เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ดูทั้งหมด

‘พิชัย’ ถกสมาคมแบงก์วาระลับ บี้ปล่อยกู้-ตั้ง AMC ซื้อหนี้ ปชช.

19 มี.ค. 2568 | 06:17น.
พิชัย ชุณหวชิร รมว.กระทรวงการคลัง

“พิชัย” นัดหารือสมาคมแบงก์ หาหนทางบี้ปล่อยสินเชื่อใหม่ ขณะที่แบงก์ตั้งการ์ด ห่วงปล่อยซี้ซั้วทำหนี้เสียพุ่ง ซ้ำรอยฟองสบู่ปี’40 “ทักษิณ” ผุดไอเดียซื้อหนี้เสียจากแบงก์-ล้างประวัติเครดิต สร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชน “จุลพันธ์” เด้งรับ ชี้คลังคิดอยู่แล้ว แจงไม่ใช่แฮร์คัต นายกฯอิ๊งค์หนุนอยากให้เกิดขึ้นจริง ปัดไม่ใช่ครอบงำ แค่คนที่หวังดีกับประเทศ ส่วนแบงก์ตั้ง 2 คำถาม ทุนตั้งต้นมาจากไหน ราคารับซื้อหนี้ที่เท่าไหร่

จากกรณีที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นัดหารือกับทางสมาคมธนาคารไทย ในวันที่ 18 มีนาคม 2568 เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และขอให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น

จ่อปรับเกณฑ์ “คุณสู้ เราช่วย”

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารจะประชุมร่วมกับสมาคมธนาคารไทย (TBA) และธนาคารสมาชิก เพื่อหารือแนวทางการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและธุรกิจ เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ดีขึ้น รวมถึงประชุมร่วมกับกระทรวงการคลัง ในวันที่ 18 มีนาคม 2568 ด้วย โดยเบื้องต้นแนวทางการช่วยเหลือมาตรการหลักจะเป็นเรื่องของโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ซึ่งอาจจะมีการขยายลักษณะ หรือเพิ่มหลักเกณฑ์ รวมถึงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ ตรงนี้ต้องรอรายละเอียดจากกระทรวงการคลัง

ยันปล่อยสินเชื่อเน้นลูกค้าเดิม

ส่วนประเด็นที่กระทรวงการคลังต้องการให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มเติมนั้น นางสาวขัตติยากล่าวว่า ธนาคารพร้อมให้ความร่วมมือ แต่การปล่อยสินเชื่อใหม่ ธนาคารต้องการมุ่งเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารรู้จัก หรือมีการเดินบัญชีหรือทำธุรกรรม (Transaction Banking) ผ่านธนาคารบ้าง เพื่อให้รู้จักลูกค้า แล้วลูกค้าจะได้รับการอนุมัติสินเชื่อ (Approve) ได้เร็วขึ้น ขณะที่กลุ่มลูกค้าใหม่ที่แบงก์ไม่รู้จัก อาจจะต้องใช้ธนาคารหลัก (Main Bank) ของตัวเองที่ใช้บริการอยู่ หรือหากมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ธนาคารพร้อมสนับสนุน แต่จะต้องดูรายละเอียดและแนวทางการเข้าไปช่วยเหลือหรือกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น

“เราพร้อมสนับสนุนปล่อยสินเชื่อรายย่อย หรือธุรกิจเอสเอ็มอี แต่อาจจะต้องเป็นลูกค้าเดิม แต่หากเป็นลูกค้าใหม่อาจจะพิจารณารอบคอบ หรืออยากให้กลับไปใช้แบงก์หลักที่ลูกค้านั้นใช้บริการอยู่”

นางสาวขัตติยากล่าวอีกว่า ภายใต้เศรษฐกิจที่ขยายตัว 2.4% ภาพรวมสินเชื่อก็มีทั้งทรงตัวหรือดีขึ้น โดยในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ สินเชื่อยังทรงตัว โดยสินเชื่อที่เติบโตได้ดี จะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบัตรเครดิต ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่คาดว่าน่าจะกลับมาเติบโตได้ภายในไตรมาสที่ 2-3 ส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าและนักลงทุนอยากเห็นนโยบายของภาครัฐถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ส่วนการผ่อนคลายมาตรการกำกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) มองว่า ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หากมีการผ่อนคลายอาจจะช่วยได้บ้าง

