พิษ “ทรัมป์ขู่จีน” หุ้นไทยดิ่งบาทอ่อนฝรั่งหนี-
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวไหลลงแรงต่อเนื่อง ซึ่งปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 1,639.54 จุด ลดลง 40.14 จุด หรือ 2.39% ซึ่งร่วงต่อจากท้ายสัปดาห์ก่อน ส่วนแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในช่วงต้นปี-18 มิ.ย. 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 168,620 ล้านบาท
นายกัมพล จันทวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นผลจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน และทิศทางค่าเงินประเทศต่าง ๆ กลับข้างมาอ่อนค่า หลังจากที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมา ซึ่งเป็นผลจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนต่างชาติที่ถือหุ้นหรือสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สกุลดอลลาร์ เช่น หุ้นต่างประเทศ ที่อยู่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เริ่มเทขายสินทรัพย์เหล่านี้ออกมามากขึ้น เพื่อหนีความเสี่ยงจากค่าเงินที่อ่อนลง
“มีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นออกเกิน 200,000 ล้านบาท เรามองว่า ดัชนีมีแนวรับลงได้อีก 1,620 จุด มีค่าพี/อีราว 16 เท่า ซึ่งเป็นจังหวะดีที่ควรซื้อได้ ถ้ามองปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้น ราคาน้ำมันก็ไม่น่าขึ้นมากกว่านี้ และเรายังคงเป้าดัชนีภายในปีนี้อยู่ที่ระดับ 1,900 จุด” นายกัมพลกล่าว
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงมีปัจจัยกดดันจากสงครามการค้าที่ตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งมีแนวโน้มยืดเยื้อ รวมถึงการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น นำโดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ นอกจากนี้ยังต้องจับตาวันที่ 20 มิ.ย. กำหนดประชุมของ กนง. (คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน) ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่า กนง.น่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม 1.50% ขณะที่ค่าเงินบาทยังอ่อนค่า ส่งผลต่อฟันด์โฟลว์ไหลออกต่อเนื่อง
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการขึ้นดอกเบี้ย และนักลงทุนกังวลเรื่องสงครามทางการค้านั้น ส่งผลให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออกจากไทยในระยะนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ใช่ปัจจัยที่น่ากังวล เนื่องจากเศรษฐกิจไทยวันนี้เริ่มมีทิศทางเติบโตอย่างแข็งแกร่งขึ้น และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะมีการดูแลเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพื่อรับมือกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้น
ด้านนักวิเคราะห์ค่าเงินบาทธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) กล่าวว่า ค่าเงินบาทในระยะนี้มีทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 32.60-32.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่หากหลุดระดับดังกล่าว ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าไปสู่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ ซึ่งปัจจัยหลัก ๆ มาจากความกังวลของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มคิดเป็นมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศนี้ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุน
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
