เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
Biz Movement สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
Biz Movement เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
Columns ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
หัวใจของสเปน
Columns หัวใจของสเปน
อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
Politics อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’  ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
World ‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’ ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
อภิสิทธิ์​ หนุนรัฐบาล​​พับแผน ‘แลนด์​บริจด์​’ แนะลุยเชื่อมระบบราง​ ท่าเรือ ถนน​
Politics อภิสิทธิ์​ หนุนรัฐบาล​​พับแผน ‘แลนด์​บริจด์​’ แนะลุยเชื่อมระบบราง​ ท่าเรือ ถนน​
SLD ถอดรหัส ‘ความหรู’ ยุคใหม่ เมื่อดีไซน์ต้องให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
Business SLD ถอดรหัส ‘ความหรู’ ยุคใหม่ เมื่อดีไซน์ต้องให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
รัฐบาลแจงสหรัฐปรับภาษีสินค้าไทยเป็น 12.5% ได้เท่าคู่แข่ง ไม่กระทบการแข่งขัน
Economic รัฐบาลแจงสหรัฐปรับภาษีสินค้าไทยเป็น 12.5% ได้เท่าคู่แข่ง ไม่กระทบการแข่งขัน
ดูทั้งหมด

ลุยสางหนี้ประกัน 7 หมื่นล้าน ‘พิชัย’ สั่งแก้ พ.ร.บ.เพิ่มเงินสมทบกองทุน

28 ธ.ค. 2567 | 09:33น.
พิชัย ชุณหวชิร

คลังเร่งแก้ปัญหาหนี้กองทุนประกันวินาศภัย “พิชัย” ตั้งคณะทำงานพิเศษลุยแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย 2 มาตรา หวังเพิ่มเงินสมทบกองทุนประกันวินาศภัยอีกเท่าตัว เป็นปีละ 3,000 ล้าน รวมถึงแก้ข้อความให้กองทุนสามารถขอประนอมหนี้/แฮร์คัตหนี้กับเจ้าหนี้ได้ ผู้จัดการกองทุนเผยล่าสุดมูลหนี้ 5 บริษัทรวมแล้ว 7 หมื่นล้าน เจ้าหนี้ 8 แสนราย เดินหน้าขายตึกสำนักงานใหญ่ “สินมั่นคงประกันภัย” มูลค่า 3,000 ล้าน

แหล่งข่าวคณะกรรมการกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความคืบหน้าการแก้ปัญหาการชำระหนี้ของกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) ตามที่กองทุนได้ว่าจ้าง BAKER & MCKENZIE เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) และได้ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SASIN) ศึกษาโครงสร้างหนี้ ปัญหา การวางแผนการชำระหนี้ ระยะเวลาดำเนินการ แหล่งที่มาของเงิน และศึกษาข้อกฎหมาย พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันวินาศภัย ว่าในปัจจุบันมีปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้างนั้น

นอกจากนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ตั้งคณะทำงานพิเศษที่เป็นทีมจากกลุ่มฟินันซ่า เพื่อดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย 2 มาตรการ ได้แก่ 1.แก้ไขมาตรา 80/3 เรื่องอัตราเงินสมทบ โดยมีแผนจะปรับเพดานเงินสมทบขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.5% ของเบี้ยรับใหม่ต่อปี เพราะหากไม่ปรับก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องการชำระหนี้ได้ เพราะรายได้กองทุนไม่เพียงพอ

“ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะปรับเพดานเป็นเท่าไร แต่หากอ้างอิงตามเงื่อนไขสถาบันคุ้มครองเงินฝาก น่าจะปรับเป็น 1% และเก็บที่อัตราดังกล่าว ซึ่งจะหนุนให้กองทุนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 1,400 ล้านบาทต่อปี เป็น 3,000 ล้านบาทต่อปี ก็จะช่วยลดระยะเวลาในการชำระหนี้ลงไปได้”

2.แก้ไขมาตรา 80/5 จากเดิมที่ระบุว่าให้ผู้ชำระบัญชีนำหลักทรัพย์ประกันมาเฉลี่ยให้เจ้าหนี้ทุกราย และหลังจากนั้นให้นำเงินของกองทุนประกันวินาศภัยจ่ายแทนบริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามจำนวนหนี้เต็ม แต่ไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท เพื่อให้เกณฑ์ผ่อนลง แต่จะไม่เป็นผลร้ายย้อนหลังกับเจ้าหนี้ โดยจะปรับเพิ่มข้อความ อาทิ กองทุนสามารถขอประนอมหนี้ หรือแฮร์คัตหนี้กับเจ้าหนี้ได้ แต่จะเป็นการสมัครใจไม่ใช่การบังคับ

