Skip to content

คนไทยเริ่มลงทะเบียน ‘บัตรคนจน’ พร้อมพาจับตาระบบบัตรสวัสดิการทั่วโลก

05 มิ.ย. 2569 | 17:11น.
คนไทยเริ่มลงทะเบียน ‘บัตรคนจน’ พร้อมพาจับตาระบบบัตรสวัสดิการทั่วโลก

ไทยเปิดให้ลงทะเบียน ‘บัตรคนจน’ หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่ 4-21 มิ.ย. นี้ พร้อมพาส่องระบบบัตรสวัสดิการรัฐของชาติอื่นอย่าง สหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดียและอินโดนีเซีย พร้อมปัญหายูนิเวอร์ซัล ‘คนรวยเนียนใช้สิทธิ คนจนจริงถูกคัดออก’

การกลับมาเปิดลงทะเบียนทบทวนสิทธิครั้งใหญ่ของโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือรู้จักอย่างแพร่หลายในนาม “บัตรคนจน” ประจำปี 2569 ในประเทศไทย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของนโยบายการคลังที่เปลี่ยนผ่านจากการแจกเงินแบบเหวี่ยงแห มาสู่ระบบการคัดกรองส่วนบุคคลที่เข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การสั่งให้ผู้ถือบัตรเดิมกว่า 13 ล้านคนต้องก้าวเข้ามาลงทะเบียนอัปเดตสิทธิใหม่ พร้อมเพิ่มข้อกำหนดเหล็ก เช่น การห้ามมีบัตรเครดิต หรือการตัดสิทธิพ่อแม่ที่ลูกนำชื่อไปใช้หักลดหย่อนภาษี เป็นต้น สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลกำลังพยายามอุดรอยรั่วทางงบประมาณและแก้ปัญหาสวัสดิการตกหล่นให้แม่นยำที่สุด

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบผู้มีสิทธิได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการรัฐเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทย ทั่วโลกต่างกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายในการบริหารเงินงบประมาณสวัสดิการที่มีจำกัด ท่ามกลางสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจผันผวน

ชวนสำรวจโมเดลระบบบัตรและบัญชีสวัสดิการจาก 4 ประเทศเด่น ที่เคยผ่านหรือกำลังเผชิญกับการ “คัดคนออก” เพื่อส่งต่อเงินให้ถึงมือผู้เดือดร้อนตัวจริง

สหรัฐอเมริกา: SNAP และระบบบัตร EBT

สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีโครงข่ายสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีโครงการที่คนรู้จักในนาม “Food Stamps” หรือ SNAP (Supplemental Nutrition Assistance Program) ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการจ่ายเงินอุดหนุนค่าอาหารผ่านบัตรเดบิตอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า บัตร EBT (Electronic Benefit Transfer)

เกณฑ์การคัดเลือกและคัดออก
สหรัฐฯ ใช้มาตรวัดทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างละเอียด โดยรายได้สุทธิของครัวเรือน (Net Income) ต้องไม่เกินเกณฑ์ความยากจน และต้องมีทรัพย์สินในบัญชีไม่เกินกำหนด แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้คนถูกคัดออกมากที่สุดคือ “เงื่อนไขการทำงาน” (Work Requirements) ซึ่งระบุว่าผู้ใหญ่ที่อายุต่ำกว่า 55 ปีและไม่มีผู้พึ่งพิง จะต้องทำงานหรือเข้าโครงการฝึกอบรมวิชาชีพอย่างน้อย 80 ชั่วโมงต่อเดือน หากทำไม่ได้ภายใน 3 เดือน สิทธิในบัตรจะถูกระงับทันที

ปัจจุบันยังคงเป็นแกนหลักด้านความมั่นคงทางอาหารของอเมริกา โดยมีผู้ใช้งานครอบคลุมกว่า 40 ล้านคนทั่วประเทศ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ข้อดี คือ บัตร EBT ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ดีเยี่ยม เพราะเงินในบัตรจะถูกจำกัดให้ใช้จ่ายได้เฉพาะสินค้าอาหารดิบในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดท้องถิ่นเท่านั้น เงินจึงหมุนเวียนกลับสู่ภาคเกษตรกรรมและร้านค้าปลีกทันที แต่ในมุมหนึ่ง เกณฑ์ที่เข้มงวดเกินไปมักถูกนักวิจารณ์มองว่าเป็นการผลักคนจนจริงๆ ที่ไม่มีงานทำถาวรเนื่องจากปัญหาสุขภาพหรือขาดโอกาส ให้หลุดออกจากระบบไปอย่างน่าเสียดาย

