กลินท์ สารสิน หนุนหอฯจังหวัดกระตุ้น ศก.ฐานราก-
สัมภาษณ์พิเศษ
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2561 ขยายตัว 4.8% จากการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนที่เริ่มขับเคลื่อน โครงการต่าง ๆ ของภาครัฐมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลต่อเนื่องไปถึงครึ่งปีหลัง “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “นายกลินท์ สารสิน” ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย” เพื่อประเมินภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง
Q : ทิศทางเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง
จากภาพรวมเศรษฐกิจของไทยตั้งแต่ต้นปี 2561 เริ่มค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นและคาดการณ์ในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเติบโตต่อเนื่อง เพราะการลงทุนจากภาครัฐเริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น งบประมาณเริ่มมีการใช้จ่าย ประกอบกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เริ่มเห็นภาพการเข้ามาลงทุนและสนใจของนักลงทุนต่างชาติและของไทย อีกทั้งขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศเริ่มเห็นภาพของการเลือกตั้ง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชนได้บ้าง
นอกจากนี้ ภาคสินค้าเกษตรก็เริ่มดีขึ้น การท่องเที่ยวขยายตัวและยังพบว่ารัฐบาลต้องการส่งเสริมเมืองรอง ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ กระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนไปในหลายพื้นที่
ทั้งนี้ ไม่เพียงให้เติบโตแต่ด้านการท่องเที่ยว การบริการ สินค้าอาหาร สินค้าเกษตรก็ต้องเติบโตไปด้วยโดยหอการค้าไทยมีนโยบายที่ส่งเสริม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รายภูมิภาค รายจังหวัด ส่วนด้านการส่งออกของไทยนั้นก็มีสัญญาณที่ดีอย่างต่อเนื่อง และมองว่ายังคงขยายตัวไปได้ตามเป้าหมายที่มองไว้ แต่สิ่งที่ผู้ส่งออกหรือผู้ประกอบการไทยเองต้องทำ คือ การปรับตัว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ที่ประชุม กกร. ประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2561 ขยายตัว 4-4.5% การส่งออก ขยายตัว 5-8% ส่วนเงินเฟ้อทั่วไป 0.7-1.2%

Q : ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ
ปัจจัยบวกที่ส่งผลดีให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นก็ทำให้รายได้เกษตรกรเพิ่ม มีผลต่อการจับจ่ายซื้อสินค้า เห็นได้จากมีการซื้อรถกระบะเพิ่มขึ้น ก็สะท้อนถึงรายได้เกษตรกรดี ขณะที่ปัจจัยอื่น ๆ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าก็ยังเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกให้ความสำคัญว่าจะกระทบต่อการค้า การส่งออกซึ่งต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลให้มีเสถียรภาพ ส่วนปัจจัยภายนอกที่ยังต้องติดตาม ยังเป็นเรื่องของมาตรการของผู้นำเข้า ที่ออกมาปกป้องการค้า ธุรกิจภายในของเขาที่จะมีผลกระทบต่อการ
ส่งออกไทย
โดยเฉพาะมาตรการสหรัฐที่ออกมายังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่ มาตรการการนำเข้ารถยนต์ของเวียดนาม ซึ่งผลกระทบต่อการส่งออกรถยนต์ของไทย หลาย ๆ มาตรการที่ประเทศผู้นำเข้าออกมาเป็นสิ่งที่ผู้ส่งออกอาจจะต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการรับมือ เพราะอาจจะมีผลกระทบต่อการส่งออกไทย หรือแม้กระทั่งคู่แข่งด้วย ทั้งนี้ ประเทศไทยเองก็ต้อง
ไม่หยุดนิ่งพัฒนาตัวเอง สร้างมาตรฐานสินค้า เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับตัวเอง ลดต้นทุนที่ยังเป็นอุปสรรค
Q : เจรจาการค้าแก้เกมส์สงครามการค้า
การเจรจาเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิพิเศษทางการค้ามา เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การค้า การส่งออกไทย มีโอกาสในตลาดมากขึ้น ส่วนที่จะผลักดันการเจรจาการค้ากับประเทศไหนก่อนนั้น มองว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยการค้า การส่งออก แต่ทั้งนี้ หอการค้าไทยยังติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบถึงความต้องการ ปัญหา อุปสรรคที่มีผลกระทบต่อการค้า เพื่อที่จะได้ทราบทิศทางการเจรจาการค้าได้ในอนาคต
