เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
Finance ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
Finance แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
Biz Movement โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
News กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
Finance Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
ดูทั้งหมด

“ทรัมป์” เปิดศึกทั่วโลก G7 ปิดฉากท่ามกลางความขัดแย้ง

13 มิ.ย. 2561 | 19:10น.

ภาพข่าวจากทางการเบอร์ลินยืนยันได้ว่า ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) นำโดย “แองเกล่า แมร์เคิล” นายกรัฐมนตรีเยอรมนี จะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับการขึ้นกำแพงภาษีของ “โดนัลด์ ทรัมป์” อีกต่อไป

นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของความสัมพันธ์ของประเทศมหาอำนาจที่เคยยึดถือแนวคิดเสรีนิยมร่วมกันมานาน

โดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางกลับก่อนการประชุม G7 จะจบลง โดยเดินทางต่อไปยังสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกับ “คิม จองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ ส่งผลให้ทรัมป์ไม่ได้ร่วมลงนามรับรองแถลงการณ์ร่วมปิดการประชุม พร้อมกับทวีตโจมตี “จัสติน ทรูโด” นายกฯแคนาดา ว่าทำตัวอ่อนน้อมต่อหน้า แต่พอทรัมป์กลับไป ก็ทวีตโต้ว่า “จะไม่ยอมอ่อนข้อต่อมาตรการกำแพงภาษีจากสหรัฐ เพราะเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีชาวแคนาดา” ขณะเดียวกันทรัมป์ก็ทวีตโจมตีประเทศสมาชิกอื่นด้วยว่า ทุกประเทศมองสหรัฐในฐานะ “กระปุกออมสิน” ที่ใคร ๆ ก็มาหยิบเงินไป

ราว 1 สัปดาห์ก่อนการประชุม G7 จะเริ่มขึ้น รัฐบาลวอชิงตันประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าสมาชิกอียู เม็กซิโก และแคนาดา โดยเรียกเก็บภาษีเหล็กในอัตรา 25% และอะลูมิเนียม 10% สร้างความบาดหมางต่อความสัมพันธ์ ทำให้ทรัมป์ถูกโดดเดี่ยวในเวที G7 ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์หลายรายมองสอดคล้องกันว่า การกระทำของทรัมป์ “ไม่เมกเซนส์” เพราะว่าสุดท้ายแล้วผลกระทบด้านลบจะย้อนกลับมาที่สหรัฐ นอกจากราคาเหล็กและอะลูมิเนียมในสหรัฐจะสูงขึ้นแล้ว มาตรการตอบโต้จากหลาย ประเทศ เช่น แคนาดาเตรียมประกาศมาตรการตอบโต้ภาษีสหรัฐวันที่ 1 ก.ค.นี้ จะทำให้สหรัฐ “อ่วม” กว่าเดิม

ขณะที่ความเห็นบางส่วนต่างไปว่า ทรัมป์ไม่ได้หวังเก็บภาษีเพิ่ม แต่คือกลยุทธ์ในการบีบให้คู่ค้ายอมเจรจาที่จะอุดหนุนสินค้าจากสหรัฐเพิ่ม

คงไม่ผิดนักหากบอกว่า ตอนนี้สหรัฐอยู่ในช่วงเวลาที่มี “อริรอบด้าน” รวมถึงอีก 1 ชาติที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับสหรัฐก็คือ “จีน” ที่ทรัมป์ประกาศกร้าวว่าจะลดการขาดดุลการค้าจีนให้ได้ พร้อมกดดันจีนในเรื่องภาษีมาโดยตลอดจนต้นเดือน มิ.ย. รัฐบาลจีนส่งตัวแทนเข้าเจรจากับ “ไวเบอร์ รอสส์” รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ โดยรายงานของ นิวยอร์ก ไทมส์ แจ้งว่า จีนเสนอที่จะซื้อพลังงาน สินค้าเกษตร สินค้าภาคผลิตจากสหรัฐ รวมมูลค่าถึง 70,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้สหรัฐชะลอการเรียกเก็บภาษีมหาโหดไปก่อน

อย่างไรก็ตาม โฆษกหญิงแห่งทำเนียบขาวระบุว่า วันที่ 15 มิ.ย.นี้ รัฐบาลวอชิงตันจะประกาศรายการสินค้าที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่ม ซึ่งน่าจะพุ่งไปที่กลุ่มสินค้าเทคโนโลยี รวมทั้งภายในสิ้นเดือน มิ.ย. เตรียมออกกฎหมายกำกับการลงทุนของนักลงทุนจีนในสหรัฐด้วย

ขณะที่ทางการปักกิ่ง ก็ไม่ยอมให้สหรัฐเดินหมากฝ่ายเดียว ออกแถลงการณ์ต่อว่า หากสหรัฐยังดำเนินการเรียกเก็บภาษีเพิ่มจากจีน ทุก ๆ ดีลที่เคยสัญญากันไว้จะเป็นโมฆะอย่างแน่นอน

บรรดานักเศรษฐศาสตร์มองว่า เดือนมิถุนายนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ ทั้งในเชิงความสัมพันธ์ของสหรัฐกับกลุ่มประเทศอียู เม็กซิโก และแคนาดา รวมถึงความบาดหมางด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่ส่งสัญญาณเพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้ หากสหรัฐและจีนตกลงกันไม่ได้ ความขัดแย้งดังกล่าวจะเพิ่มความเสี่ยงต่อธุรกิจข้ามชาติที่พึ่งพิงประเทศจีนในด้านซัพพลายและจัดจำหน่าย