เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
Columns ‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
‘ข่าวดี’ ของใคร ?
Columns ‘ข่าวดี’ ของใคร ?
บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
Business บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
“นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
Economic “นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
Real Estate ‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
Economic ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
ดูทั้งหมด

สีหศักดิ์ สงสัยเจตนากัมพูชา ชี้ต้องรับผิดชอบการตัดสินใจ หลังดึงไทยไป UNCLOS

03 มิ.ย. 2569 | 12:01น.

สีหศักดิ์ สงสัยเจตนากัมพูชา ชี้ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ หลังดึงไทยไป UNCLOS ไม่ถกทวิภาคี ยันไม่หวั่น เตรียมพร้อมไว้แล้ว จ่อถกที่ปรึกษากฎหมาย ขอคนไทยมั่นใจ รบ.

มติชนรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเพิ่งเดินทางถึงกรุงปารีส ฝรั่งเศส เพื่อเข้าร่วมการประชุม OECD Ministerial Council Meeting 2026 (MCM) หรือการประชุมคณะมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาระดับรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยื่นหนังสือถึงไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS แล้วว่า

ตามที่ฝ่ายกัมพูชาได้แถลงว่า จะเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับกับประเทศไทย เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งที่จริงแล้ว เรื่องดังกล่าวฝ่ายไทยยังเห็นว่า การตัดสินใจของกัมพูชาเป็นการตัดสินใจที่ไม่ได้ช่วยในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง และการนำเสนอหลายอย่างของฝ่ายกัมพูชา ผ่านถ้อยแถลงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเหตุผลที่ฝ่ายไทยยกเลิก MOU 2544 เพราะไม่มีความคืบหน้าภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวมานานกว่า 20 ปี ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ตามที่ทราบกัน เจตนาของไทยที่ให้มีการยกเลิก MOU 2544 ก็เพื่อให้มีการเริ่มต้นการเจรจาในเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ในลักษณะของการเริ่มต้นกันใหม่ ซึ่งเป็นเจตนาที่แท้จริงของฝ่ายไทย

ขณะที่ฝ่ายกัมพูชากลับพูดว่า ฝ่ายไทยยกเลิกเพราะตั้งใจที่จะไม่ทำตามพันธกรณี ซึ่งไม่ใช่ แต่เราต้องยอมรับความจริงว่า MOU 2544 ไม่ได้มีความคืบหน้า ซึ่งเราคิดว่า เมื่อทั้ง 2 ประเทศเข้าเป็นภาคี UNCLOS แล้ว เราก็น่าจะเจรจากันภายใต้กระบวนการ UNCLOS และเราควรให้โอกาสในการเจรจาระดับทวิภาคีก่อน แต่ถ้ามันไปไม่ได้เราอาจจะตกลงกันว่า จะไปสู่กลไกต่าง ๆ ซึ่งมีตั้งแต่การประนีประนอมโดยสมัครใจที่เราสามารถพูดคุยกันได้ หรือมีการตั้งคณะประนอมขึ้นมาพูดคุยกันก็เป็นอีกขั้นหนึ่ง หรือจะไปสู่กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับก็ได้ แต่ทั้งนี้เราควรให้โอกาสสำหรับการเจรจาระหว่างกันก่อน

นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงก็คือ การประนอมภาคบังคับมันใช้เวลา อย่างกรณีประเทศติมอร์-เลสเต กับประเทศออสเตรเลีย ก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ดังนั้นเท่ากับว่าอีก 2 ปี เราจะไม่สามารถกำหนดเขตแดนทางทะเลหรือพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างกันได้ ซึ่งถ้าลองเจรจา อาจจะบรรลุข้อตกลงได้เร็วกว่านี้ก็ได้ ดังนั้นเจตนาของฝ่ายกัมพูชาจึงเป็นที่สงสัย ที่คงต้องการกำหนดเงื่อนไขของเขา และการสร้างความได้เปรียบให้กับฝ่ายกัมพูชา

สิ่งที่อยากจะบอกคือ มันไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหา และในเมื่อตัดสินใจไปในเส้นทางนี้ ฝ่ายกัมพูชาก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของเขาด้วย เพราะขณะที่เขาจะไม่เปิดโอกาสให้มีการพูดคุยกันเลย ในเรื่องเขตแดนทางทะเล แต่อยากให้มีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ อยากให้มีการพูดคุยเรื่องความมั่นคงชายแดน รวมไปถึงเรื่องเขตแดนทางบกอะไรต่าง ๆ

นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามฝ่ายไทยพร้อมอยู่แล้ว เพราะเราคาดการณ์อยู่แล้วว่าจะต้องมาในเส้นทางนี้ และเราได้เตรียมการมาสักพักหนึ่งแล้วว่าถ้าเขามาทางนี้ เราจะดำเนินการอย่างไร ใครจะเป็นผู้ประนีประนอมฝั่งไทย ใครเป็นผู้มีคุณสมบัติความเชี่ยวชาญ

ในวันที่ 3 มิ.ย. 2026 นอกจากร่วมการประชุม OECD แล้ว นายสีหศักดิ์ยังจะไปคุยกับที่ปรึกษากฎหมายชาวฝรั่งเศสของไทยว่า เราจะต้องเตรียมการอย่างไร และแนวโน้มจะเป็นอย่างไร