บราซิล: Bolsa Família โมเดลเงินโอนแบบมีเงื่อนไข (CCT)

หากพูดถึงต้นแบบของการยกระดับคุณภาพชีวิตคนยากจนในประเทศกำลังพัฒนา Bolsa Família ของบราซิล คือ กรณีศึกษาคลาสสิกที่จ่ายเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านระบบบัตรสวัสดิการและบัญชีธนาคารของรัฐ

เกณฑ์การคัดเลือกและคัดออก
บราซิลไม่ได้มองแค่ “ตัวเลขรายได้” เท่านั้น แต่นโยบายถูกผูกเข้ากับ “เงื่อนไขเชิงพฤติกรรม” อีกด้วย โดยหากครัวเรือนใดต้องการรักษาเงินสิทธิในบัตร ลูกๆ ในบ้านต้องมีสถิติเข้าเรียนหนังสือไม่ต่ำกว่า 85% ของเวลาเรียนทั้งหมด เด็กเล็กต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์สาธารณสุข และสตรีมีครรภ์ต้องเข้ารับการตรวจครรภ์ตามนัด หากตรวจสอบแล้วครอบครัวใดละเลยเงื่อนไขเหล่านี้ รัฐบาลจะส่งสัญญาณเตือนและ “ตัดสิทธิ” ทันทีในรอบถัดไป

หลังจากผ่านช่วงการเมืองผันผวนและเกณฑ์แกว่งไปพักหนึ่ง ปัจจุบันโครงการนี้ได้รับการปัดฝุ่นและอัปเกรดฐานข้อมูลขนานใหญ่เพื่อรองรับครอบครัวยากจนกว่า 20 ล้านครัวเรือน

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
โครงการนี้ได้รับคำชมจากธนาคารโลก ว่าสามารถตัดวงจรความยากจนข้ามรุ่น (Intergenerational Poverty) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนอกจากจะช่วยบรรเทาความอดอยากเฉพาะหน้าแล้ว ยังบังคับให้เด็กๆ ในสลัมได้รับโอกาสทางการศึกษาและสาธารณสุขที่ดีขึ้น อันเป็นรากฐานในการหารายได้ในอนาคต

อินเดีย: PDS กับการสแกนบัตร Ration Card

อินเดียบริหารจัดการระบบกระจายอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อเลี้ยงดูประชากรนับพันล้านคน ชื่อว่า PDS (Public Distribution System) THE ECONOMIC TIMES ระบุ รัฐบาลใช้วิธีออก “บัตรปันส่วนอาหาร” (Ration Card) ให้ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย นำมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้ว ข้าวสาลี และน้ำมันก๊าด ในราคาสุดถูกจากร้านค้าเครือข่ายของรัฐ

เกณฑ์การคัดเลือกและคัดออก
อินเดียจำแนกกลุ่มตามระดับความจนอย่างละเอียด ตั้งแต่ยากจนธรรมดาไปจนถึงจนที่สุด แต่เนื่องจากปัญหา “บัตรผี” หรือสิทธิทับซ้อนมีสูงมาก รัฐบาลอินเดียจึงนำระบบอัตลักษณ์บุคคลดิจิทัลที่เรียกว่า อาดฮาร์ (Aadhaar) หรือก็คือการสแกนลายนิ้วมือและม่านตา เข้ามาผูกร่วมกับบัตรปันส่วนอาหาร ใครที่ข้อมูลชีวมิติไม่ตรง หรือไม่มีการเคลื่อนไหวตามจริง จะถูกคัดออกจากระบบทันที

ปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญสูงมาก และรัฐบาลเพิ่งประกาศเดินหน้ายกระดับระบบตรวจสอบสิทธิผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล SARTHAK-PDS ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
เป็นตาข่ายรองรับสังคมชั้นดีที่ป้องกันไม่ให้ประชากรหลายร้อยล้านคนต้องอดตายยามเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ปัญหาคลาสสิก คือ ระบบโลจิสติกส์และการคอร์รัปชันของผู้ค้าคนกลาง ที่มักจะแอบนำสินค้าโภคภัณฑ์คุณภาพดีไปเวียนขายในตลาดมืด แล้วเหลือสินค้าเกรดต่ำไว้ให้ผู้ถือบัตร

