เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
Business ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
Finance เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
“ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
Politics “ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
Economic กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
Economic บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
Economic เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
การศึกษา เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
Finance กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
ดูทั้งหมด

เทคนิค “เก็ง” กำไร-

13 มิ.ย. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ จัตุรัสนักลงทุน

โดย ภาคภูมิ ศิริหงษ์ทอง

“เบนจามิน เกรแฮม” ผู้บุกเบิกแนวคิดการลงทุนแบบเน้นคุณค่าเคยกล่าวไว้ว่า “ในระยะสั้นตลาดหุ้นเหมือนเครื่องโหวต แต่ในระยะยาวจะเป็นเหมือนเครื่องชั่งน้ำหนัก” หมายความว่า ในระยะสั้นราคาหุ้นจะขึ้นลงด้วย อุปสงค์-อุปทาน ของหุ้นตัวนั้น ถ้ามีความต้องการมาก ราคาก็จะปรับตัวขึ้น แต่ในระยะยาว ผลประกอบการของบริษัทจะมีผลต่อราคาของหุ้นมากกว่า

เพราะฉะนั้นความสามารถในการ “เก็ง” หรือคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทล่วงหน้า ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากต่อความสำเร็จของการลงทุน (ในที่นี้ผมหมายถึงผลประกอบการในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่กำไรรายไตรมาส) แต่การประมาณผลประกอบการในอนาคตก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย ต้องอาศัยความเข้าใจ การฝึกฝนทักษะ และการสะสมประสบการณ์

พื้นฐานสำคัญที่สุดในการจะคาดการณ์ผลประกอบการ คือเราต้องมีความเข้าใจงบการเงินอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะองค์ประกอบต่าง ๆ ของงบกำไรขาดทุน เราต้องสามารถเชื่อมโยงได้ว่ารายได้ ต้นทุน เงินเดือน ค่าโฆษณา ค่าเสื่อมราคา ดอกเบี้ย ภาษี อัตราแลกเปลี่ยน จำนวนหุ้น มีผลอย่างไรต่อกำไรต่อหุ้น (EPS หรือ earning per share) ของบริษัท

ถ้าขาดความเข้าใจตรงนี้ เราจะไม่สามารถวิเคราะห์ต่อยอดไปได้ สำหรับคนที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องบัญชีเลย แนะนำให้ลองหาหนังสือมาอ่านเพื่อทำความเข้าใจพื้นฐาน และลองเปิดงบการเงินของบริษัทเพื่อศึกษา อ่านไปหลาย ๆ บริษัท สงสัยอะไรก็ไปค้นคว้าเพิ่มเติม แบบนี้เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ง่ายและตรงประเด็นที่สุด

สิ่งต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กัน คือความสามารถในการวิเคราะห์โมเดลธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ เราต้องสามารถประเมินได้ว่า การแข่งขันรุนแรงหรือไม่ มีคู่แข่งมากน้อยแค่ไหน สามารถปรับราคาสินค้าได้หรือไม่ อำนาจการต่อรองกับลูกค้าและคู่ค้าเป็นอย่างไร ธุรกิจมีกฎระเบียบข้อบังคับอะไรบ้าง บริษัทต้องใช้ทรัพยากรอะไรบ้าง แล้วการได้มาซึ่งทรัพยากรเหล่านี้มีความยากง่ายอย่างไร

พอเราเข้าใจ “ธุรกิจ” และสามารถเชื่อมโยงกับ “งบการเงิน” ได้ เราก็จะสามารถเห็นแนวโน้มของผลประกอบการในอนาคต ตัวอย่างเช่น หุ้นของบริษัทที่ขายขนมขบเคี้ยวแห่งหนึ่ง สินค้าเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีนมาก และมีการส่งออกไปขายต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงถ้าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลง ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น การแข่งขันจากคู่แข่งรุนแรงขึ้น หรือต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลต่องบการเงิน ปัจจัยเหล่านี้จะมีผลมากน้อยขึ้นอยู่กับโครงสร้างต้นทุนของแต่ละบริษัท ซึ่งอาจจะแตกต่างกันอย่างมาก ถึงแม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพราะโมเดลธุรกิจอาจจะแตกต่างกัน บางบริษัทผลิตเอง บางบริษัทรับจ้างผลิต บางบริษัทจ้างคนอื่นผลิต แค่นี้ต้นทุนก็แตกต่างกันแล้ว

อีกตัวอย่างหนึ่ง คือหุ้นที่มีต้นทุนคงที่ในสัดส่วนที่สูง อย่างธุรกิจโรงแรมหรือโรงพยาบาล เวลาเปิดทำเลใหม่ก็จะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เข้ามา ทั้งค่าเสื่อมราคา ค่าพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ขณะที่ยอดผู้ใช้บริการยังไม่มากนัก ทำให้ส่วนมากต้องเจอภาวะขาดทุน แต่พอรายได้ถึงจุดหนึ่ง กำไรจะเติบโตแบบก้าวกระโดด ถ้าเราเข้าใจความเชื่อมโยงตรงนี้ และติดตามแนวโน้มของธุรกิจอย่างใกล้ชิด ก็จะสามารถ “เก็ง” กำไรได้ระดับหนึ่ง

แต่ในความเป็นจริง บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ส่วนมากไม่ได้มีโมเดลธุรกิจที่เข้าใจง่ายขนาดนั้น บางบริษัทมีหลายธุรกิจ บางบริษัทมีสาขาเป็นพัน ๆ สาขา หรือขยายธุรกิจไปในต่างประเทศมากมาย แถมในบางอุตสาหกรรม เช่น ธนาคาร สินเชื่อก็มีการบันทึกบัญชีที่ซับซ้อนเข้าใจยากอีก เพราะฉะนั้นการจะให้คาดการณ์งบการเงินให้ได้แม่นยำเหมือนนักวิเคราะห์ ก็คงจะต้องอาศัยเวลาและความทุ่มเทเป็นอย่างมาก แต่ที่จริงแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องเก่งเท่านักวิเคราะห์ แค่เพียงอ่านบทวิเคราะห์แล้วสามารถเข้าใจ และตั้งคำถามกับนักวิเคราะห์ได้ ถึงสมมุติฐานในการทำประมาณการ ทำไมให้รายได้เติบโต 20% ทั้ง ๆ ที่อุตสาหกรรมโตแค่ 5% ต่อปี หรือทำไมให้อัตราการทำกำไรคงที่ ทั้ง ๆ ที่ต้นทุนหลักของธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างมาก

สิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนากรอบความคิดในการวิเคราะห์และคาดการณ์กำไรของบริษัท และยิ่งเราศึกษาหุ้นมากเท่าไหร่ เราก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการวิเคราะห์มากขึ้นเท่านั้น เหมือนกับการลับมีด ยิ่งลับยิ่งคม ยิ่งขยัน ก็ยิ่งพัฒนาก้าวหน้า รับรองว่าถ้าเรา “เก็ง”กำไรเป็น จะสามารถตัดสินใจลงทุนได้เฉียบคมมากขึ้นอย่างแน่นอน

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”