เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เพิ่มโทษ Robotaxi ไร้คนขับ ขวางทางรถฉุกเฉิน
Automotive เพิ่มโทษ Robotaxi ไร้คนขับ ขวางทางรถฉุกเฉิน
โฆษณาดิจิทัลเปลี่ยนทิศ แค่ซื้อสื่อยังไม่พอ
Business โฆษณาดิจิทัลเปลี่ยนทิศ แค่ซื้อสื่อยังไม่พอ
พยากรณ์อากาศ (8 ต.ค.) ‘ภาคใต้’ ฝน 60-70% ‘ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก กทม.’ ฝน 20-30%’
Economic พยากรณ์อากาศ (8 ต.ค.) ‘ภาคใต้’ ฝน 60-70% ‘ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก กทม.’ ฝน 20-30%’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ต.ค.) ปรับลง 2.74% อยู่ที่ 83,185 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ต.ค.) ปรับลง 2.74% อยู่ที่ 83,185 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Politics ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
การศึกษา รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
News กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
News กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
Real Estate แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
“ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
Finance “ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
ดูทั้งหมด

ศึก ‘แท็กซี่ VS แกร็บ’ เรียกร้องแต่ไม่ย้อนดูตัว

24 พ.ค. 2568 | 14:34น.
แท็กซี่ สนามบิน
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต

เป็นปัญหามาเนิ่นนานนับ 10 ปีแล้ว ศึกระหว่างแท็กซี่และแอปพลิเคชั่นเรียกรถยนต์ โดยเฉพาะยี่ห้อ “แกร็บ” (Grab)

เพราะนับตั้งแต่แอปเรียกบริการรถยนต์เริ่มเข้ามาแพร่หลายในประเทศไทยราว ๆ 10 กว่าปีก่อน ใหม่ ๆ ยังไม่เท่าไหร่

แต่เมื่อได้รับความนิยมจากประชาชน ทำให้แท็กซี่จำนวนหนึ่งไม่พอใจ

ข่าวคราวเรื่องรุมทำร้าย หรือขัดขวางการรับผู้โดยสารมีให้เห็นเป็นระยะ ทั้งในเขตกรุงเทพฯและเมืองท่องเที่ยว

ล่าสุดเกิดความขัดแย้งขึ้นอีก เมื่อแท็กซี่ซึ่งให้บริการบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ก่อม็อบให้รัฐบาลนำรถยนต์ของ Grab ออกจากพื้นที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ

พร้อมขู่ยกระดับการชุมนุมถึงขั้นปิดทางเข้า-ออกสนามบินสุวรรณภูมิ หากข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนอง

กลุ่มแท็กซี่อ้างว่าการตั้งจุดบริการของ Grab ทำให้การเรียกใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มีจำนวนมากกว่า

สุดท้ายนอกจากให้ยกเลิกจุดบริการแล้ว ยังต้องการให้ยกเลิกกฎกระทรวง ว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564

กฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับอธิบายง่าย ๆ เปิดโอกาสให้แอปพลิเคชั่นเรียกรถยนต์ เปิดบริการได้ตามกฎหมาย เพียงแต่มีมาตรการควบคุมความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร

หลัก ๆ เช่นผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ จากเดิมแค่ใบขับขี่ส่วนบุคคลก็ทำได้แล้ว

การลงทะเบียนและตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ขับขี่ ฯลฯ

การให้ยกเลิกกฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับ ไม่ต่างจากกำจัดแอปเรียกรถออกไปนั่นเอง

การเติบโตของแอป หากนับจนถึงปัจจุบันในปี 2568 ประเมินว่าตลาดเรียกรถผ่านแอปมีมูลค่ากว่า 4.5 หมื่นล้านบาท

และจะขยับเป็น 4.9 หมื่นล้านบาทในปี 2572

โดยเฉพาะ Grab ถือว่าเป็นเจ้าตลาด และมีรถหลากเซ็กเมนต์ให้บริการ ตั้งแต่รถราคาปกติไปจนถึงระดับพรีเมี่ยม ที่แต่ละเที่ยวแตะระดับ 2,000-2,500 บาท

จะว่าไปใครที่เคยใช้บริการเรียกรถผ่านแอป จักพบว่าราคาไม่ได้ถูกกว่าการโบกแท็กซี่ บางเส้นทาง หรือช่วงเวลาเร่งด่วน แพงกว่าด้วยซ้ำ

เพียงแต่ข้อดีของการเรียกรถผ่านแอป คือรู้ราคาที่แน่นอน และน้อยครั้งที่จะถูกปฏิเสธ

การปฏิเสธผู้โดยสาร หรือคิดราคาเหมาแทนการเปิดมิเตอร์ เชื่อว่าคนใช้บริการแท็กซี่ทุกคน ต้องเคยมีประสบการณ์มาบ้างไม่มากก็น้อย

“ต้องรีบไปส่งกะรถ” หรือ “ต้องไปเติมแก๊ส”

คำปฏิเสธยอดฮิตของแท็กซี่ (บางคัน) ที่ผู้โดยสารได้ยินจนชินหู และนำมาล้อเลียนแบบเจ็บใจเล็ก ๆ อยู่แทบทุกครั้งที่เกิดกรณีพิพาท

ยิ่งกับชาวต่างชาติตามสนามบิน หรือจังหวัดท่องเที่ยว โดนเอาเปรียบแบบนี้จนชินตา

คนไทยเองก็ไม่รอดเช่นกัน โดยเฉพาะชาวต่างจังหวัดที่มาใช้บริการตามสถานีขนส่ง หรือสถานีรถไฟ

ก่อนหน้านี้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากบ่น หรือร้องเรียนไปทางขนส่ง ได้ผลบ้าง ไม่ได้บ้าง

จึงเมื่อมีแอป คนที่หงุดหงิดกับบริการของแท็กซี่จำนวนหนึ่งจึงเลือกใช้ แม้ต้องจ่ายแพงกว่าก็ตาม

การเติบโตของแอปเรียกรถ ในช่วงแค่ 10 กว่าปีที่ผ่านมา จึงสะท้อนภาพลักษณ์การบริการแท็กซี่ไทยได้ส่วนหนึ่ง

ฉะนั้นก่อนการเรียกร้องขอความเป็นธรรม กลุ่มแท็กซี่ควรรวมตัวกันกวาดบ้านตัวเอง กำจัดคนขับพฤติกรรมไม่เหมาะสมออกไปอย่างจริงจังเสียก่อน

หากทำได้ดีจริง ไม่เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ใครเล่าจักไม่อยากเลือกใช้บริการ

ถึงที่สุดแล้วการใช้บริการเป็นไปตามความพึงพอใจของผู้โดยสาร หรือลูกค้า ที่เป็นคนควักเงินจ่าย

การก่อม็อบเพื่อบีบให้ลูกค้าต้องใช้บริการอย่างไม่มีทางเลือก เป็นสิ่งที่สมควรแล้วหรือ ?