ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กำหนด 3 เงื่อนไข สำหรับฝ่ายไทยในการเปิดด่านชายแดน
แขมร์ไทมส์ (Khmer Times) สื่อกัมพูชารายงานว่า สมเด็จฮุน มาเนต (Hun Manet) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาจะเปิดด่านชายแดนกับประเทศไทยอีกครั้ง ก็ต่อเมื่อบรรลุเงื่อนไข 3 ข้อเท่านั้น พร้อมย้ำว่า ไทยควรทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับไปเป็นเหมือนก่อนวันที่ 7 มิถุนายน 2025
ในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันครบรอบ 32 ปีของกองสารวัตรทหารกัมพูชา ที่จังหวัดกำปงชนัง เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ฮุน มาเนต กล่าวว่า กัมพูชาได้มอบ “กุญแจ” ให้กับไทยในการฟื้นฟูความปกติของพรมแดนแล้ว ด้วยการกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนสามประการ บัดนี้ขึ้นอยู่กับไทยแล้ว เขากล่าวเสริมฝั่งไทยเป็นผู้สั่งปิดด่านฝ่ายเดียว และยืนยันว่าการเปิดด่านใหม่ไม่จำเป็นต้องมีการเจรจาหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากกัมพูชาได้กำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนให้ไทยทราบแล้ว
“กุญแจสำหรับการเปิดด่านได้มีการส่งมอบให้ฝ่ายไทยแล้ว แค่เปิดพรมแดน และกลับมาดำเนินการต่าง ๆ เหมือนก่อนวันที่ 7 มิถุนายน ไม่จำเป็นต้องมีการเจรจาหรือแลกเปลี่ยนใด ๆ” ฮุน มาเนตกล่าว
ทั้งนี้ เงื่อนไข 3 ประการที่ฝ่ายกัมพูชากำหนดคือ 1.ไทยต้องประกาศเปิดด่านฝ่ายเดียวอย่างเป็นทางการ และยืนยันว่าจะไม่ปิดด่านฝ่ายเดียวอีกในอนาคต 2.ต้องเปิดจุดผ่านแดนทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น และ 3.เวลาเปิด-ปิดด่านต้องเป็นเหมือนก่อนวันที่ 7 มิถุนายน คือตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น.
ฮุน มาเนต กล่าวว่า กัมพูชาไม่ต้องการปิดจุดผ่านแดน เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจ แต่ถูกบังคับให้ต้องทำจากการกระทำที่เป็นการละเมิดของไทย
“เราจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่อาจนิ่งเฉย ไทยขอให้เปิดด่านปอยเปตอีกครั้ง ขณะที่ด่านอื่น ๆ ยังคงปิดอยู่ และพรุ่งนี้พวกเขาอาจขอเปิดเพิ่ม หรือเปลี่ยนเวลาเปิดทำการ เราจะไม่ยอมทนต่อเรื่องนี้อีกต่อไป” ฮุน มาเนตกล่าว
แขมร์ไทมส์ระบุว่า ถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาดังกล่าวมีขึ้นหลังจากทางการไทยได้ร้องขอซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เปิดด่านอีกครั้ง แต่ผู้นำกัมพูชายืนยันว่าประเทศไทยเป็นฝ่ายปิดก่อน จึงต้องเป็นฝ่ายประกาศเปิดเองก่อน และหากไทยเปิดด่านแล้ว กัมพูชาก็จะดำเนินการเช่นกันภายใน 5 ชั่วโมง
ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRC) ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการปิดจุดผ่านแดนฝ่ายเดียวของไทยกับกัมพูชา โดยระบุว่าการกระทำของไทยส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน
ดุช ดาริน นักเศรษฐศาสตร์ให้สัมภาษณ์ว่า ไทยควรตอบสนองคำขอของกัมพูชาในการเปิดพรมแดนอีกครั้ง และให้คำมั่นที่จะหลีกเลี่ยงการปิดพรมแดนฝ่ายเดียวในอนาคต “ผมคิดว่าเงื่อนไขนี้สามารถส่งเสริมความไว้วางใจและเสถียรภาพในระยะยาวได้” เขากล่าว
“อันที่จริงการปิดพรมแดนฝ่ายเดียวของไทยในอดีตได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักอย่างมีนัยสำคัญต่อการค้าข้ามพรมแดน และส่งผลเสียต่อวิถีชีวิตของคนไทย” ดารินกล่าว
“เงื่อนไขที่สอง คือการเปิดด่านชายแดนทั้งหมด เป็นขั้นตอนที่สมเหตุสมผลและจำเป็น” ดารินกล่าว
ชุมชนและธุรกิจตามแนวชายแดนต้องพึ่งพาจุดผ่านแดนหลายแห่ง และการเปิดจุดผ่านแดนเพียงไม่กี่จุดอาจก่อให้เกิดความท้าทายด้านโลจิสติกส์และจำกัดการสัญจรทางการค้า ดังนั้น การเปิดจุดผ่านแดนทั้งหมดอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่ยุติธรรมและจำเป็นต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชายแดน