เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สันติธาร : โลกได้อะไรจากเรา แล้วเราได้อะไรจากโลก ? โจทย์ใหญ่ ผ่านเวที IMF–World Bank
Finance สันติธาร : โลกได้อะไรจากเรา แล้วเราได้อะไรจากโลก ? โจทย์ใหญ่ ผ่านเวที IMF–World Bank
iPhone Duo vs Samsung ศึกชิงผู้นำสมาร์ทโฟน ‘จอพับ’ วัดพลังอีโคซิสเต็ม-เกมการตลาด
Tech iPhone Duo vs Samsung ศึกชิงผู้นำสมาร์ทโฟน ‘จอพับ’ วัดพลังอีโคซิสเต็ม-เกมการตลาด
เปิดหุ้นเด่นรับดอกเบี้ยไม่ขึ้น! ‘ฟิลลิป’ ชู BBL-KBANK-KTC-MTC-GULF
Finance เปิดหุ้นเด่นรับดอกเบี้ยไม่ขึ้น! ‘ฟิลลิป’ ชู BBL-KBANK-KTC-MTC-GULF
ศุลกากร ยึดบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า-อาหารต่างประเทศ มูลค่ากว่า 1.08 ล้านบาท
Finance ศุลกากร ยึดบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า-อาหารต่างประเทศ มูลค่ากว่า 1.08 ล้านบาท
มาดามแป้ง จับมือ แม่ปุ้ย เฟ้นหา 8 สาวงาม MISS ‘MADAME PANG’
Biz Movement มาดามแป้ง จับมือ แม่ปุ้ย เฟ้นหา 8 สาวงาม MISS ‘MADAME PANG’
SCBAM กางแผน 3 ปี AUM แตะ 2.5 ล้านล้าน มองหุ้นไทยปี’70 ที่ 1,710 จุด
Finance SCBAM กางแผน 3 ปี AUM แตะ 2.5 ล้านล้าน มองหุ้นไทยปี’70 ที่ 1,710 จุด
3 แบงก์รัฐ ผุดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ขานรับนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน
Finance 3 แบงก์รัฐ ผุดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ขานรับนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน
มท.ลั่น ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ไม่เอื้อทุนใหญ่ เอกชนร่วมแล้วพันราย
Politics มท.ลั่น ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ไม่เอื้อทุนใหญ่ เอกชนร่วมแล้วพันราย
กนง.ปรับประมาณการ GDP ปีนี้โตขึ้นเป็น 2.4% แรงหนุน AI-ชี้ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
Finance กนง.ปรับประมาณการ GDP ปีนี้โตขึ้นเป็น 2.4% แรงหนุน AI-ชี้ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,500 บาท
ดูทั้งหมด

นายกฯเผย หลายชาติสนใจลงทุนแลนด์บริดจ์ ไม่นานไทยได้ดีลภาษีทรัมป์

27 พ.ค. 2568 | 20:39น.
นายกฯ พอใจผลร่วมประชุมอาเซียน

นายกฯพอใจผลร่วมประชุมอาเซียน เผยหลายชาติสนลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ ปธ.อาเซียน ย้ำความร่วมมือภูมิภาคอาเซียนเจรจาภาษีสหรัฐ ย้ำเร็ว ๆ นี้ไทยมีความคืบหน้า

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่มาเลเซียว่า พอใจผลการประชุม โดยผลสำเร็จสำคัญ 2 ประการ คือ

1.อาเซียนได้ลงนามและตกลงในปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยอาเซียน 2045 : อนาคตร่วมกันของเรา (Kuala Lumpur Declaration on ASEAN 2045 : Our Shared Future) เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ฉบับใหม่ที่กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนในอีก 20 ปีเพื่อรับรองวิสัยทัศน์นี้

2.เป็นครั้งแรกที่มีการประชุม 3 ฝ่าย ระหว่างอาเซียน คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) และจีน เพื่อสร้างพลวัตความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ

โดยในครั้งนี้ อาเซียนได้ให้ความสำคัญกับการรักษาให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีสันติภาพและเสถียรภาพ เพื่อให้อาเซียนสามารถรับมือกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิเศรษฐศาสตร์ของโลก โดยเฉพาะการแข่งขันของมหาอำนาจ รวมถึงมาตรการในการรับมือกับมาตรการภาษีของอเมริกา

ทั้งนี้ ไทยสนับสนุนการรับติมอร์-เลสเตเข้ามาเป็นสมาชิกอาเซียน รวมถึงใช้โอกาสนี้ย้ำท่าทีของไทยต่อประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมียนมา ทะเลจีนใต้ และตะวันออกกลาง

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยอีกว่า ด้านเศรษฐกิจ ไทยผลักดันการรวมตัวในภูมิภาคให้แน่นแฟ้น และมีเอกภาพ ควบคู่ไปกับการบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเสนอให้ประเทศอาเซียนใช้ประโยชน์จาก FTA ที่มีอยู่ และขยาย FTA กับหุ้นส่วนใหม่ ๆ รวมทั้งส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและพลังงานผ่านการจัดทำ ASEAN Power Grid

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือเรื่องผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐ ซึ่งผู้นำอาเซียนได้ยึดมั่นในท่าทีร่วมกัน คือ การยึดถือระบอบการค้าระหว่างประเทศ ที่ตั้งอยู่บนหลักการที่ยอมรับร่วมกัน และพร้อมเจรจากับสหรัฐอย่างสร้างสรรค์

ด้านสังคม การส่งเสริมประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง การส่งเสริมความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะการร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะยาเสพติด และ online scams

ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ไทยมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนวาระสีเขียวเพื่อบรรลุเป้าหมาย “green ASEAN” โดยเน้นเรื่อง green finance การรับมือกับภัยพิบัติ และ climate change การแก้ไขปัญหาหมอกควัน พลังงานสะอาด และ digital transformation ซึ่งไทยมีแผนที่ชัดเจนในการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานอยู่แล้ว โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ที่ไทยมีศักยภาพสูง และยังมีการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในไทยในด้าน data center

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการหารือทวิภาคีว่า ได้มีการพบปะหารือกับผู้นำหลายประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ คูเวต UAE และบาห์เรน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยคูเวต UAE และบาห์เรน มีความสนใจที่จะลงทุนในโครงการ Landbridge และพร้อมร่วมมือในการส่งเสริมด้านความมั่นคงทางอาหารที่ไทยมีศักยภาพ

นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสพบกับประธาน Asian Development Bank เพื่อหารือถึงการลงทุนเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ว่า ถือเป็นการต่อยอดศักยภาพของไทยในด้านต่าง ๆ พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคอาเซียน ผ่านความร่วมมือกันภายในภูมิภาคกับกลุ่มคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) และจีน ซึ่งต่างเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน รัฐบาลไทยเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกันดังกล่าว จะเกิดผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน สร้างรายได้ สร้างอาชีพใหม่ ๆ การพัฒนาทุนมนุษย์ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล

สำหรับประเด็นภาษีของสหรัฐ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประธานอาเซียนได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือของภูมิภาค โดยใช้การรวมตัวกันของอาเซียนในการพูดคุยกับสหรัฐ เพื่อเป็นพลังยิ่งขึ้น

“หลายประเทศได้ส่งข้อเสนอไปยังสหรัฐอเมริกาแล้วเช่นกัน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอนัดหมายเพื่อพูดคุยกันในรายละเอียดกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งไทยไม่ได้ช้าเกินไป คาดว่าน่าจะมีความคืบหน้าเร็ว ๆ นี้” นายกรัฐมนตรีกล่าว