เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
Economic “เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
Economic คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
Finance SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Economic สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
Tech Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดันเกมดีลสหรัฐ-จีน-ยุโรป – เล็ง OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
Economic ‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดันเกมดีลสหรัฐ-จีน-ยุโรป – เล็ง OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
Economic ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
Tech ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
Politics เดินไปในดาวอังคาร  เจรจาเพื่อชาติ เน้นทำงาน ไม่เน้นพูด
ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมสอบปากคำ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ตัวจริง ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ วันนี้ (10 ก.ค.)
Finance ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมสอบปากคำ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ตัวจริง ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ วันนี้ (10 ก.ค.)
ดูทั้งหมด

โค้งสุดท้ายลงทะเบียน ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ผู้ประกันตนรักษาสิทธิ ก่อนปิดระบบ 15 ก.ค. นี้

10 ก.ค. 2569 | 15:57น.

การลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม (คณะกรรมการประกันสังคม) ประจำปี 2569 กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายครั้งสำคัญ ซึ่งถือเป็นวาระที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นกองทุนที่มีมูลค่าขนาดใหญ่ระดับ 2 ล้านล้านบาท ผลลัพธ์จากการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง นโยบาย และการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยทั่วประเทศ โดยล่าสุด สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ประกาศขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างกฎเกณฑ์และระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับกับสภาวการณ์ปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

เป้าหมายหลักของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ คือการเปิดโอกาสและดึงดูดกลุ่มผู้ประกันตนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีศักยภาพสูง ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและยกระดับระบบสิทธิประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยทางสำนักงานประกันสังคมได้ทำการผ่อนปรนเกณฑ์การส่งเงินสมทบของผู้สมัครรับเลือกตั้งให้มีความซอฟต์ลง ขณะเดียวกันก็ได้ยกระดับการอำนวยความสะดวกในกระบวนการใช้สิทธิ ด้วยการเปิดระบบ e-Self Service ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพสูง รองรับการลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ทำการรวบรวม แยกแยะ และสรุปสาระสำคัญเชิงลึกของการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนและนายจ้างไม่พลาดสิทธิและโอกาสครั้งสำคัญ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

เจาะลึกเหตุผลความจำเป็น ทำไมต้องลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า?

การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมในครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของผู้ประกันตนทั่วประเทศ อย่างไรก็ดี ยังคงมีคำถามและข้อสงสัยจากสังคมในหลายแง่มุม โดยเฉพาะขั้นตอนการดำเนินงานที่ระบุให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนต้องทำการลงทะเบียนล่วงหน้า รวมถึงเหตุผลเบื้องลึกในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งให้มีความผ่อนคลายและยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคมเคยได้ออกมาชี้แจงในประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา โดยแบ่งออกเป็น 2 ประการสำคัญ คือ

1. มาตรการสกัดเกมการเมือง ป้องกันการ “จัดตั้ง”

เหตุผลประการแรกที่สำนักงานประกันสังคมจำเป็นต้องกำหนดให้มีขั้นตอนการลงทะเบียนล่วงหน้านั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระบวนการทางธุรการหรือการจัดการเอกสารทั่วไป แต่เป็นกลไกและมาตรการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในระบบ

โดยตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคมเคยระบุว่า การลงทะเบียนล่วงหน้าคือกุญแจสำคัญในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่จะมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้น คือ ‘ผู้ประกันตนตัวจริง’ ที่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในระบบประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง มีประวัติการนำส่งเงินสมทบเข้าสู่กองทุนจริง ไม่ใช่กลุ่มบุคคลที่พยายามแฝงตัวเข้ามาในระบบเพียงเพื่อหวังผลทางการเมืองในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมโดยเฉพาะ

ทั้งนี้ ทางสำนักงานประกันสังคมได้มีการตั้งกฎเกณฑ์และเงื่อนไขเบื้องต้นเอาไว้อย่างรัดกุม โดยกำหนดว่าผู้ที่มีสิทธิลงทะเบียนเลือกตั้งจะต้องมีประวัติการจ่ายเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน ก่อนหน้าวันที่จะทำการลงทะเบียน มาตรการนี้ถูกออกแบบมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและสกัดกั้นขบวนการ “จัดตั้ง” หรือกลุ่มผลประโยชน์ที่อาจวางแผนระดมคนเข้ามาสมัครเป็นผู้ประกันตนในระยะสั้น เพียงเพื่อหวังใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง (Block Vote) แล้วทำการลาออกจากระบบในภายหลัง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการเลือกตั้ง