อย่างไรก็ดี ธนาคารมองว่าสินเชื่อบ้านยังพอไปได้ โดยกลุ่มที่ยังขยายตัวได้จะเป็นบ้านราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนราคาบ้านต่ำ 3 ล้านบาทอาจจะลำบาก เนื่องจากไม่มีดีมานด์ เพราะปัญหาหนี้ครัวเรือน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้นัดหารือกับทางสมาคมธนาคารไทย ในวันที่ 18 มี.ค. อย่างไรก็ดี ทางแบงก์ต้องการให้การหารือเป็นวาระลับ ไม่อยากเจอสื่อมวลชนจำนวนมาก ๆ ซึ่งหลังหารือได้ข้อสรุปแล้ว ทางสมาคมแบงก์จะออกข่าวหลังจากนั้นเอง ทำให้การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในช่วงหัวค่ำของวันที่ 18 มี.ค.

จี้รัฐมุ่งแก้ปัญหาจีดีพีดีกว่า

แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์เปิดเผย ็ประชาชาติธุรกิจิ ว่า สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ที่หดตัว มองว่าเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้น รัฐบาลควรวางกรอบการเติบโตในประเทศจะดีกว่า ซึ่งการที่มีกระแสว่าระบบธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่องส่วนเกินสูง เพราะไม่ยอมปล่อยสินเชื่อ แต่นำเงินไปฝากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น เป็นหลักการบริหารสภาพคล่องของแบงก์ตามปกติอยู่แล้ว และอีกส่วนเป็นผลมาจากไทยไม่มีการลงทุนใหม่ ๆ เนื่องจากเศรษฐกิจภาพรวมไม่เติบโต ทำให้สินเชื่อไม่ได้เติบโตหรือหดตัว มองว่าเป็นเหตุและเป็นผล

บี้สินเชื่อระวังซ้ำรอยฟองสบู่ 2540

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า การปล่อยสินเชื่อต้องปล่อยในเซ็กเตอร์ที่มีประโยชน์ และก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ปล่อยในกลุ่มที่ใช้แล้วหมดไป เช่น สินเชื่อบุคคล ที่ปัจจุบันคิดเป็น 30-40% ของหนี้ครัวเรือน หรือปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีในเซ็กเตอร์ที่ไม่มีความสามารถในการแข่งขัน เช่น เหล็ก ปิโตรเคมี ซึ่งเป็นเซ็กเตอร์ที่มีการแข่งขันกับจีนค่อนข้างสูง รวมถึงเซ็กเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และอสังหาริมทรัพย์ ที่จะเห็นว่าบางส่วนเป็นผู้ประกอบการจีน ซึ่งไม่ได้ใช้วงเงินสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไทย หรือแม้แต่การลงทุน Data Center ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้วงเงินสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ไทย

“การปล่อยสินเชื่อใหม่ต้องดูวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน หรือคนที่ขาดสภาพคล่อง แบงก์ก็พร้อมเติมสภาพคล่อง แต่ไม่ใช่ปล่อยในเซ็กเตอร์ที่ไม่ถูกต้อง หรือมีหนี้ถึงคอหอย จะเห็นว่าเรามีบทเรียนในปี 2540 มาแล้ว ปล่อยกู้จนไม่ลืมหูลืมตาจนเกิดเป็นฟองสบู่ บริษัทขนาดใหญ่ปิดตัว กลายเป็นหนี้ที่ยังใช้ไม่หมดของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF)”

“ทักษิณ” ชงล้างประวัติเครดิต

ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปราศรัยบนเวทีพบปะคนเสื้อแดงที่ จ.พิษณุโลก ตอนหนึ่งว่า ปัญหาหนี้สินครัวเรือนเยอะเหลือเกิน ทำอย่างไรจะให้หนี้คนไทยลดลงได้ ซึ่งตนคิดดัง ๆ ว่า ต่อไปหากจะซื้อหนี้ทั้งหมดของประชาชนออกจากระบบธนาคาร จะดีหรือไม่ แล้วให้ประชาชนค่อย ๆ ผ่อน โดยไม่ต้องชำระเต็มจำนวน จะทำให้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ แล้วยกออกจากเครดิตบูโรให้หมด ให้เป็นคนบริสุทธิ์ผุดผ่องทำมาหากินใหม่

“สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงินรัฐบาล เพราะผมสามารถให้เอกชนลงทุน วันนี้รัฐบาลเป็นหนี้เยอะ เราเข้ามาหนี้ก็บานตะไทแล้ว จะขยับอะไรทีก็เป็นหนี้ไปหมด เราต้องสร้างหนี้ให้น้อยที่สุด แล้วก็สร้างโอกาสให้คนไทยมากที่สุด พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ต้องทำ”

คลังรับลูก-เล็งตั้ง AMC ซื้อหนี้

ขณะที่นายพิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงแนวคิดเรื่องการซื้อหนี้ของประชาชนออกจากแบงก์ว่า หลักการแก้ปัญหาหนี้ปกติมี 2-3 วิธี คือ การปรับโครงสร้างหนี้ที่ทำไปแล้ว และอีกวิธี ซึ่งจะคล้ายกับตอนปี 2540 หรือช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง โดยอาจต้องแยกบัญชี จำแนกประเภทธนาคาร หรือใช้มาตรการส่งเสริมการจัดตั้งกิจการร่วมทุนเพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (JV AMC) โดยการดำเนินการต้องร่วมกับธนาคารผู้เป็นเจ้าของหนี้ รวมถึงเอกชนบางรายที่อยากจะเข้ามาบริหาร และต้องพิจารณาด้วยว่าภาครัฐจะเข้าไปช่วยได้อย่างไร

“อันนี้เพียงแค่วิธีคิด และอาจจะต้องใช้เวลาเคลียร์กันอีก อาจจะดำเนินการอยู่นอกธนาคาร ซึ่งเรื่องนี้ผมได้คิดมาเรียบร้อยแล้วว่ามีกี่วิธี หรือจะเริ่มดำเนินการอย่างไรก่อนหลัง” นายพิชัยกล่าวและยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ต้องหารือกับสมาคมธนาคารไทย

แจงซื้อหนี้เสีย-ไม่ใช่แฮร์คัต

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวคิดการรับซื้อหนี้เสียคืนจากประชาชนว่า สิ่งที่คุณทักษิณพูด ก็ตรงกับแนวคิดของกระทรวงการคลังอยู่แล้ว ซึ่งรัฐมนตรีคลังก็มีไอเดีย กำลังพิจารณาแนวทางอยู่

“แต่ว่ายังไม่มีมาตรการที่จะดึงเอาคนที่เป็น NPLs ออกมาจากความเป็น NPLs มาตรการนี้ไม่ใช่เรื่องแฮร์คัต เพราะต้องเป็นการซื้อหนี้ออก ซึ่งวิธีที่ดีที่สุด คือ ธนาคารจะดำเนินการคล้าย ๆ JV AMC ของธนาคารออมสิน”

ส่วนกรณีที่สังคมมองว่า คนเป็นหนี้ได้รับการช่วยเหลือ ขณะที่ลูกหนี้ดีไม่ได้รับความช่วยเหลือ นายจุลพันธ์กล่าวว่า มาตรการมีเยอะ ในกลุ่มลูกหนี้ดีก็จะสามารถเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มเติมได้ และได้ดอกเบี้ยถูก ผ่อนปรนกว่า ส่วนกลุ่ม NPLs คือกลุ่มที่เสียหายไปแล้ว ต้องหาทางดึงกลับมาให้สามารถยืนได้ ทำการผลิตเพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อไป รัฐบาลมองกลุ่มเปราะบางที่มีความอ่อนแอเป็นกลุ่มแรก แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีมาตรการให้กลุ่มอื่น ๆ