“ขณะนี้ถือว่า เขาปิดประตูแล้วหลายอย่าง ทั้งสำหรับการพูดคุยในเรื่องเขตแดนทางทะเล การไปสู่กลไกประนอมภาคบังคับ ฝ่ายไทยก็พร้อม เราไม่ได้หวั่นไหวอะไร แต่เขาก็ปิดประตูสำหรับการพูดคุยในเรื่องอื่น ๆ ที่เขาประสงค์ให้มีความคืบหน้า รู้สึกว่ามันเป็นการตัดสินใจของเขา เขาต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้น“ นายสีหศักดิ์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า สิ่งนี้หมายถึงกัมพูชาปิดประตูเรื่องการเจรจาคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เขาอยากให้มีการพูดคุย เพราะเรามีความขัดแย้ง และมีการปะทะกัน ซึ่งเกิดความสูญเสีย สิ่งเหล่านี้การแก้ไขปัญหาและปัญหาต่าง ๆ ที่สืบเนื่องจากการปะทะก็ต้องมาพูดคุยกัน มันไม่ใช่แค่การปักปันเขตแดน ที่จะมาใช้กลไก JBC แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงชายแดน

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า แถลงการณ์ร่วมนั้นระบุว่า ให้ทั้ง 2 ฝ่าย ตรึงกำลังไว้ในวันหยุดยิง ซึ่งเรายังตรึงกำลังไว้ที่เดิม ของพวกนี้มันไม่ได้มาด้วยการเรียกร้องสิทธิ แต่มันต้องแก้ไขปัญหาด้วยการพูดคุยกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะของพวกนี้มีที่มาที่ไป มันไม่ใช่เรื่องปักปันเขตแดนแน่นอน แต่เป็นเรื่องความมั่นคงชายแดน การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และนี่เป็นท่าทีของไทย ซึ่งเรามองด้วยความเป็นจริง

“เราก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาเล่นเกมอะไรกับกัมพูชา แต่เข้าใจว่า ฝ่ายกัมพูชาต่างหากที่มองเรื่องนี้เป็นเกม ที่จะต้องมีผู้แพ้ ผู้ชนะ หรือทำเพื่อกระแสภายในประเทศ เราก็ไม่รู้ โดยท่าทีของไทยคือ เราแสดงความคาดหวังที่จะมองไปในอนาคต ซึ่งการเดินไปข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้ความพยายาม และต้องสร้างบรรยากาศที่ดี ตรงนี้ที่เขาเดินเขาต้องตระหนักว่า มันมีผลกระทบทางด้านอื่นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย เพราะไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราจะใช้เดินหน้าการแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ความจริงแล้วกัมพูชาควรจะบอกเราโดยตรงก็ได้ แล้วมาพูดคุยกันว่า ภายใต้กลไกแต่ละคนจะทำอะไรกันบ้าง แต่เขากลับออกมาประกาศต่อชาวโลก ต่อคณะทูต สร้างความได้เปรียบอะไรต่าง ๆ ให้เห็นว่าเขาเป็นฝ่ายที่มีความชอบธรรม เป็นฝ่ายรุกก่อน เกมแบบนี้เป็นเกมของฝ่ายกัมพูชามาโดยตลอด ซึ่งส่วนหนึ่งก็พูดว่าอยากจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ อีกส่วนหนึ่งก็พยายามดำเนินการในเวทีระหว่างประเทศแบบไม่จบเสียที

ต้องถามว่า เมื่อไหร่เราจะจบสิ่งเหล่านี้ เมื่อไหร่เราจะเลิกเล่นเกมเสียที แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนไทยเองก็เข้าใจว่า ยังคงไม่เกิดขึ้นได้ในทันที ถ้าเขามีความตั้งใจ มันก็ต้องไม่ใช่ด้วยวิธีการอย่างที่เขาทำอยู่ในเวลานี้ ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าสันติวิธีดีที่สุดแล้ว ตนก็สงสัยในเจตนาของฝ่ายกัมพูชา

“ถ้าเขาไปทางนี้เราก็เต็มที่ ขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาล และการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศว่าเราพร้อม เรามั่นใจว่า ถ้าเขามาทางนี้ เราก็มั่นใจในสิ่งที่เราจะนำเสนอ และมั่นใจในความสามารถที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย“ นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สมมุติว่าเราเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ สุดท้ายคำวินิจฉัยก็ไม่ได้มีผลบังคับทางกฎหมาย และอาจจะกลายเป็นพื้นฐานที่ทั้ง 2 ประเทศ ต้องมาเจรจากันต่อไป ซึ่งประเด็นคือมันเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จ และในที่สุดจะรับหรือไม่รับก็เป็นสิทธิของแต่ละประเทศ และอาจจะต้องพูดคุยกันต่อ ตามคำวินิจฉัยที่เป็นผลของการประนอมภาคบังคับ ดังนั้นทำไมเราถึงไม่พูดคุยกันเสียก่อนว่า เราจะสามารถทำให้เกิดความคืบหน้าอะไรได้หรือไม่ ก่อนที่จะเข้าสู่กลไกเหล่านี้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสีหศักดิ์ได้ตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยระหว่างเข้าร่วมการประชุม OECD เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิมเป็นเวลา 1 วัน โดยจะเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันที่ 5 มิถุนายน เพื่อที่จะชี้แจงกับคณะทูตต่างประเทศในไทย หลังการออกมาแถลงของผู้นำกัมพูชา และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังจากนั้น