เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
News เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
Politics อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Business RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
Biz Movement Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
Business KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
Biz Movement ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
Economic สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
Finance ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
คุยกับเอกราช ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
Economic น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
ดูทั้งหมด

คลังปรับเพิ่มจีดีพีปี’68 โต 2.2% รับแรงหนุนส่งออก-บริโภคในประเทศ

30 ก.ค. 2568 | 12:53น.
GDP

คลังปรับเพิ่มจีดีพีปี 2568 โต 2.2% จากเดิม 2.1% สอดคล้อง IMF คาดไทยโต 2% รับแรงหนุนจากภาคอุตสาหกรรม-ส่งออก-บริโภคในประเทศ พร้อมเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา และภาษีสหรัฐ

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะขยายตัวที่ 2.2% ต่อปี จากเดิมที่ประเมินไว้ 2.1% (ณ เมษายน 2568) ภายใต้สถานการณ์นโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ และผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของประเทศคู่ค้าของไทย โดยสอดคล้องกับทิศทางของเศรษฐกิจโลกและการปรับประมาณการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่คาดว่า GDP ประเทศไทยจะเติบโต 2.0% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.8% ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัว 3.0%

สำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ การผลิตภาคอุตสาหกรรม การส่งออก และการบริโภคภายในประเทศ โดยคาดว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะกลับมาขยายตัวที่ 1.2% ต่อปี (ในช่วงคาดการณ์ 0.7-1.7%) พลิกจากปีที่แล้วที่หดตัว -0.4% ตามการฟื้นตัวของกลุ่มยานยนต์ ชิ้นส่วน และแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์

พรชัย ฐีระเวช
พรชัย ฐีระเวช

ด้านมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะขยายตัว 5.5% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ 5.0-6.0%) ปรับขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 2.3% โดยได้รับแรงหนุนจากการนำเข้าที่เร่งตัวของประเทศคู่ค้าในครึ่งปีแรก ขณะที่การนำเข้าสินค้าคาดว่าจะโต 5.0% (ช่วงคาดการณ์ 4.5-5.5%) ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าทุนเพื่อการผลิตส่งออก ทั้งนี้ยังมีความคาดหวังว่าไทยจะได้รับการผ่อนปรนภาษีนำเข้าจากสหรัฐ ภายในไตรมาส 3/2568 แม้จะยังมีความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐ ในช่วงครึ่งปีหลัง

“ประเทศไทยคาดว่าจะได้รับข้อตกลงผ่อนปรนภาษีนำเข้าสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) ภายในไตรมาส 3 ปี 2568 โดยอัตราภาษีที่ได้รับน่าจะอยู่ในช่วง 15-36% แต่ไม่น่าจะสูงถึง 36% และไม่ต่ำกว่า 15% โดยประเมินว่าไทยจะได้รับเงื่อนไขใกล้เคียงกับประเทศอื่นในอาเซียน เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ซึ่งสหรัฐได้มีการผ่อนปรนให้กับประเทศที่ตกลงสำเร็จแล้ว” นายพรชัย

การบริโภคภาคเอกชนยังเป็นแรงหนุนสำคัญ คาดว่าจะขยายตัว 3.1% (ช่วงคาดการณ์ 2.6-3.6%) สะท้อนจากแนวโน้มภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขยายตัวต่อเนื่อง 9 ไตรมาส ส่วนการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 3.0% (ช่วงคาดการณ์ 2.5-3.5%) เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 0.4% ตามคำขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านบาท จาก 1,880 โครงการในครึ่งปีแรก

ขณะที่การบริโภคภาครัฐคาดว่าจะเติบโต 1.2% (ช่วงคาดการณ์ 0.7-1.7%) ส่วนการลงทุนภาครัฐขยายตัว 3.9% (ช่วงคาดการณ์ 3.4-4.4%) โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และการเดินหน้าโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาครัฐ วงเงินรวม 157,000 ล้านบาท ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติแล้วกว่า 115,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน (น้ำ คมนาคม) การท่องเที่ยว เพิ่มผลิตภาพภาคส่งออก และเศรษฐกิจชุมชน

สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศยังแข็งแกร่ง คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 0.4% (ช่วงคาดการณ์ -0.1% ถึง 0.9%) ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 14.6 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.9% ของ GDP

สำหรับประเด็นผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ประเมินว่าผลกระทบมีจำกัดอยู่ในพื้นที่ชายแดนและความเสียหายด้านทรัพย์สินและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ทางการทหาร ซึ่งกระทรวงการคลังได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีพิพาทชายแดน ประกอบด้วย

การขยายวงเงินทดรองราชการให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ จังหวัดละ 100 ล้านบาท และพร้อมพิจารณาขยายเพิ่มหากไม่เพียงพอเพื่อให้จังหวัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัว การเลื่อนกำหนดเวลาชำระภาษี และการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องและพักชำระหนี้ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ โดยกระทรวงการคลังมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการเตรียมความพร้อมที่จะออกมาตรการเพิ่มเติมอย่างเหมาะสมได้ทันท่วงทีต่อไป

ในระยะต่อจากนี้ไป ควรติดตามปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด ได้แก่

1.นโยบายด้านภาษีของสหรัฐ และผลกระทบทางอ้อมจากการไหลเข้าของสินค้าจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายด้านภาษีที่ย้ายตลาดเข้าสู่ไทยมากขึ้น

2.ทิศทางของการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ

3.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในและนอกประเทศ

4.ระดับหนี้ครัวเรือนของภาคประชาชน

5.การย้ายฐานการลงทุนและการผลิตในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายด้านภาษีของสหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP)