เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วี ฟิตเนส รุกตลาดฟรีเมี่ยม เปิดตัว WE Pilates by WE Society
Business วี ฟิตเนส รุกตลาดฟรีเมี่ยม เปิดตัว WE Pilates by WE Society
โค้งสุดท้ายลงทะเบียน ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ผู้ประกันตนรักษาสิทธิ ก่อนปิดระบบ 15 ก.ค. นี้
Politics โค้งสุดท้ายลงทะเบียน ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ผู้ประกันตนรักษาสิทธิ ก่อนปิดระบบ 15 ก.ค. นี้
อินโดฯ เริ่มบังคับใช้ ‘ไบโอดีเซล B50’ นักวิเคราะห์หวั่น กระทบราคาน้ำมันปาล์ม
World อินโดฯ เริ่มบังคับใช้ ‘ไบโอดีเซล B50’ นักวิเคราะห์หวั่น กระทบราคาน้ำมันปาล์ม
กรมการค้าภายในมอบป้าย ‘หัวจ่ายสีทอง’ ดันมาตรฐานปั๊มน้ำมัน บางจากครองแชมป์ 269 สาขา
Economic กรมการค้าภายในมอบป้าย ‘หัวจ่ายสีทอง’ ดันมาตรฐานปั๊มน้ำมัน บางจากครองแชมป์ 269 สาขา
เนสท์เล่ เปิดตัว S-26 Progress Smart-C 3 ตัวนมผงสูตรใหม่
Business เนสท์เล่ เปิดตัว S-26 Progress Smart-C 3 ตัวนมผงสูตรใหม่
ทูตเยฟกินี โทมิคิน เผยรัสเซียสนใจร่วมประมูลโครงการรถไฟในไทย ชวนรอผลลัพธ์
World ทูตเยฟกินี โทมิคิน เผยรัสเซียสนใจร่วมประมูลโครงการรถไฟในไทย ชวนรอผลลัพธ์
“เซ็นทารา” ขยายพอร์ตในเวียดนามพร้อมเปิดตัว “เซ็นทาราและเรสซิเดนซ์ แวนดอน” ไตรมาส4 นี้
Business “เซ็นทารา” ขยายพอร์ตในเวียดนามพร้อมเปิดตัว “เซ็นทาราและเรสซิเดนซ์ แวนดอน” ไตรมาส4 นี้
“แอร์เอเชีย” ผนึก ททท. ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์หนุนไทยขึ้นปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค
Business “แอร์เอเชีย” ผนึก ททท. ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์หนุนไทยขึ้นปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค
ไม่หวั่นฟองสบู่ AI ยอดจองซื้อหุ้น SK Hynix ใน Nasdaq เกินยอดจัดสรรกว่า 700%
Tech ไม่หวั่นฟองสบู่ AI ยอดจองซื้อหุ้น SK Hynix ใน Nasdaq เกินยอดจัดสรรกว่า 700%
ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
Finance ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
ดูทั้งหมด

“ภูมิธรรม” ลุยสองแนวรบ ปราบยาเสพติด-รับมือสถานการณ์ชายแดน โชว์ผลงานเด็ด

01 ส.ค. 2568 | 18:22น.
“ภูมิธรรม” ลุยสองแนวรบ ปราบยาเสพติด-รับมือสถานการณ์ชายแดน โชว์ผลงานเด็ด

“ภูมิธรรม” ลุยสองแนวรบ ปราบยาเสพติด-รับมือสถานการณ์ชายแดน โชว์ผลงานเด็ด เดินเกมระวังรอบด้าน ย้ำรัฐบาลนี้ “ไม่ยอมให้ไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัยของคนทำผิด”

ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดใหม่ ภารกิจปราบปรามยาเสพติดได้กลายเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้แถลงถึงผลการดำเนินการอย่างเข้มข้นในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค. 67 – ก.ค. 68) ซึ่งเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ

จากสถิติที่เผยสะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่จริงจังและต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่มีการดำเนินคดีกว่า 210,000 คดี และจับกุมผู้ต้องหากว่า 211,000 ราย แต่ยังตรวจยึดของกลางในปริมาณมหาศาล ทั้ง ยาบ้า 851 ล้านเม็ด, ไอซ์ 41 ตัน, เฮโรอีน 1.2 ตัน, เคตามีน 5 ตัน รวมถึง อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดกว่า 12,000 ล้านบาท

ที่น่าสนใจคือ ภายในเวลาเพียง 1 เดือนที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดสามารถจับกุมเครือข่ายรายใหญ่ได้ถึง 19 คดี ตรวจยึดยาบ้าเพิ่มอีก 46 ล้านเม็ด และจับกุมผู้ต้องหาหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่นักบิน พระสงฆ์ ไปจนถึงเครือข่ายข้ามชาติที่อาศัยช่องทางขนส่งพัสดุและบริการด่วนเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

