R&Bรวบ 6 รง. “อยุธยา-เชียงใหม่” เข้าตลาดหุ้นระดม 3 พัน ล. ลงทุน 5 ประเทศ
ภาพรวมการส่งออกอาหารไทยไปทั่วโลกเฉลี่ยแต่ละปีมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาทนั้น เบื้องหลังครัวโลกแต่ละเมนูล้วนมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผลิตวัตถุแต่งกลิ่นเลียนรสธรรมชาติ (flavours) สีผสมอาหาร เครื่องเทศต่าง ๆ มาช่วยแต่งเติมให้ออกมาน่ารับประทาน เช่น “บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด” หรือ R&B “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ” ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยทายาท “บุตรสาว” แพทย์หญิงจัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการ และ “หลานชาย” นายธีรพัฒน์ ญาณาธรกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ มาเปิดเผยถึงนโยบายและทิศทางที่กำลังจะก้าวเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อนำเงินไปขยายการลงทุนในหลายประเทศทั่วโลก
Q : 4 บริษัท 3 ธุรกิจหลัก 6 โรงงานผลิต
ผมเรียนจบทางด้านเคมี และเข้าสู่ธุรกิจ flavours มากว่า 40 ปีแล้ว เป็นบริษัทคนไทย 100% มีการจัดตั้งห้องแล็บ ว่าจ้างคนต่างชาติมาทำงานวิจัยและพัฒนากลิ่นให้ตามที่ลูกค้าต้องการ ไม่ได้ซื้อหัวน้ำหอมจากผู้ผลิตรายอื่นมาผสม
โดยลูกค้าส่วนใหญ่เน้นขายวัตถุดิบ B to B เข้าโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารและเครื่องดื่มส่งออกประมาณ 80% เช่น เครือ ซี.พี. ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป กระทิงแดง ฯลฯ มีขายปลีกประมาณ 20% โดยเฉพาะแป้งตลาดที่ซื้อขายกันมากจริง ๆ คือตลาดสด ตลาดยี่ปั๊ว โชห่วย และห้างสรรพสินค้า เช่น แมคโคร เทสโก้ บิ๊กซี่ อิออน รวมถึงรับจ้างผลิต(OEM)ให้ลูกค้ารายใหญ่ ปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาด flavours ในไทยประมาณ 20% และส่งออกไปหลายประเทศ
“ในอดีตธุรกิจ favours เป็นธุรกิจที่ไม่ค่อยมีคนรู้ ผมทำมา 40 ปีแล้ว พูดง่าย ๆ เราเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เราซัดกับฝรั่ง และญี่ปุ่นได้ไม่กลัว”
ปัจจุบันมีธุรกิจหลัก 3 ประเภท ได้แก่ 1.วัตถุแต่งกลิ่นเลียนรสธรรมชาติ และสีผสมอาหาร (flavours) ภายใต้แบรนด์ “เบสท์ โอเดอร์” (Best Odour) มียอดขายประมาณ 50% 2.แป้งทอดกรอบ, แป้งข้าวโพด, เกล็ดขนมปัง, แป้งชุบทอดสำเร็จรูปต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ “อังเคิลบาร์นส์” (Uncle Barns) มียอดขายประมาณ 30% และ 3.เครื่องเทศอบแห้ง และพืชผักผลไม้อบแห้ง (ทำโดยโรงงานพรีเมี่ยมฟู้ดส์) มียอดขาย 20%
ภายใต้การบริหารงาน 4 บริษัท ได้แก่ 1.R&B เป็นบริษัทแม่ ดำเนินธุรกิจผลิตเคมีภัณฑ์ผสมอาหาร แป้งผสมอาหาร นม 2.บริษัท พรีเมี่ยมฟู้ดส์ จำกัด ตั้งอยู่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ผลิตและส่งออกพืช ผัก ผลไม้อบแห้ง 3.บริษัท ไทย เฟลเวอร์ แอนด์ แฟรกแร็นซ์ ผลิตกลิ่น และ 4.บริษัท เบสท์ โอเดอร์ จำกัด ผลิตวัตถุแต่งกลิ่นเลียนรสธรรมชาติ และสีผสมอาหาร มีโรงงานผลิต 7 แห่ง มีพนักงาน 1,200 คน แบ่งเป็นภายในประเทศ 6 แห่ง ได้แก่ 1.ภายในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จ.พระนครศรีอยุธยา มี 3 โรงงาน 2.อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา 1 โรง 3.เชียงใหม่ 1 โรง และ 4.เขตลาดพร้าว กทม. 1 โรง และโรงงานในต่างประเทศ 1 โรง ที่ประเทศอินโดนีเซีย