2. เคลียร์ปมฐานข้อมูลทะเบียน ไม่สอดคล้องกับพื้นที่ปฏิบัติงานจริง

ปัญหาเรื้อรังในอดีตที่สร้างความเหลื่อมล้ำและเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิเลือกตั้ง คือเรื่องของ “ข้อผิดพลาดของฐานข้อมูลทะเบียน” เนื่องจากโครงสร้างทางธุรกิจในประเทศไทย บริษัทจำกัด หรือองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่จำนวนมาก มักจะเลือกจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและดำเนินการจัดส่งเงินสมทบประกันสังคมในรูปแบบ “รวมศูนย์” ไว้ที่สำนักงานใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครเพียงแห่งเดียว โดยไม่ได้มีการแยกแยะหรือแจ้งข้อมูลรายละเอียดการปฏิบัติงานของพนักงานกระจายไปยังสาขาต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ตามภูมิภาคทั่วประเทศ

ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลให้พนักงานหรือผู้ประกันตนที่ปฏิบัติงานจริงอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด เช่น จังหวัดเชียงใหม่, สุรินทร์, ยะลา หรือปัตตานี มีชื่อในฐานระบบการใช้สิทธิผูกติดอยู่กับกรุงเทพมหานคร หากสำนักงานประกันสังคมไม่มีการเปิดระบบให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ทางสำนักงานจะไม่สามารถรับทราบข้อมูลที่แท้จริงได้เลยว่าผู้ประกันตนแต่ละท่านพำนักและสะดวกที่จะเดินทางไปใช้สิทธิ ณ จังหวัดใด ดังนั้น การเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าจึงเป็นโซลูชั่นในการเคลียร์ฐานข้อมูลทะเบียน เพื่อช่วยสลายข้อจำกัดนี้ ทำให้ผู้ประกันตนสามารถระบุและเลือกสถานที่ลงคะแนนเสียงที่สะดวกและใกล้ตัวที่สุดได้ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ามาใช้สิทธิในกรุงเทพมหานคร

ทำไมต้องปรับเกณฑ์ผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ซอฟต์ลง ?

อีกหนึ่งประเด็นที่มีการปฏิรูปครั้งสำคัญ คือการปรับปรุงกฎเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นบอร์ดประกันสังคม โดยมีเหตุผลเบื้องหลังที่น่าสนใจดังนี้:

จาก 36 เดือนติดต่อกัน สู่สูตรใหม่ “40 เดือน จาก 60 เดือน”

ในอดีตที่ผ่านมา กฎระเบียบเดิมมีความเข้มงวดและตึงตัวจนเกินไป โดยบังคับว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องมีประวัติการนำส่งเงินสมทบเข้าสู่กองทุนประกันสังคมติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 36 เดือนก่อนวันสมัคร ซึ่งเงื่อนไขที่ตึงเกินไปนี้กลายเป็นกำแพงสูงที่สกัดกั้นผู้ประกันตนที่มีความรู้ ความสามารถ และได้รับความเคารพนับถือจากเพื่อนสมาชิกจำนวนมากให้ต้องขาดคุณสมบัติไปอย่างน่าเสียดาย เพียงเพราะในอดีตอาจมีการเปลี่ยนย้ายงาน หรือมีช่วงว่างเว้นจากการส่งเงินสมทบไปสั้น ๆ

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ สำนักงานประกันสังคมจึงปรับปรุงกฎระเบียบใหม่ให้มีความยืดหยุ่นและสะท้อนความจริงมากขึ้น โดยเปลี่ยนเกณฑ์เป็น: ให้พิจารณาย้อนหลังไปในกรอบเวลา 60 เดือน ขอเพียงผู้สมัครมีประวัติการนำส่งเงินสมทบรวมกันได้ครบ 40 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นระยะเวลาที่ติดต่อกัน ก็ถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ในการเสนอตัวเข้ามาเป็นตัวแทนของผู้ประกันตน

ทำไมยังต้องกำหนดระยะเวลาการส่งเงินสมทบ?

