Skip to content

ทรู-เอไอเอส ติวเข้ม ประมูลคลื่นรูปแบบใหม่ ดีเดย์ 29 มิ.ย.นี้

23 มิ.ย. 2568 | 10:32น.
ทรู-เอไอเอส ติวเข้ม ประมูลคลื่นรูปแบบใหม่ ดีเดย์ 29 มิ.ย.นี้

กสทช. จัดสาธิตจำลองรูปแบบการประมูลคลื่นความถี่แบบใหม่ ประมูลพร้อมกัน 4 คลื่น “ทรู-เอไอเอส” ติวเข้ม ด้านภาคประชาชนรวมตัวคัดค้านการประมูล

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีการสาธิตประมูลคลื่นความถี่ 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz ซึ่งจะมีการประมูลจริงในวันที่ 29 มิ.ย. 2568 นี้

โดยการประมูลครั้งนี้จะมีรูปแบบที่ต่างจากเดิมคือ เอาทุกคลื่นมาประมูลพร้อมกันสำนักงาน กสทช. จัดการประชุมชี้แจงขั้นตอนการประมูล (Bidder Information Session) และการประมูล รอบสาธิต (Mock Auction)

นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า วันนี้ผู้เข้าร่วมการประมูล จะได้รับทราบถึงขั้นตอน กระบวนการ การปฏิบัติตนในระหว่างการประมูล (Bidder Information Session) และจะได้ซักซ้อมทดลองใช้งานโปรแกรม Auction Software สำหรับการใช้ระบบจัดการใบอนุญาตสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ (Mock Auction)

การประมูลครั้งนี้จะใช้วิธีการประมูลในรูปแบบ Simultaneous Clock Auction ซึ่งเป็นการประมูลคลื่นความถี่ทุกกลุ่มในคราวเดียวกัน แตกต่างจากการประมูลครั้งที่ผ่านมา ที่ใช้วิธีการประมูลทีละย่าน โดยผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถเลือกสลับคลื่นความถี่ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันได้ การประมูลลักษณะนี้ จะทำให้ผู้เข้าร่วมประมูลสามารถแสดงมูลค่าที่แท้จริงของคลื่นความถี่ที่ตนเสนอราคาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ความยืดหยุ่นนี้จะทำให้ได้ประสิทธิภาพในการจัดสรร และเป็นรูปแบบการประมูลที่เอื้อให้มีการแข่งขันมากขึ้นในทุกชุดคลื่นความถี่ จึงมีแนวโน้มที่จะทำให้ได้รับรายได้จากการประมูลมากขึ้น อย่างไรก็ดีรูปแบบการเคาะราคาจะเหมือนกับการประมูลครั้งที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องกดรับราคาในรอบแรก ซึ่งเป็นราคาที่มาจากราคาขั้นต่ำรวมกับขั้นราคา 1 ขั้น

สำหรับคลื่นความถี่ที่นำออกมาประมูลในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) คลื่นความถี่ย่านต่ำ (Low Band) ได้แก่ คลื่นความถี่ ย่าน 850 MHz 2) คลื่นความถี่ย่านกลาง (Mid Band) ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz 2300 MHz เป็นคลื่นความถี่ย่านที่มีการใช้งานสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน และ 3) คลื่นความถี่ย่านกลาง (Mid Band) ย่าน 1500 MHz ซึ่งไม่มีการใช้งานสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันโดยคลื่นความถี่ย่านต่ำ (Low Band) ย่าน 850 MHz ช่วงความถี่วิทยุ 824-834 MHz คู่กับ 869-879 MHz มีราคาขั้นต่ำต่อชุดเป็นจำนวนเงิน 7,738.23 ล้านบาท จำนวน 2 ชุด ชุดละ 2 x 5 MHz

ส่วนคลื่นความถี่ย่านกลาง (Mid Band) ที่มีการใช้งานสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน ย่าน 2100 MHz ช่วงความถี่วิทยุ 1965-1980 MHz คู่กับ 2155-2170 MHz มีราคาขั้นต่ำต่อชุดเป็นจำนวนเงิน 4,500 ล้านบาท จำนวน 3 ชุด ชุดละ 2 x 5 MHz และย่าน 2300 MHz ช่วงความถี่วิทยุ 2300-2370 MHz มีราคาขั้นต่ำต่อชุดเป็นจำนวนเงิน 2,596.15 ล้านบาท จำนวน 7 ชุด ชุดละ 10 MHz

และคลื่นความถี่ย่านกลาง (Mid Band) ที่ไม่มีการใช้งานสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน ย่าน 1500 MHz ช่วงความถี่วิทยุ 1452-1507 MHz มีราคาขั้นต่ำต่อชุดเป็นจำนวนเงิน 1,057.49 ล้านบาท จำนวน 11 ชุด ชุดละ 5 MHz

การจัดงานการประชุมในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการประมูลมีความคุ้นชินกับระบบการแจ้งเตือนในระหว่างการประมูล หรือแถบเมนูต่าง ๆ ในโปรแกรม โดยจะเป็นการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน 2568 สำหรับการออกแบบการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับบริการการสื่อสารความเร็วสูงของประเทศ สำนักงาน กสทช. จึงได้คำนึงถึงหลักการแข่งขัน และการกระจายทรัพยากรของชาติอย่างเหมาะสม เพื่อให้ประเทศไทยมีคลื่นความถี่สำหรับการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

โดยตัวแทนผู้เข้าร่วมประมูล ได้แก่ นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) และนายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เข้าร่วมการสาธิตในครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังมีการรวมตัวของภาคประชาชน และสหภาพแรงงานรัฐวิสหากิจ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ที่ไม่เห็นด้วยกับการประมูลคลื่นความถี่ในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าจะนำไปสู่การผูกขาดตลาด ได้มีแสดงจุดยืนคัดค้าน การประมูลที่กำลังเกิดขึ้นใน 29 มิ.ย.นี้

โดยสหภาพได้ยกเหตุผลคัดค้านการประมูล คือ คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของชาติ ดังนั้น กสทช. จึงต้องกำกับดูแลการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของนายทุนในธุรกิจ การจัดการประมูลคลื่นในช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการ ไม่ได้ขาดแคลนคลื่นความถี่ในการสร้างและให้บริการ สื่อสารไร้สายเคลื่อนที่มี อาทิ บริการ 5G เป็นต้น

และมีการกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำที่ค่อนข้างถูกกว่าการประมูลคลื่นในอดีต โดยไม่มีเงื่อนไขของการลดราคาค่าบริการสื่อสารไร้สายที่ชัดเจนให้กับประชาชนผู้ใช้บริการจะส่งเสริมการเอื้อประโยชน์ให้แก่นายทุนในธุรกิจมากกว่าการที่ประเทศชาติและประชาชนในชาติจะได้รับประโยชน์จากการประมูลในครั้งนี้

ในขณะนี้ธุรกิจสื่อสารไร้สายเคลื่อนที่จะเหลือผู้ให้บริการรายใหญ่เพียง 2 รายเท่านั้น เกรงว่าการประมูลครั้งนี้ไม่ได้ส่งเสริมตลาดที่มีการแข่งขันอย่างเสรีด้วยหลักการ Equality, Equity และ Fairness (การแข่งขันที่เท่าเทียม เสมอภาค และเป็นธรรม)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AIS เอไอเอส กสทช. ทรู