Q : เล็งเข้าตลาดไตรมาส 3 ปีนี้
ผมมีแผนจะระดมทุน เพื่อขยายการลงทุนไปต่างประเทศให้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้ผมอายุ 67 ปีแล้ว จุดเป้าหมายเราจะไปตีฝรั่ง ตีญี่ปุ่น คนไทยเราเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก เราเริ่มตั้งบริษัทเมื่อ 30 ปีก่อนมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ตอนนี้เพิ่มทุนเป็น 1,480 ล้านบาท เดือนกรกฎาคม 2561 จะเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 2,000 ล้านบาท ปี 2560 มียอดขายรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ปี 2561 วางเป้าหมายไว้ 3,200 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นยอดขายภายในประเทศ 2,000 ล้านบาท และส่งออกประมาณ 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ หลังการขยายโรงงานในหลายประเทศแล้วเสร็จ คาดว่าอีก 5 ปี ยอดขายน่าจะเติบโตขึ้นไปประมาณ 20,000 ล้านบาท
ขณะนี้ได้ว่าจ้างบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด และบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน มาดำเนินการเตรียมจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯขายหุ้น 25% ประมาณไตรมาส 3 นี้ ในนามบริษัท R&B เพื่อระดมทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท ขยายการลงทุนในต่างประเทศ
Q : แผนลงทุนตั้งโรงงานในต่างประเทศ
ทุกวันนี้มีโรงงานที่อินโดนีเซีย 1 แห่ง กำลังก่อสร้างโรงงานที่เวียดนามอีก 1 แห่ง และมีแผนจะนำเงิน 3,000 ล้านบาทไปตั้งโรงงานในอีกหลายประเทศ ซึ่งได้ส่งสินค้าไปขายหลายปีแล้ว ส่วนใหญ่ขายเข้าโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย ปากีสถาน บังกลาเทศ จะผลิตสินค้า 4 ประเภทเหมือนในไทย จะทำสินค้าที่เราชำนาญ อย่าออกนอกสายสิญจน์ เจ๊ง
อย่างเวียดนาม ผมเข้าไป 20 ปีแล้ว และไปตั้งสำนักงานได้ประมาณ 5 ปี นำเข้าสินค้าเดือนละประมาณ 25 ตู้คอนเทนเนอร์ (ตู้ขนาด 40 ฟุต) จึงวางแผนไปตั้งโรงงานลงทุนเอง 100% ตอนนี้เริ่มก่อสร้างแล้วที่จังหวัดหลงเห่า(LONG HAO) อยู่ใต้ของเวียดนาม อยู่ระหว่างติดตั้งเครื่องจักร ตามแผนจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2561จีน ส่งออกแป้งเกล็ดขนมปัง กลิ่นผสมอาหารไปเดือนละ 10 ตู้ และเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างน่าตกใจ ปัจจุบันกำลังจะไปเปิดสำนักงาน และตั้งเป้าจะไปตั้งโรงงานที่เมืองชานตง อยู่ทางเหนือ ผลิตแป้ง และเมืองกว่างโจว ทางใต้ ผลิตกลิ่น คาดว่าตามแผนจะดำเนินการได้ไม่เกินปี 2562 ต้องเสร็จ
สำหรับอินเดีย ส่งออกไปเดือนละ 5 ตู้ เริ่มมีความต้องการ แป้งและเกล็ดขนมปังคือสินค้าขายดี ส่วนปากีสถาน มีประชากร 200 ล้านคน ยอดขายดีกว่าอินเดีย ขณะที่บังกลาเทศ มีลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมที่ซื้อเราอยู่ชวนไปตั้งโรงงาน เพราะตอนนี้รัฐบาลตั้งภาษีนำเข้าเกล็ดขนมปัง 200% ตัวอื่น 90% เขาบอกว่า ไม่ไหวแล้ว คุยกันเรียบร้อย
ล่าสุดรัสเซีย ส่งออกไปเดือนละ 10 ตู้ ต้องรีบไปตั้งโรงงานเลย เพราะตอนนี้รัสเซียได้ออกกฎหมายให้ซื้อของทุกอย่างจากภายในประเทศ และไม่ซื้อของอเมริกาเด็ดขาด เราจะไปเสียบแทนทันที นอกจากนี้ มีแผนไปตั้งสำนักงานขายที่เมียนมา กัมพูชา และญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม การไปลงทุนทำธุรกิจในต่างประเทศ จะลงทุนผลีผลามมาก ๆ ไม่ได้ ต้องดูวัฒนธรรมของแต่ละประเทศด้วย บางครั้งทุกอย่างดีหมด แต่เราไม่เข้าใจวัฒนธรรมของเขากิจการเจ๊งเลย
Q : จุดเด่นที่เหนือคู่แข่งต่างประเทศ
จุดเด่นของเรามีสินค้าครบวงจรทุกอย่างพร้อมเมื่อลูกค้าเข้ามาที่บริษัท มีผลิตภัณฑ์แป้ง กลิ่น มาริเนด (marinade) ยกตัวอย่าง ลูกค้าชอบกลิ่น รสชาติไหน เราสามารถผลิตกลิ่นที่ลูกค้าต้องการเฉพาะขึ้นมาให้บริการจบภายใน 1 วัน โดยมี flavor list ทั้งหมด 5 คน แบ่งเป็น อังกฤษ 1 คน เยอรมัน 1 คน สิงคโปร์ 1 คน คนไทย 2 คน เราถือเป็นบริษัทคนไทยแห่งแรก และแห่งเดียวที่ทำ flavours จากต้นกำเนิดเลย ไม่ได้ซื้อจากผู้ผลิตรายอื่นมาผสม เรามีห้องแล็บดีที่สุดในประเทศไทย
ปัจจุบันใช้เทคโนโลยีทางยามาช่วย ทำได้ถึงขั้น encapsulate (เอ็นเค็ปสุเรต) คือ การเอากลิ่นมาเคลือบ โดยไม่ให้กลิ่นหาย กลิ่นทนความร้อนได้ถึง 300 องศา เราพัฒนาสินค้ามาเรื่อย ฝรั่งทำได้ไม่กี่ราย และราคาแพงกว่าผม 5 เท่า ฝรั่งขาย 3,000 บาทต่อ กก. แต่ผมขายอยู่ 700-800 บาทต่อ กก. เทคโนโลยีคนไทยล้วน เราทำได้ต้นทุนถูกกว่าฝรั่งมาก
รวมไปถึงการพัฒนาทำ freeze-dried ยกตัวอย่าง มะนาวสดมาทำ freeze-dried คือ ใช้ระบบความเย็นมาทำ เพราะฉะนั้นสารระเหยต่าง ๆ ยังอยู่ครบ น้ำมะนาวได้รสชาติเหมือนจริง เราถือเป็นคนไทยเจ้าแรกที่ทำระบบนี้
ขณะที่เกล็ดขนมปังเรามีจุดเด่นผลิตเกล็ดได้หลายแบบ จะแตกต่างจากผู้ผลิตรายใหญ่ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่นเป็นแบบเข็ม รวมถึงมีเกล็ดขนมปังปรุงรส ใส่เครื่องเทศตามสูตรที่ลูกค้ามาสั่งทำด้วย ตลาดตะวันออกกลางจะรู้จักแป้งทอดกรอบอังเคิลบาร์นส์
Q : แผนขยายการลงทุนในประเทศ
นอกจากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ผมทำโรงงานผลิตพลาสติกย่อยสลาย (PLA) จากข้าวโพดมาตั้งแต่ปี 2554 ลงทุนซื้อเครื่องมา 25 ล้านบาท ต้นทุนการผลิตยังแพงกว่า PET 20% เริ่มทำตลาดมา 2 ปี ผลิตให้กลุ่มบางจาก และแดรี่โฮม และล่าสุดจะทำให้โครงการหลวง และกลุ่มเบทาโกร คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกันผมเพิ่งผลิต “เยลลี่ผลไม้เคลือบคอลลาเจน” ภายใต้แบรนด์ “โกโระโกโระ” เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า อย่าลืมฉัน วางขาย 20 บาท/ถ้วย เป็นการพัฒนาสินค้าขึ้นจากทีมงานคนไทย ขณะที่ปัจจุบันในตลาดมีสินค้าเยลลี่ผลไม้ลักษณะเดียวกันเป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น ราคาขาย 49 บาทต่อซอง คนไทยไม่มีใครผลิต