสิทธิช่วยจ่าย เช่น คนละครึ่ง อย่างที่เคยทำ เพื่อให้คนกลุ่มนี้มีต้นทุนค่าครองชีพถูกลง และจะช่วยลดภาระหนี้ครัวเรือนได้

และกลุ่มบนสุดใช้สิทธิในการคืนภาษี และการจับจ่ายในช่วงปลายปี เช่น การเที่ยวต่างจังหวัดในเมืองรองในวันธรรมดาลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งทำแบบนี้ช่วยลดค่าครองชีพ ลดภาษี และดึงคนที่อยู่นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ เพราะปัจจุบันคนไทยยังจ่ายภาษีแค่ 4 ล้านคน และบริษัทส่วนใหญ่อยู่ได้เพราะหนีภาษี ประเทศไทยพัฒนาไม่ได้ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นหัวใจและเป็นหวยที่อยากจะให้ช่วยกันแทง

ทุกภาคส่วนต้องช่วยเหลือ

หวยใบสุดท้าย คือ Global Trend เพราะประเด็นเหล่านี้ยังไงจะต้องเกิด ซึ่งขณะนี้มีเรื่องของ Green เป็นเรื่องที่ไทยต้องทำ เพราะภาคอุตสาหกรรมการผลิตภายใต้ Aging ไม่สามารถต่อสู้กับจีนได้ ดังนั้น ไทยต้องโปรแอ็กทีฟในเรื่องของ Green และ Clean เพราะมันคือโอกาสทางธุรกิจ

“ท้ายสุดจากการที่เราแทงหวยภาพขาวดำนี้จะเทิร์นเป็นภาพสีได้ คงไม่ได้ตั้งความหวังว่าอยู่ที่ใคร แต่เชื่อว่าถ้าภาคเอกชน ภาคประชาชน ร่วมมือกันช่วยกันประเทศไทยเราจะเปลี่ยนภาพขาวดำนี่เป็นภาพสีได้ด้วยมือของพวกเราเอง”