อินโดนีเซีย: Kartu Sembako แฝดคนละฝากของบัตรสวัสดิการไทย

อินโดนีเซียเคยเจอปัญหาใหญ่จากการแจกข้าวสารให้คนจนโดยตรง (โครงการ Raskin) ที่มักเผชิญปัญหาข้าวเน่าเสียและกระจายไม่ทั่วถึง รัฐบาลจึงตัดสินใจปฏิรูประบบสวัสดิการมาสู่ Kartu Sembako ซึ่งเป็นบัตรสวัสดิการอิเล็กทรอนิกส์ที่มีโมเดลใกล้เคียงกับประเทศไทยมากที่สุด

เกณฑ์การคัดเลือกและคัดออก
คัดเลือกจากฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมแห่งชาติ (DTKS) ดึงเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำที่สุด 25-30% แรกของประเทศ เม็ดเงินในบัตรจะระบุหมวดหมู่การซื้ออย่างชัดเจนเพื่อเน้นสารอาหารโภชนาการ เช่น ข้าว ไข่ และถั่วเหลือง เป็นต้น การคัดออกจะเกิดขึ้นเมื่อมีการอัปเดตฐานข้อมูล DTKS ประจำปี หากพบว่าครัวเรือนใดมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น หรือเปลี่ยนสถานะทางอาชีพ สิทธิจะถูกริบคืนทันที

ปัจจุบันเป็นมาตรการหลักควบคู่ไปกับบัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการพยุงค่าครองชีพประชาชนกลุ่มเปราะบาง

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ช่วยลดเม็ดเงินงบประมาณที่เคยรั่วไหลจากการขนส่งข้าวสารแบบเดิมได้มหาศาล และทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในร้านค้าปลีกขนาดเล็กในชุมชนที่เข้าร่วมโครงการกับรัฐบาล

จากที่ไทยระบุถึงการนำระบบ AI และเกณฑ์ตรวจสอบเชิงลึกเข้ามาใช้ล้างไพ่บัตรสวัสดิการในรอบนี้ สะท้อนให้เห็นว่าอาจเกิดปัญหา “การระบุตัวตนผิดพลาด” ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 มุมใหญ่ๆ

  1. คนรวยเนียนได้สิทธิ ปรากฏการณ์ที่มีกลุ่มคนที่มีทรัพย์สินซ่อนอยู่ มีรายได้นอกระบบ หรือมีที่ดิน แต่แสดงตัวเลขรายได้ในระบบต่ำจนผ่านเกณฑ์ เคสนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในประเทศเกษตรกรรมอย่างไทยและอินโดนีเซีย รวมถึงอินเดียที่มีการสวมสิทธิบัตรผี การคัดกรองที่เข้มงวดจึงถูกออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
  2. คนจนจริงแต่ตกหล่น ความน่ากังวลทางเศรษฐกิจในอีกด้านคือ ยิ่งรัฐบาลสร้างกำแพงเกณฑ์คัดกรองให้สูงและซับซ้อนมากเท่าไหร่ เช่น การห้ามมีบัตรเครดิต การผูกโยงกับภาษีครัวเรือน หรือการต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันดิจิทัล กลุ่มคนจนเมืองที่ไร้บ้าน คนแก่ที่อยู่ลำพัง หรือผู้พิการในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่เข้าใจเทคโนโลยี ก็ยิ่งมีโอกาส “ถูกคัดออก” หรือเข้าไม่ถึงสิทธิ ทั้งที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง

การทบทวนสิทธิสวัสดิการจึงเปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน ในแง่หนึ่งมันคือความจำเป็นทางการคลังเพื่อความโปร่งใสและคุ้มค่าของภาษีประชาชน แต่อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลอาจจำเป็นต้องมีช่องทางการอุทธรณ์และมาตรการเยียวยาที่ยืดหยุ่นพอ เพื่อไม่ให้กระบวนการ “คัดคนรวยออก” กลายเป็นการผลัก “คนจนตัวจริง” ให้ตกหน้าผาไป