“รมว.คลังยืนยันว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องดำเนินการภายใน 1 ปี หรือเร็วกว่านั้นเล็กน้อย โดยคณะทำงานพิเศษที่ตั้งขึ้นมาจะส่งแนวทางแก้ไขกฎหมายให้ คปภ.พิจารณา แล้วส่งกลับไปกระทรวงการคลัง เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ และเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสภาผู้แทนราษฎรต่อไป”

ขณะที่นายชนะพล มหาวงษ์ ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2568 กองทุนได้ปรับแผนงานใหม่ โดยได้ทำสัญญาว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกให้เร่งรัดการตรวจสอบการพิสูจน์มูลหนี้ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 2 ปี (ระหว่างปี 2568-2569)

โดยแยกออกมาให้ชัดเจนระหว่าง หนี้ประกันโควิด (เสียชีวิต/เจอจ่ายจบ) กับหนี้ประกันอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ประกันโควิด เพื่อจะได้พิจารณาจ่ายหนี้ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ปัจจุบันหนี้ที่เกิดจาก 5 บริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมีมูลหนี้รวม 70,000 ล้านบาท จำนวนเจ้าหนี้กว่า 800,000 ราย

“เดิมเจ้าหนี้ 4 บริษัท ประกอบด้วย 1.เอเชียประกันภัย 1950 2.เดอะวันประกันภัย 3.ไทยประกันภัย และ 4.อาคเนย์ประกันภัย เป็นวงเงินรวมกันประมาณ 48,000 ล้านบาท เจ้าหนี้กว่า 600,000 ราย แต่หลังจากปิดรับคำทวงหนี้ของสินมั่นคงประกันภัย เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ 260,000 ราย มูลหนี้ 22,000 ล้านบาท ทำให้รวมแล้วมีหนี้ 70,000 ล้านบาท เจ้าหนี้กว่า 800,000 ราย”

นายชนะพลกล่าวว่า เชื่อว่าหากสามารถแก้ไขกฎหมายได้เร็ว และผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่กองทุนว่าจ้างเร่งรัดการตรวจสอบการพิสูจน์มูลหนี้ได้ มูลหนี้อาจจะเหลือประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท และหากกลุ่มเจ้าหนี้ประกันโควิด “เจอจ่ายจบ” ยินยอมประนอมหนี้ ได้เงินคืนสักราว 50% ก็จะช่วยลดหนี้กองทุนไปได้มาก

เช่น ทำให้หนี้กองทุนลดลงเหลือ 2-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจากรายได้กองทุนที่มีเงินสมทบเข้ามาปีละ 3,000 ล้านบาท ก็จะสามารถออกตราสารหนี้อายุ 10 ปี ขายให้แก่บริษัทประกันภัยได้ โดยที่ คปภ.อนุญาตให้สามารถนำตราสารหนี้ดังกล่าวมานับเป็นเงินกองทุนได้ เพื่อเป็นแรงจูงใจ

สำหรับการขายทรัพย์สินของสินมั่นคงประกันภัย ซึ่งมีอสังหาริมทรัพย์แยกเป็น 1.อาคารสำนักงานใหญ่ บริเวณถนนศรีนครินทร์ ติดรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เบื้องต้นตีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 ล้านบาท 2.สาขา 19 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ

และ 3.รถยนต์ 250 คัน ซึ่งปัจจุบันได้ว่าจ้างบริษัทสหการประมูลรวบรวมประเมินทรัพย์สิน เพื่อเร่งขาย โดยเฉพาะในส่วนรถยนต์เพื่อไม่ให้มูลค่าลดลง ปัจจุบันได้ดำเนินการขายไปแล้วกว่า 50% นอกจากนี้ เมื่อรวมกับเงินหลักประกันที่วางไว้กับ คปภ.อีกราว 600 ล้านบาท และเงินสดอีก 1,400 ล้านบาท

ทั้งสองส่วนนี้ถูกโอนมาไว้กับ กปว.เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น หากดำเนินการทั้งหมด กองทุนก็จะมีเงินรวม ๆ ประมาณ 5,000 ล้านบาท ในการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้บริษัทสินมั่นคงประกันภัยในอนาคต

“แนวทางเบื้องต้น กองทุนจะยื่นให้บริษัทสินมั่นคงประกันภัยล้มละลาย เพื่อให้เจ้าพนักงานพิทักษ์เฉลี่ยจ่ายแทน” ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัยกล่าว