เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
Finance ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
Tech น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
กองทัพ PLA สร้างศูนย์ฝึกนักบินทหารในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
World กองทัพ PLA สร้างศูนย์ฝึกนักบินทหารในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
Business บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
Biz Movement บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
Tech อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Biz Movement โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
Politics Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
SD BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
Business ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
ดูทั้งหมด

มหาวิทยาลัยมหิดล กางแผนสร้าง ‘โรงงานยาที่มีชีวิต’ รักษามะเร็งจากเซลล์บำบัด

14 ก.พ. 2568 | 11:54น.

มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดตัวกองทุนมูลนิธิมหิดลเพื่อความยั่งยืน มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งเป้าระดมทุน 1,000 ล้านบาท สร้างโรงงาน “ยาที่มีชีวิต” หรือ MU-Bio Plant สร้างยาจากเซลล์ที่มีชีวิต (Living Drug) แห่งแรกในไทย พลิกโฉมการรักษามะเร็งจากเซลล์บำบัด

ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ และกรรมการมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดลในพระราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดลได้จัดตั้ง ‘กองทุนมูลนิธิมหิดลเพื่อความยั่งยืน’ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและต่อยอดงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสังคมโลก

ภายใต้จุดแข็งของมหาวิทยาลัยมหิดลที่เริ่มจากความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ขยายกว้างสู่สหสาขากว่า 37 คณะ ประกอบกับการที่มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้ง 11 แห่งในสังกัด

ดังนั้น การผสานความร่วมมือ (Synergy) จะเป็นพลังที่เข้มแข็งอย่างมากและเป็นหัวหอกสำคัญที่จะขับเคลื่อนจาก Academic Impact สู่การสร้างผลกระทบ Real World Impact ในด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวม (Holistic Well-being) ให้ได้ตามเป้าหมายของ ศาสตราจารย์นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลคนปัจจุบัน

“การจัดงานสัมมนาครั้งนี้เป็นเหมือนการคิกออฟการระดมทุน เพื่อให้มหาวิทยาลัยมหิดลสามารถทำโรงงานยาแบบ Cell and Gene Therapy ซึ่งจะเป็นโรงงานยาที่มีชีวิตแห่งแรกของไทย จะเป็น Game Changer ของการรักษามะเร็ง ให้คนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคภัยอันดับ 1 ของไทย ด้วยนวัตกรรมอันทันสมัยในราคาที่ต่ำลง ลดการนำเข้ายาลดลง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประเทศ ซึ่งเป็นอนาคตที่สำคัญของวงการแพทย์ไทย” ดร.สมศักดิ์กล่าว

 

รองศาสตราจารย์ ดร.วิชิตา รักธรรม รองอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดลเริ่มเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จบนแนวทางการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ เพื่อประโยชน์กับสังคมในระดับประเทศและระดับโลก โดยการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความท้าทายทางสุขภาพในปัจจุบันและอนาคต

ที่สำคัญคือ พันธกิจในการสนับสนุนนักวิจัยและบุคลากรทางการแพทย์ในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อป้องกัน รักษาโรค ส่งเสริมสุขภาพ ขยายการเข้าถึงการรักษาและยกระดับชีวิตคนไทย ครอบคลุมการพัฒนายา โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา

เป็นก้าวแรกของการสร้างอนาคตที่จะพลิกโฉมงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ เพื่ออนาคตคนไทยทุกคนได้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและเท่าเทียม เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวม (Holistic Well-being)

โรงงานยาที่มีชีวิต

การที่มหาวิทยาลัยมหิดลตั้งเป้าที่จะทำให้เกิด “โรงงานยาที่มีชีวิต หรือ MU-Bio Plant” โดยสร้างยาจากเซลล์ที่มีชีวิต (Living Drug) เป็นกลุ่มยา ATMP ให้เกิดขึ้นเป็นโรงงานแรกของประเทศไทย โดยหวังว่าจะผลิตยาที่มีชีวิต เพื่อจะนำมารักษาโรคมะเร็งที่มีนวัตกรรมอันทันสมัยให้เกิดได้เร็วขึ้น และเป็นโอกาสที่จะให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง

ประเทศไทยตระหนักดีว่า ต้องการนวัตกรรมในการที่จะสามารถนำประเทศก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลาง เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย และนวัตกรรมที่สร้างออกมาก็ไม่ได้รับความสำเร็จได้โดยง่าย

Prof. Steven Eppinger, Massachusetts Institute of Technology Sloan School of Management (ศจ.ดร.สตีเวน เอปพิงเกอร์) ชี้ให้เห็นว่า นวัตกรรมจะสำเร็จได้นั้นต้องตอบโจทย์ครบทั้ง 3 ข้อคือ ตอบสนองความต้องการของคน (People Desirable) โซลูชั่นนั้นต้องใช้ได้จริง (Solution Feasible) และต้องนำมาต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ (Business Viable)

สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการฟังและเข้าใจความต้องการของคนเท่านั้น จึงได้นำเสนอ แนวคิด Systematic Innovation through Human-Centered Design ซึ่งเป็นกระบวนการ Design Thinking ที่ให้ความสำคัญกับคน ไม่ว่าจะผ่านการฟัง สังเกต แล้วนำไปผ่านกระบวนการคิด ทดสอบแนวคิด รับฟังความคิดเห็น เพื่อนำมาปรับเป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการ เป็นโซลูชั่นที่ดีขึ้น และตอบโจทย์เชิงธุรกิจ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ไม่จำเป็นต้องเป็นของใหม่ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ดีกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ต่อให้มีเทคโนโลยีมาช่วย สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือการคิด กว่าจะได้นวัตกรรมก็ต้องผ่านการคิดมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง และกว่านวัตกรรมนั้นจะสำเร็จ ใช้ได้จริง ก็ต้องผ่านการทดลองและล้มเหลวอีกมากมาย

ดันแปลงจากโรงงานยาเดิม

รองศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดลมีการผลักดันเรื่องงานวิจัยยาจำนวนมาก เพื่อยกระดับการรักษาและดูแลสุขภาพ แต่ยังมีข้อจำกัดในการนำเข้าสู่ช่วง Clinical Trial ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะสามารถคิดค้นผลิตยา เป็นของไทยเอง เพราะการวิจัยทางคลินิกต้องอาศัยความพร้อมและงบประมาณจำนวนมาก

รศ.ดร.ยศชนันกล่าวต่อว่า วันนี้มหาวิทยาลัยมหิดลมีแผนงานจะจัดตั้งโรงงานยาที่มีชีวิต หรือ MU-Bio Plant โดยสร้างยาจากเซลล์ที่มีชีวิต (Living Drug) เป็นกลุ่มยา ATMP โดยแนวทางดำเนินงานจะดัดแปลงโรงงานยาเดิมที่มหาวิทยาลัยลงทุนไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อต่อยอดสู่โรงงานยาที่มีชีวิตแห่งแรกในไทย ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณอีกราว 1,000 ล้านบาท

“การลงทุนด้านนวัตกรรมอย่างที่เราทำเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา โอกาสการได้รับทุนสนับสนุนจาก VC ทั่วไปเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก ในระดับโลกนวัตกรรมใหม่ ๆ ส่วนใหญ่ก็ใช้แนวทางนี้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องใช้วิธีระดมทุนเพื่อสนับสนุนภารกิจ” รศ.ดร.ยศชนันกล่าว

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดลมีความก้าวหน้าในการรักษามะเร็งด้วยเซลล์บำบัดแทนเคมีบำบัด โดยเฉพาะนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยาที่ใช้รักษามะเร็งด้วยเซลล์และยีน (CAR T-Cell) และ mRNA ที่มีความก้าวหน้าเทียบเท่าการรักษามะเร็งในระดับโลก ตลอดจนมีความพร้อมที่จะยกระดับและต่อยอดงานวิจัยนวัตกรรมด้านการรักษามะเร็งและโรคร้ายแรง

วงการมะเร็ง เตรียมรักษาแบบ Personalized

ศาสตราจารย์ นพ.สุรเดช หงส์อิง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ขยายความเรื่องนี้ว่า การวิจัยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยาที่ใช้รักษามะเร็งด้วยเซลล์และยีน (CAR T-Cell) เป็นหนึ่งในผลงานวิจัยที่ทีมแพทย์และอาจารย์นักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มวิจัยมาตั้งแต่ปี 2567 จนสำเร็จ และสามารถนำไปใช้ได้จริงในผู้ป่วยทั้งเด็กและผู้ใหญ่

โดยเริ่มโครงการนำร่องในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งโรคเลือดมัยอิโลมา และยังนำไปใช้ในการรักษาโรค SLE จึงเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการรักษาอันล้ำหน้านี้ เพราะต้นทุนต่ำลงมาก นับเป็นความภาคภูมิใจ เพราะเป็นผลงานของคนไทย 100% และได้รับการจดสิทธิบัตรครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ในอนาคตอีก 5-10 ปี ข้างหน้า การรักษามะเร็งจะใช้ Personalized ซึ่งก้าวล้ำหน้ายิ่งกว่า CAR T-Cell โดยผลงานของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเซลล์ของแต่ละคนมาวิเคราะห์ ตัดต่อพันธุกรรม แล้วฉีด mRNA เข้าไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันของคนไข้รายนั้น ซึ่งมหาวิทยาลัยมีสิทธิบัตร Circular mRNA อยู่ พร้อมที่จะต่อยอดนวัตกรรมการรักษาในแนวเฉพาะบุคคลได้ทันที

ทั้งนี้ กองทุน “มูลนิธิมหิดลเพื่อความยั่งยืน” มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นกองทุนใหม่ที่จัดตั้งขึ้น ภายใต้มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและต่อยอดงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสังคมโลก

โดยมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความท้าทายทางสุขภาพในปัจจุบันและอนาคต มีพันธกิจในการสนับสนุนนักวิจัยและบุคลากรทางการแพทย์ในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อป้องกัน รักษาโรค ส่งเสริมสุขภาพ ขยายการเข้าถึงการรักษาและยกระดับชีวิตคนไทย ครอบคลุมการพัฒนายา โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์และสาธารณสุข

ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา มีโครงการนำร่อง ได้แก่ โครงการรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดลจงเจตน์ เมธีวิชญ์ โครงการอาคารศูนย์ปฏิบัติเพื่อความเป็นเลิศด้านผลิตภัณฑ์ยาและสมุนไพร (PharmTOP) โครงการระดมทุนเพื่อรักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้เซลล์แทนเคมีบำบัด ฯลฯ