แม้ว่าในภาพรวมจะมีการปรับแก้เกณฑ์ให้มีความซอฟต์และผ่อนคลายลง แต่สำนักงานประกันสังคมก็ยังคงจุดยืนในการกำหนดให้ผู้สมัครต้องมีประวัติการนำส่งเงินสมทบยาวนานพอสมควร (40 เดือน) เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะทางสำนักงานต้องการให้มั่นใจว่าผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนของผู้ประกันตน” จะต้องเป็นบุคคลที่มีส่วนร่วมและมีความผูกพันกับระบบประกันสังคมมาอย่างยาวนานในระดับหนึ่ง

การสะสมชั่วโมงบินในระบบจะทำให้ตัวแทนเหล่านี้มีประสบการณ์ตรงในการจ่ายเงินสมทบด้วยตนเอง ส่งผลให้มีความเข้าใจอย่าง “รู้ลึก-รู้จริง” ถึงโครงสร้างสิทธิประโยชน์ รวมถึงรับทราบปัญหาและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ควรได้รับการแก้ไขปรับปรุงอย่างแท้จริง ในทางตรงกันข้าม หากปล่อยให้ผู้ที่มีพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในระบบแบบ “มาบ้าง-ไปบ้าง” หรือ “จ่ายบ้าง-ไม่จ่ายบ้าง” เข้ามาเป็นกรรมการ อคติหรือความไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งอาจส่งผลกระทบต่อการเป็นปากเสียงแทนคนส่วนใหญ่ และอาจนำพานโยบายของกองทุนแสนล้านไปในทิศทางที่ไม่เหมาะสมได้

เปิดปฏิทินและไทม์ไลน์สำคัญ ‘เส้นตายที่ผู้ประกันตนต้องจำให้แม่น’

สำนักงานประกันสังคมได้มีการเคาะกำหนดการและประกาศวันลงคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยมีรายละเอียดและกรอบเวลาที่ผู้ประกันตนและนายจ้างทุกคนจำเป็นต้องบันทึกไว้ในปฏิทินเพื่อป้องกันการเสียสิทธิดังนี้:

กิจกรรมสำคัญกรอบระยะเวลาที่กำหนด
ช่วงเปิดระบบลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า1 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2569
ช่วงเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันรับเลือกตั้ง1 – 15 กรกฎาคม 2569
วันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจริงวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569

ข้อควรระวังสำคัญที่สุด : การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมประจำปี 2569 นี้ ใช้ระบบสิทธิที่ผูกติดกับการลงทะเบียนล่วงหน้าอย่างเข้มงวด ผู้ประกันตนและนายจ้าง “ไม่สามารถเดินวอล์กอิน (Walk-in)” เข้าไปขอใช้สิทธิลงคะแนนเสียงที่คูหาในวันเลือกตั้งได้เลย หากไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในระบบการลงทะเบียนล่วงหน้าตามกรอบเวลาที่กำหนด ดังนั้น ทุกฝ่ายจะต้องดำเนินการลงทะเบียนให้เสร็จสิ้นภายในเส้นตายวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นี้เท่านั้น

เช็กคุณสมบัติ: ใครบ้างที่มีสิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในครั้งนี้?

เพื่อให้เกิดความชัดเจนและไม่ตกหล่น โครงสร้างของผู้มีสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามกฎหมาย ประกอบด้วย:

1. กลุ่มผู้ประกันตน

ครอบคลุมแรงงานและผู้มีสิทธิในระบบประกันสังคมทั้ง 3 มาตราหลัก ได้แก่:

  • ผู้ประกันตน มาตรา 33: กลุ่มลูกจ้าง พนักงานออฟฟิศ และบุคลากรที่ทำงานอยู่ในระบบบริษัทเอกชนทั่วไป
  • ผู้ประกันตน มาตรา 39: กลุ่มผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน แล้วลาหมุนเวียนออกไป แต่ยังต้องการรักษาสิทธิประโยชน์โดยการนำส่งเงินสมทบด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ประกันตน มาตรา 40: กลุ่มแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ และพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป

เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของผู้ประกันตนที่มีสิทธิ: จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ได้ทำการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนในระบบมาแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันสมัคร และต้องมีประวัติการนำส่งเงินสมทบตรงตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่ทางสำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนดไว้

