เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
Business ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
Finance เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
“ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
Politics “ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
Economic กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
Economic บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
Economic เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
การศึกษา เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
Finance กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
ดูทั้งหมด

ยกเครื่อง กม.ประกันทั้งกระบิ คปภ.เล็งรีวิวทุก 5 ปีสนองนโยบายปฏิรูป-

20 มิ.ย. 2561 | 07:00น.

คปภ.วางกรอบทบทวนกฎหมาย “ประกันชีวิต-วินาศภัย” รวม 44 ฉบับที่ครบกำหนด 5 ปี ขานรับนโยบายรัฐ พร้อมรับการประเมินภาคการเงิน (FSAP) ปลายปีนี้จัดตั้งคณะกรรมการกลาง ดึง “ตนุภัทร” รองเลขาฯด้านกฎหมายนั่งประธานการพิจารณา ชวนเอกชนที่เห็นด้วยเข้าร่วมส่งคอมเมนต์

นายสมประโชค ปิยะตานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกฎหมายและคดี สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คปภ.มีแผนทบทวนกฎหมายทั้งหมดที่บังคับใช้ครบกำหนดทุก 5 ปี โดยนำมาพิจารณาว่ากฎหมายแต่ละฉบับยังมีความจำเป็นหรือต้องปรับปรุงแก้ไขใหม่หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ คปภ.ได้มอบหมายให้แต่ละส่วนงานเป็นผู้รับผิดชอบเสนอกฎหมายเข้ามา พร้อมกันนี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการกลาง โดยมีนายตนุภัทร รัตนพูลชัย รองเลขาธิการด้านกฎหมาย คดี และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ นั่งเป็นประธานการพิจารณา

ส่วนในปีนี้ กรอบการพิจารณาตาม พ.ร.บ.ประกันชีวิตมีทั้งสิ้น 16 ฉบับ ซึ่งแบ่งเป็นประกาศ คปภ. 4 ฉบับ ประกาศสำนักงาน คปภ. 4 ฉบับ ประกาศนายทะเบียน 4 ฉบับ และคำสั่งนายทะเบียน 4 ฉบับ ส่วน พ.ร.บ.
ประกันวินาศภัยมีทั้งสิ้น 28 ฉบับ แบ่งเป็นประกาศ คปภ. 4 ฉบับ ประกาศสำนักงาน คปภ. 3 ฉบับ ประกาศนายทะเบียน 4 ฉบับ และคำสั่งนายทะเบียน 17 ฉบับ ทั้งนี้กฎหมายแต่ละฉบับได้ถูกประกาศไว้บนเว็บไซต์ คปภ.แล้ว เพื่อให้ประชาชนรับรู้ว่ามีกฎหมายกี่ฉบับที่จะหยิบขึ้นมาทบทวนใหม่

“ตอนนี้เราดูจากภายในก่อน แต่หากภาคเอกชนเห็นว่าควรยกเลิกกฎหมายบางฉบับก็สามารถส่งคอมเมนต์เข้ามายังสำนักงาน คปภ.ได้เช่นกัน” นายสมประโชคกล่าว

สำหรับหลักในการพิจารณา คือ 1.กฎหมายใดที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้แล้วจะยกเลิก 2.กฎหมายที่กาลเวลาผ่านไปไม่ทันสมัย จะต้องนำมาปรับปรุงแก้ไขใหม่ อาทิ ประกาศเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัย 3.กฎหมายที่จำเป็นต้องสร้างขึ้นมาใหม่ เช่น ยกร่างกฎหมายประกันภัยทางทะเลขึ้นมาพิจารณาข้อพิพาท โดยไม่ต้องไปเทียบเคียงกฎหมายประกันภัยทางทะเลของอังกฤษ

นายสมประโชคกล่าวว่า การพิจารณาทบทวนกฎหมายเหล่านี้จะต้องมีความระมัดระวัง เพราะกฎหมายบางฉบับเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชน เพราะฉะนั้นก่อนยกเลิกหรือปรับปรุงแก้ไขต้องรอบคอบที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ คปภ.ได้ยกเลิกกฎหมายไปแล้วประมาณ 5-6 ฉบับ

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีนี้ คปภ.จะต้องเข้ารับการประเมินภาคการเงิน (FSAP) พร้อมกับหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินอื่น ๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายหลายฉบับรองรับ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐเรื่อง “Regulatory Guillotine” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ระบุว่า รัฐพึงออกกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็นและยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์นั้น เพราะกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นภาระกับผู้ประกอบการเกินความจำเป็น

“ขณะนี้กฎหมายที่ คปภ.เร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จ ก่อนการประเมินภาคการเงิน (FSAP) คือ ประกาศการเปิดเผยข้อมูลบริษัทประกันภัย ประกาศเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัย และประกาศว่าด้วยการประกันภัยต่อ เพื่อให้ระบบการประกันภัยของไทยเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล” นายสมประโชคกล่าว

โดยในเบื้องต้นจากการประมวลกฎหมายบางฉบับที่เกี่ยวกับการรายงานทางการเงินในอดีต พบว่าจะให้รายงานเข้าระบบและรายงานเป็นเปเปอร์ ซึ่งการรายงานเข้าระบบในบางครั้งอาจจะยังเกิดข้อผิดพลาด (error) เนื่องจากระบบอาจจะยังไม่มีความเสถียรพอ คปภ.จึงให้รายงานควบคู่กันทั้งสองแบบ แต่เมื่อไรที่ระบบการรับรายงานมีความเสถียรมากพอ คปภ.จะยกเลิกส่วนการรายงานเปเปอร์ เพื่อช่วยลดภาระภาคเอกชนและดำเนินการสอดคล้องนโยบายภาครัฐต่อไป

“ที่ผ่านมารัฐไม่ได้มีนโยบายชัดเจนเรื่อง Regulatory Guillotine จึงเป็นปัญหาว่าหน่วยงานรัฐออกกฎกติกาค่อนข้างเยอะ และบางครั้งกฎหมายที่ออกไปไม่ได้ใช้หรือเป็นภาระต่อภาคเอกชน ทำให้ปัจจุบันรัฐจึงให้นโยบายว่า ก่อนจะออกกฎหมาย/ประกาศ/คำสั่งนายทะเบียน ต้องพิจารณาความจำเป็นจริง ๆ” นายสมประโชคกล่าว

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”