“อิ๊งค์” ไม่ขวางไอเดียพ่อ

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีไอเดียรัฐบาลซื้อหนี้ประชาชนออกจากธนาคารว่า เป็นเรื่องที่นายทักษิณให้ความสนใจ และเคยคุยกันอยู่ ท่านเป็นคนสนใจเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาเรื่องหนี้ที่เป็นปัญหาใหญ่ของประชาชน เป็นความคิดของคนที่หวังดีกับประเทศ อย่าเพิ่งเล่นประเด็นการเมือง ถ้าเป็นการเมืองจริงยังต้องผ่านกระบวนการ ครม. ผ่านสภา ผ่านการพูดคุย มีอีกมากที่ต้องผ่าน และไม่ใช่ครอบงำอะไร ย้ำว่าเป็นความคิดของคนที่มีความรู้เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดดังกล่าวมีความเป็นได้มากน้อยแค่ไหน เพราะปัจจุบันรัฐบาลแบกรับภาระหลายจุด นายกฯกล่าวว่า ถ้าประชาชนฟังก็มีความหวัง แต่จะทำให้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ต้องไปคุยกันอีกที ทั้งที่ปรึกษาและรัฐมนตรี ไปคุยกันเพื่อหาทางออก ทั้งนี้ อยากให้แนวคิดนี้เป็นจริง อะไรที่ดีอยากให้เป็นจริง

เมื่อถามว่าไฮไลต์ในเรื่องต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะออกมาจากนายทักษิณ แทนที่จะออกมาจากนายกฯ น.ส.แพทองธารย้อนถามกลับว่า “เราดูซีเรียสไหมคะ” พร้อมหัวเราะ และกล่าวต่อว่า “ที่จริงแล้ว ตัวตนก็เรื่องหนึ่ง เราก็มีตัวตนของเรา แต่อะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เราคงไม่เอาตัวตนเราไปขวางว่า ถ้าฉันไม่ได้หน้า ฉันไม่ทำ อันนี้ก็ไม่ใช่ ต้องเป็นสิ่งที่ทำแล้วเกิดประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ ถ้าคนที่อยู่ในตำแหน่งมาพูดว่า ถ้าฉันไม่ได้หน้า ฉันไม่ทำ ก็ไม่มีอะไรทำกันแล้ว จะแย่นะ ความคิดอะไรที่ดี ก็ต้องทำ”

ถาม AMC ราคาซื้อหนี้-ใช้เงินใคร

ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) กล่าวว่า แนวคิดการรับซื้อหนี้ เบื้องต้นเชื่อว่า ทุกภาคส่วนพยายามเสนอไอเดียการแก้หนี้ อย่างไรก็ดี การแก้หนี้ได้ยั่งยืนจะต้องเพิ่มรายได้ของประชาชนด้วย และภาคธนาคารพยายามประคับประคองลูกหนี้ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” อย่างไรก็ดี กรอบสำคัญของแนวทางรับซื้อหนี้จะต้องมองแบบบูรณาการ โดยจะมี 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.ที่มาของแหล่งเงินทุนจะมาจากไหน เพราะจะเป็นภาระทางการคลัง

2.จะต้องพิจารณาเรื่องวัฒนธรรมจงใจผิดชำระหนี้ หรือวินัยทางการเงิน (Moral Hazard) โดยจะต้องบาลานซ์ประเด็นเหล่านี้ให้ดี นอกจากนี้จะต้องมีกระบวนการการฟื้นตัวได้ ทั้งในส่วนกระบวนการศาล เพื่อให้คนเริ่มต้นใหม่ได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยได้ ขณะที่ประเด็นความกังวลในการก่อหนี้ใหม่ เชื่อว่าทางการสามารถใช้มาตรการ Macro-prudential ในการแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้ดีกว่า

นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวคิดการจัดตั้ง AMC เพื่อรับซื้อหนี้จากระบบธนาคารนั้นมองว่า อาจจะมี 2-3 ประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1.เงินทุนตั้งต้น เนื่องจากการบริหารสินทรัพย์ (AMC) จะใช้เวลายาว 5-10 ปี 2.ราคารับซื้อหนี้ 3.เงื่อนไขหลังจากนั้นมีอะไรเพิ่มเติม เช่น การแบ่งปันกำไร/ขาดทุน (Gain/Loss Sharing) เพราะโดยปกติต้องมีเงื่อนไข Gain/Loss Sharing ในปีที่กำหนด เช่น บริหารไปพักหนึ่ง ตามเก็บหนี้ไม่ได้อย่างที่วางแผน ทำให้สุดท้ายขาดทุน ก็ต้องมาตกลงกันว่า ขาดทุนส่วนแรกใครรับ และใครรับส่วนที่สอง รับในอัตราเท่าไร