นายภูมิธรรม ย้ำว่า การเดินหน้านโยบาย “Seal Stop Safe” และ “No Drugs No Dealers” เป็นการบูรณาการกำลังของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และภาคประชาชน ให้เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังเพื่อสกัดยาเสพติดทุกระดับ พร้อมระบุว่า “ตัวชี้วัดที่สำคัญ คือประชาชนต้องสัมผัสได้ว่ายาเสพติดหมดไปจากชุมชน” ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลยึดถือและเร่งผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกจังหวัด

สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังตึงเครียด แต่ไทยเดินเกมรอบคอบ

ในอีกด้านหนึ่งของภารกิจความมั่นคง นายภูมิธรรมยังต้องรับมือกับ สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งยังคงตึงเครียดจากเหตุการณ์ยิงตอบโต้ และการลักลอบเข้ามาของกองกำลังนอกเครื่องแบบจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยย้ำว่าไทยดำเนินการอย่างระมัดระวัง รอบคอบ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “ข้อมูลและหลักฐาน”

รัฐบาลไทยโดยกระทรวงกลาโหม และฝ่ายข่าวกรอง ได้รวบรวมหลักฐานชัดเจน ทั้งจาก ดาวเทียม, กล้องอินฟราเรด, และ การเฝ้าระวังจากผู้ช่วยทูตทหารของประเทศต่างๆ ที่ร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ตามแนวชายแดน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น ณ วัน เวลาใด อย่างแม่นยำ พร้อมระบุทิศทางการลักลอบเคลื่อนกำลัง รวมถึงการยิงปะทะที่ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะจากฝ่ายกัมพูชา โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไทยไม่ได้ไว้วางใจฝ่ายกัมพูชาตั้งแต่ต้น แต่ยังคงใช้วิธีการทางการทูตควบคู่กับการจัดการด้านความมั่นคง และการสื่อสารต่อประชาคมโลกอย่างโปร่งใส โดยยืนยันว่า “ทุกสิ่งที่เราทำอยู่ภายใต้สายตานานาชาติ” และได้รับการรับรู้จากประชาคมอาเซียน จีน และสหรัฐอเมริกา ว่าไทยมีความจริงใจในการรักษาสันติภาพอย่างแท้จริง

ในส่วนของการสื่อสารกับประชาชน นายภูมิธรรมระบุว่า หากเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือไม่กระทบความมั่นคงมากนัก จะมีการสื่อสารผ่าน ช่อง NBT และหน่วยประชาสัมพันธ์ประจำพื้นที่ แต่หากเป็นเหตุการณ์สำคัญหรือมีความเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ รัฐบาลจะใช้ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ทรท.) เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนและสื่อมวลชนเพื่อนำมาปรับปรุงแนวทางการสื่อสารให้ดีขึ้นต่อไป

แนวรบคู่ขนาน ยุทธศาสตร์มั่นคงในและนอกประเทศภายใต้ผู้นำรัฐบาลชุดใหม่

ภายใต้รัฐบาลที่นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รัฐบาลได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่าความมั่นคงภายในประเทศ และการรักษาอธิปไตย คือ “เสาหลัก” ที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน โดยมีนายภูมิธรรมในบทบาทรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในผู้นำแนวรบสำคัญในการปฏิบัติภารกิจเหล่านี้

การลุยสองภารกิจหนัก ทั้งปราบปรามยาเสพติด และดูแลชายแดน สะท้อนบทบาท “นักบริหารภาคสนาม” ที่ไม่ได้เพียงนั่งสั่งการ แต่ลงมือสื่อสาร ทำงานเชิงรุก ควบคู่ไปกับการวางยุทธศาสตร์ระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนชุมชนปลอดภัย การเชื่อมเครือข่ายสอดแนมยาเสพติดจากประชาชน หรือการวางกลไกการเมืองระหว่างประเทศให้ยืนอยู่ในจุดที่โลกให้การยอมรับ

ด้วยวิธีคิดที่ชัดเจน หลักฐานต้องมาก่อน คำพูดต้องมีน้ำหนัก นี่คือภาพสะท้อนของรัฐมนตรีที่ไม่ได้ใช้เพียงถ้อยแถลงสร้างภาพลักษณ์ แต่เน้นผลลัพธ์เชิงประจักษ์ให้ประชาชนสัมผัสได้อย่างแท้จริง และนั่นอาจเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ในการคืนความเชื่อมั่นให้กับสังคมไทย