โฆษกรัฐบาลกำชับห้ามบินโดรนใกล้พื้นที่ความมั่นคงและกองทัพ ย้ำไม่ใช่แต่เฉพาะชายแดน 7 จังหวัด พร้อมเปิด 14 เขตอ่อนไหวเฝ้าระวังที่อาจจะกระทบความมั่นคง
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) กล่าวว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) สั่งห้ามบินโดรน ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ใน 7 จังหวัดชายแดนซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีการตรวจพบการใช้อากาศยาน ซึ่งไม่มีนักบินในลักษณะที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ การรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จึงได้ออกประกาศเน้นย้ำ ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ห้ามมิให้ผู้ใดทำการบินหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินหรือ “โดรน” ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด พื้นที่หวงห้ามเฉพาะ พื้นที่อันตรายตามที่กำหนด และในพื้นที่สำคัญ ดังนี้
(1) จังหวัดจันทบุรี VTP36 KHAO SOIDAO TAI
(2) จังหวัดตราด VTP37 KHAO KHLONG OA
(3) จังหวัดตราด เกาะกูด VTP38 KO CHANG-KO KHUD
(4) จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดนครราชสีมา VTD30 WEST NAKHON RATCHASIMA AREA 1 และ AREA 2
(5) จังหวัดนครราชสีมา VTD32 NAKHON RATCHASIMA
(6) จังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดชัยนาท VTD33 NAKHON SAWAN, CHAI NAT
(7) จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดพิจิตร VTD34 PHETCHABUN, PHICHIT
(8) จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดสระแก้ว VTD40 KABIN BURI/WATTANA NAKHON, PRACHIN BURI
(9) VTD43 LOP BURI (บริเวณจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดลพบุรี)
(10) VTD45 UBON, SI SA KET (บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ)
(11) VTD46 NAKHON RATCHASIMA (บริเวณจังหวัดนครราชสีมา)
(12) VTD54 UBON (บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี)
(13) VTD55 UBON (บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี)
(14) VTR62 EASTERN AREA (บริเวณจังหวัดสระแก้ว จังหวัดตราด จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดสุรินทร์) รวมถึงห้ามบินโดรนทุกประเภทในรัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) จากสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานทุกแห่งโดยเด็ดขาด
นายจิรายุกล่าวอีกว่า ส่วนของกองทัพไทยและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการบิน ยืนยันว่าประเทศไทยมีระบบการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ทางอากาศที่บินข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้คลื่นความถี่ในการบังคับ ซึ่งประเทศไทยมีระบบการตัดสัญญาณการควบคุมโดรนที่เป็นสากลระดับโลกอยู่แล้ว จึงขอให้มั่นใจได้ว่าโดรนของฝ่ายตรงข้ามจะไม่สามารถลุกล้ำอธิปไตยเข้ามาในระยะ 1 กิโลเมตรได้
“กพท.ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าสายการบินและเครื่องบินทุกชนิด สามารถบินเข้าออกจากประเทศ ได้อย่างปลอดภัย แม้บางสายการบินจะมีการปรับลดความถี่ของเที่ยวบินบางส่วน และสำหรับเส้นทางที่อาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้ง เช่น เส้นทางบินบางส่วนที่มุ่งหน้าไปยังกัมพูชา เวียดนาม และฟิลิปปินส์นั้น กพท.ยืนยันว่าเป็นการปรับเปลี่ยนที่อยู่ในขอบเขตจำกัด และยังสามารถทำการบินได้อย่างต่อเนื่อง” นายจิรายุกล่าว