“เวิลด์ สห (ประเทศไทย)” ในเครือสหพัฒน์ โดดแจมตลาดลักชัวรีมือสอง ดึง “RAGTAG” ทุนญี่ปุ่นปักธงเปิดสโตร์แห่งแรกใจกลางกรุงเทพฯ กลางเดือนกรกฎาคมนี้ พร้อมชูจุดแข็งสินค้า Limited Edition การันตีสภาพพรีเมียมของแท้ 100% เพื่อหวังเจาะกลุ่มนักช้อปสายยูนีค
นางสาวธนิตตา วงศ์ประชา ผู้จัดการงานธุรการและสำนักงาน และผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายโลจิสติกส์ บริษัท เวิลด์ สห (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้นำเข้าแบรนด์ RAGTAG ซึ่งเป็นร้านค้าสินค้ามือสองระดับลักชัวรีที่มีชื่อเสียงยาวนานจากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ RAGTAG Thailand เพื่อตอบสนองต่อเทรนด์การบริโภคสินค้าแฟชั่นอย่างยั่งยืน และความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาสินค้าแบรนด์เนมคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้
มุ่งนำเสนอคุณภาพ-ราคาจับต้องได้
โดยเบื้องต้น RAGTAG Thailand จะเน้นนำเสนอสินค้ามือสองที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากแบรนด์ระดับโลกกว่า 500 แบรนด์ อาทิ Chanel, Hermès, Gucci, Prada และ Loewe โดยมีจุดแข็งที่แตกต่างคือการมุ่งเน้นสินค้ากลุ่ม Limited Edition และคอลเลกชั่นหายากที่แม้แต่ในตลาดมือสองทั่วไปก็หาได้ยาก นับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้า
รวมไปถึงยังมีการันตีคุณภาพสินค้าทุกชิ้น โดยใช้เกณฑ์การประเมินสภาพอย่างเคร่งครัด หากสินค้ามีสภาพต่ำกว่าระดับ 4 จากเกณฑ์ของญี่ปุ่น เราจะไม่นำเข้ามาจำหน่าย และรับประกันว่าทุกชิ้นเป็นของแท้ 100% จากแหล่งที่เชื่อถือได้ในญี่ปุ่น
“เรานำเสนอสินค้าที่สามารถ mix & match ได้อย่างร่วมสมัย ไม่มีวันตกยุค แม้จะเป็นสินค้ามือสองแต่ยังคงความพรีเมียมทั้งด้านคุณภาพและสภาพ โดยสินค้าส่วนใหญ่จะจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดใหม่ประมาณ 40%”
ปักหมุดเปิดสโตร์แห่งแรกในไทย
ขณะที่แนวทางการดำเนินงานในช่วงเปิดตัว บริษัทฯ ก็มีแผนที่จะเปิดสโตร์ RAGTAG แห่งแรกในประเทศไทยในย่านใจกลางเมืองช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งจะเป็นการเชื่อมต่อตลาดแฟชั่นระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นสู่ผู้บริโภคชาวไทยโดยตรง
หลังจากที่แบรนด์ RAGTAG ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่น โดยมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 15 แห่ง และเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำร้านค้าสินค้ามือสองคุณภาพสูงที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน
รุกหนักออนไลน์-ออฟไลน์
ควบคู่ไปกับการทำกลยุทธ์ทางการตลาดทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ โดยเบื้องต้นจะมีการเตรียมบริการพิเศษ เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า อาทิ การเปิดช่องทางให้แอดไลน์เพื่อสอบถามราคาพิเศษและรับส่วนลดเพิ่มเติม, บริการนัดหมายเพื่อชมสินค้าถึงบ้านสำหรับลูกค้าที่สนใจสินค้าราคาสูง และโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่แอดไลน์ในช่วงแรก เป็นต้น
“เราคาดหวังว่าการขยับตัวของบริษัทฯ ในครั้งนี้ จะสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดสินค้าแบรนด์เนมมือสองในประเทศไทยที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาลงทุนอย่างจริงจังมากขึ้น และคาดว่าจะทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน”