2. กลุ่มนายจ้าง

  • นายจ้าง หรือผู้แทนสถานประกอบการที่อยู่ในระบบประกันสังคมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ระบุไว้ในประกาศการเลือกตั้ง

ช่องทางการลงทะเบียน: สะดวก รวดเร็ว ผ่านระบบดิจิทัลตลอด 24 ชั่วโมง

เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดและลดความแออัด สำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาและเปิดช่องทางการลงทะเบียนที่หลากหลาย โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาช่วยขับเคลื่อน ทำให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงระบบได้ง่าย ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้:

  • ช่องทางเว็บไซต์หลัก: ดำเนินการผ่าน www.sso.go.th โดยระบบจะแยกแยะการบริหารจัดการออกเป็น 2 ส่วน คือ สำหรับผู้ประกันตนให้ล็อกอินเข้าใช้งานผ่านระบบ e-Self Service ส่วนกลุ่มนายจ้างให้เข้าใช้งานผ่านระบบ e-Service
  • ช่องทางแอปพลิเคชัน: ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันรูปแบบใหม่ SSO Plus ซึ่งรองรับการใช้งานทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพิ่มความสะดวกในการกดลงทะเบียนผ่านสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา
  • ช่องทางออฟไลน์ (สำนักงาน): สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการใช้งานระบบออนไลน์ สามารถเดินทางไปติดต่อและยื่นเรื่องลงทะเบียนได้โดยตรง ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงสำนักงานประกันสังคมจังหวัด และสำนักงานประกันสังคมสาขาทั่วประเทศ

คำเตือน: พลาดลงทะเบียนเท่ากับศูนย์ เสี่ยงระบบล่มช่วงนาทีสุดท้าย

คำถามสำคัญที่ว่า “หากไม่ได้ทำการลงทะเบียนล่วงหน้า จะสามารถไปเลือกตั้งในวันจริงได้หรือไม่?” คำตอบในทางกฎหมายและระเบียบการเลือกตั้งครั้งนี้คือ “ไม่ได้อย่างเด็ดขาด”

หากผู้ประกันตนหรือนายจ้างละเลยและไม่ได้ทำการลงทะเบียนภายในวันปิดระบบคือวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ทุกท่านจะสูญเสียสิทธิในการส่งเสียงและลงคะแนนเลือกตั้งตัวแทนเข้าไปบริหารเงินกองทุนแสนล้านบาทไปโดยปริยายทันที

นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมยังได้ออกโรงแจ้งเตือนและเน้นย้ำถึง “ข้อควรระวังสำคัญ” ที่ผู้ประกันตนมักมองข้าม คือ พฤติกรรมการรอไปกดทำรายการลงทะเบียนในช่วงวันท้าย ๆ หรือช่วงใกล้หมดเวลาปิดระบบ เนื่องจากในอดีตมักจะเกิดปัญหาทางเทคนิคที่ไม่คาดคิดขึ้นเสมอ เช่น มีปริมาณผู้เข้าใช้งานพร้อมกันเป็นจำนวนมากจนเกิดภาวะระบบหนาแน่น (Traffic Jam) ส่งผลให้ระบบล่มหรือประมวลผลล่าช้า รวมถึงปัญหาข้อมูลส่วนบุคคลไม่ตรงกับฐานข้อมูล หรือการที่ผู้ประกันตนหลงลืมรหัสผ่าน (Password) ในการเข้าสู่ระบบ

อุปสรรคทางเทคนิคเหล่านี้หากเกิดขึ้นในช่วงเวลาเนิ่น ๆ จะยังมีเวลาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการแก้ไขได้ทัน แต่หากปล่อยให้เกิดขึ้นในชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดระบบ ความหนาแน่นของปริมาณงานจะทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที และจะทำให้ผู้ประกันตนต้องสูญเสียสิทธิอันพึงมีพึงได้ไปอย่างน่าเสียดาย

ดังนั้น ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ สำนักงานประกันสังคมจึงขอความร่วมมือและรณรงค์ให้ผู้ประกันตน ม.33-39-40 และนายจ้างทุกท่าน เร่งเข้ามาตรวจสอบสิทธิและดำเนินการลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านช่องทางต่าง ๆ ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตและการพัฒนาสิทธิประโยชน์ของกองทุนประกันสังคมให้มีความมั่นคงยั่งยืนต่อไป