นพดล แนะรัฐบาลเพิ่ม 4 มาตรการแก้ปมพิพาท ไทย – กัมพูชา
นพดล อดีต รมว.ต่างประเทศ แนะรัฐบาลดำเนินเพิ่ม 4 มาตรการแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา เชิญทูตทั่วโลกทำความเข้าใจ – อัพเดทสถานการณ์ให้ที่ประชุม UNSC พร้อมปรับความเข้มข้นการสื่อสาร-ตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายเกาะติด
นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาชายแดนไทยกับกัมพูชาที่กำลังมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่พนมเปญและกัมพูชาจะยื่นเรื่อง 3 ปราสาทและ 1 พื้นที่ไปศาลโลก ว่า ตนได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลมาสักระยะ จึงขอเสนอให้เพิ่มความเข้มข้นในการแก้ไขปัญหาและการสื่อสารข้อมูลกับประชาชน
รวมทั้งการเตรียมการต่อสู้ทั้งทางกฎหมายและทางการเมืองระหว่างประเทศ ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพิ่มเติมจากที่ไทยได้ยืนยันจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยของไทย และเน้นการเจรจาตามกรอบเอ็มโอยู 43 แบบทวิภาคีและการประกาศชัดเจนไปแล้วว่าไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลกและจะไม่ไปศาลโลก
ในการดำเนินงานด้านต่างประเทศในสถานการณ์นี้ ตนเห็นว่าควรจะดำเนินการเพิ่มเติม 4 เรื่อง คือ 1.เชิญผู้แทนสถานทูตต่างประเทศในไทยมาประชุมรับฟังข้อมูลของไทยที่เกี่ยวข้องกับปัญหาไทยกัมพูชา เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าไทยเป็นประเทศที่ยึดมั่นในกฎกติกาสากล ไม่ได้ละเมิดดินแดนของชาติใด เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติที่มีวุฒิภาวะ มีความน่าเชื่อถือ เพื่อรักษาเกียรติภูมิและภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก
2.ควรให้เจ้าหน้าที่คณะผู้แทนถาวรของไทย ประจำสหประชาชาติ ที่กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาได้พบปะกับคณะผู้แทนถาวรของประเทศที่มีที่นั่งในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อให้ข้อมูลอัพเดตสถานการณ์เรื่องไทยกัมพูชาเพื่อเตรียมการหากกัมพูชานำเรื่องนี้ไปสู่เวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
3.ควรจัดตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อติดตามปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชา แม้ไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก ทั้งนี้ เพื่อเตรียมการและเตรียมข้อเท็จจริง รวมถึงข้อกฎหมายอันเป็นผลสืบเนื่องจากที่กัมพูชาจะยื่นเรื่องไปที่ศาลโลก
4.ควรปรับความเข้มข้นในการสื่อสารและจัดวางบุคคลที่จะต้องสื่อสาร เพื่อให้ได้สัดส่วนกับการให้ข้อมูลของฝ่ายกัมพูชา ทั้งนี้ เพื่อให้ทันการ ครบถ้วน รวดเร็ว และได้น้ำหนักเพื่อให้ความมั่นใจกับคนไทยว่ารัฐบาลสามารถรักษาอธิปไตยของไทยและรักษาความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้านได้
“ผมเห็นว่าทิศทางใหญ่ที่รัฐบาลยึดมั่นในการเจรจาสองฝ่ายตามกรอบเอ็มยู 43 และการยืนยันไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก เป็นทิศทางใหญ่ที่ชัดเจน แต่ขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดและข้อมูลระหว่างทางที่รัฐบาลจะต้องปรับการทำงานให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ผมขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนที่ทำงานเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านต่อไป“ นายนพดล กล่าว