อย่างเช่น การเจรจาเข้าร่วมเจรจาความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับสำหรับหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ซึ่งทางหอการค้าไทยพร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมเต็มที่ เพราะมองว่าเป็นผลดีต่อการค้า การส่งออกของไทย
Q : การขับเคลื่อน CPTPP ทำอย่างไร
ขณะนี้สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือไปยังสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อสอบถามถึงความต้องการ ปัญหา อุปสรรค หากมีการเข้าร่วมแล้วจะส่งผลกระทบด้านใดและจำเป็นต้องให้เยียวยาในเรื่องใดบ้าง ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและนำเข้าหารือในที่ประชุม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) พิจารณาในต้นเดือนกรกฎาคม 2561 นี้ เพื่อสรุปและเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
Q : แผนกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
ขณะนี้หอการค้าไทยอยู่ระหว่างหารือกับสมาชิกหอการค้าไทยทั่วประเทศ ทำอย่างไรให้เศรษฐกิจรายจังหวัด รายภูมิภาคดีขึ้น ให้เกิดความคึกคักในการซื้อขายสินค้า ซึ่งได้มอบหมายให้สมาชิกหอการค้าไทยในแต่ละภูมิภาคร่วมกันหารือกับภาคเอกชน ประชาชนในพื้นที่ ร่วมหารือกิจกรรม โครงการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมไปถึงคัดเลือกโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เร่งด่วน 10 โครงการ เพื่อที่เราจะรวบรวบเสนอให้กับรัฐบาลพิจารณา โครงการที่จะนำเสนอส่วนใหญ่นั้นอาจจะเป็นโครงการเก่า ๆ ที่เคยเสนอไปแล้วแต่หายไป คาดว่าจะรวบรวมโครงการจากทั่วประเทศ ใน 5 ภูมิภาค ประมาณ 50 โครงการให้รัฐบาลได้ภายในเดือนนี้
Q : ยกตัวอย่างเช่นโครงการอะไร
สำหรับโครงการที่คาดว่าจะนำไปเสนอ เช่น การทำถนนเชื่อมโยงกับในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ย่านการค้า แหล่งอุตสาหกรรมและชุมชน การขยายท่าเรือ สนามบิน เส้นทางรถไฟและอื่น ๆ แต่ละโครงการคาดว่าจะใช้เงินลงทุนในระดับ 10,000 ล้านบาท เมื่อได้ข้อสรุปจากสมาชิกและเราได้มีการหารือกันแล้ว ก็จะนำเรื่องเข้าหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาโครงการว่าอะไรที่ทำอยู่บ้าง อะไรที่ยังไม่ได้ทำ เพื่อตรวจสอบความซ้ำซ้อนของโครงการ เพราะบางโครงการที่ทำอยู่ เช่น การขยายสนามบินภูเก็ต จากปัญหาความแออัดที่รัฐบาลมีแผนไปก่อสร้างที่พังงา หรือสนามบินเชียงใหม่ ที่ได้มีแผนขยายไปสร้างพื้นที่ใกล้ ๆ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่จะร่วมมือจังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง 7 จังหวัดในการจัดทำแผนทัวร์ริมโขงร่วมกับภาครัฐและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น เช่น จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม มุกดาหาร เลย อำนาจเจริญ คาดว่าเร็ว ๆ นี้จะมีการลงนามสัญญาเพื่อเดินหน้าโครงการ
Q : ฟื้นงานแฟร์หอการค้าไทย
หอการค้าไทยร่วมกับภาคเอกชนกว่า 20 แบรนด์ ฟื้นการจัดงานแสดงสินค้าหอการค้าแฟร์จากที่จัดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2539 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ เกษตรกรในพื้นที่มีช่องทางจำหน่ายสินค้า โดยงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ก.ย.-7 ต.ค. 61 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ เชื่อว่าจะดึงนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าร่วมงาน เกิดเงินหมุนเวียนในระบบได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท หากงานแรกประสบความสำเร็จก็อาจจะจัดเพิ่มในจังหวัดอื่น
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
