อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ โชว์พลังภาคธุรกิจ ฉายศักยภาพผู้ประกอบการ ดัน “ส่วนผสมอาหาร – สารสกัดไทย” จัด 2 งานใหญ่แสดงนวัตกรรมอาหาร “Fi Asia Thailand & Vitafoods Asia 2025” ระหว่างวันที่ 17 – 19 กันยายน 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เผยว่า อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ในฐานะผู้จัดงาน “ฟู้ด อินกรีเดียนท์ เอเชีย 2025” (Food ingredients Asia Thailand 2025 : Fi Asia Thailand 2025) งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้านส่วนผสมอาหาร และ “ไวต้าฟู้ดส์ เอเชีย 2025” (Vitafoods Asia 2025) งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี นวัตกรรมสารสกัด และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งจัดร่วมกันในพื้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ระหว่างวันที่ 17 – 19 กันยายน 2568
เพื่อแสดงให้เห็นศักยภาพผู้ประกอบการภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสินค้าการเกษตร และเกษตรแปรรูป ที่สามารถนำไปทำสารสกัดที่มีมูลค่าสูงได้ ซึ่งปัจจุบันภาครัฐและสถาบันการศึกษาในภูมิภาคต่างมีความพร้อมให้การสนับสนุน และพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาร่วมกันไปกับผู้ประกอบการ ทำให้ภูมิปัญญาของคนไทยในแต่ละภูมิภาคสามารถต่อยอดไปสู่ระดับสากลได้
นางสาวรุ้งเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากสถาบันด้านสุขภาพสากล (Global Wellness Institute : GWI) ทำการประเมินภาพรวมของเศรษฐกิจด้านการดูแลสุขภาพทั่วโลก มีแนวโน้มขยายตัวอย่างสูงถึง 8.6% ต่อปี จนถึงปี 2570 โดยมูลค่าตลาดที่ GWI ประเมินนั้นสูงกว่า 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 306 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2562
เป็นการขยายตัวที่สูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ประเทศไทย ภาครัฐตั้งเป้าหมายที่จะเป็นฮับสุขภาพนานาชาติ โดยคาดว่ารายได้จากธุรกิจ Health & Wellness จะมีไม่ต่ำกว่า 8 แสนล้านบาท ในปี 2570

อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหาการตั้งกำแพงภาษีกีดกันของสหรัฐอเมริกา แต่เชื่อว่าหากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ หน่วยงานวิจัยและพัฒนา ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ จากภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เตรียมตัวให้พร้อมในการผลิตแปรรูปสินค้าจากภาคเกษตรของไทย ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตชั้นดี ให้มีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นจากการแปรรูปด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ
เชื่อว่าวัตถุดิบในธุรกิจเสริมอาหารหลายอย่างจากประเทศไทยจะมีโอกาสทางการค้ากับประเทศอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น ประเทศทางฝั่งยุโรป เอเชีย และภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก โดยที่ไม่ได้พึ่งพิงในตลาดใดตลาดหนึ่ง
นางสาวรุ้งเพชร กล่าวต่อว่า ประเทศไทยเป็นเมืองส่งออกอาหารลำดับต้น ๆ ของโลก และผู้ผลิตมีศักยภาพสูงกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ การจัดงานในลักษณะ International Trade Fair ที่ให้พื้นที่ทางการตลาดกับผู้ประกอบการจะเป็นอีกก้าวที่สำคัญที่ทำให้ต่างชาติและคนไทยด้วยกันได้เห็นถึงศักยภาพ ความสามารถในการเป็นฐานการผลิตฟู้ดและฟังก์ชันนอลฟู้ดระดับโลก (Food and Functional Food) ของไทยที่พร้อมยกระดับสู่เกษตรมูลค่าสูง
“การปรับตัวของธุรกิจไทยท่ามกลางการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น กำแพงภาษีใหม่ที่เกิดขึ้น มองว่าภายใต้ความผันผวนนี้ยังมีโอกาสอีกมาก โดยเราสามารถผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรกรรมที่เป็น ฟู้ด อินกรีเดียนท์ ให้เป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูงขึ้น และยกระดับเพิ่มศักยภาพการผลิตอาหารให้ผู้ประกอบการธุรกิจในไทยเพื่อสร้างโอกาสในตลาดใหม่ได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต” นางสาวรุ้งเพชร กล่าว
งาน ‘Fi Asia Thailand 2025’ และ ‘Vitafoods Asia 2025’ ระหว่างวันที่ 17 – 19 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)