เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
Tech ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
Business ‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
Economic อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
ดูทั้งหมด

ซินเจนทาผนึกดีป้า เสริมพลังนวัตกรรมเพื่อเกษตรกรไทย

07 ส.ค. 2568 | 16:05น.
ดีป้า

ซินเจนทาผนึกดีป้า เสริมพลังนวัตกรรมเพื่อเกษตรกรไทย เดินหน้าเกษตรอัจฉริยะ ผ่านเวที Digital Agriculture Final Pitching Day

นางสาววรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนและบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ซินเจนทาให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการผลักดันนวัตกรรมให้ถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง ซึ่งกิจกรรม Digital Agriculture Final Pitching Day ภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital : OTOD#2)

ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ ที่จะสร้างพื้นที่ให้แนวคิดสร้างสรรค์ของชุมชนท้องถิ่นและเทคโนโลยีการเกษตรได้มาบรรจบกัน เราเชื่อว่าการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะจะเกิดขึ้นได้จริง หากมีระบบนิเวศที่เกื้อหนุนระหว่างเกษตรกร ผู้พัฒนาเทคโนโลยี หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชนอย่างซินเจนทา ที่พร้อมสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างมีประสิทธิภาพ”

“ซินเจนทาให้ความสำคัญกับเกษตรกรเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมที่เราพัฒนา เราไม่เพียงเน้นการเพิ่มผลผลิต แต่ยังมุ่งลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านโซลูชั่นที่นำไปใช้ได้จริง เช่น การวางแผนเพาะปลูกด้วยข้อมูลเชิงลึก การใช้สารอารักขาพืชอย่างเหมาะสมให้สามารถจัดการกับแมลงที่ดื้อยา และการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ภาคสนาม เพื่อถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญสู่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เรายังสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ผลิตอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และยั่งยืน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของระบบอาหารโลกในอนาคต เพราะเราเชื่อว่า ความมั่นคงของเกษตรกรในวันนี้ คือรากฐานของความมั่นคงทางอาหารของโลกในวันข้างหน้า” นางสาววรรณภรกล่าว

ที่ผ่านมา ซินเจนทามุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรไทยปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการทำเกษตรอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันภาคการเกษตรของไทยกำลังเข้าสู่รูปแบบ Agriculture 5.0 หรือเกษตรอัจฉริยะที่ผสมผสานระบบอัจฉริยะ AI และหุ่นยนต์ ซินเจนทาจึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อเกษตรกรในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แอปพลิเคชั่น Cropwise Grower ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนเพาะปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นหัวใจของการขับเคลื่อน “เกษตรแม่นยำ”

และการลดต้นทุนในระยะยาว โดยแอปพลิเคชั่นนี้รวมฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์เกษตรกรไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสภาพอากาศ คำแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีดพ่น การแจ้งเตือนปัญหาวัชพืช โรค และแมลงศัตรูพืช เพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ซินเจนทายังเดินหน้าโครงการสำคัญ นั่นก็คือ โครงการ “เพาะดี กินดี” ซึ่งช่วยยกระดับมุมมองของเกษตรกรจาก “ผู้ผลิต” สู่ “ผู้ประกอบการเกษตร” ที่สามารถวางแผนการผลิตและการตลาดได้อย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มผลผลิตและยกระดับคุณภาพชีวิตและอาชีพได้อย่างยั่งยืน

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวว่า “โครงการ OTOD#2 มุ่งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อการเกษตร เปิดโอกาสให้ชุมชนและเกษตรกรได้ ‘คิดเอง ทำเป็น ทำได้’ พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตตั้งแต่การเพาะปลูก การดูแลรักษา และการจัดการผลผลิต อีกทั้งเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่เกษตรอัจฉริยะในอนาคต ให้สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ด้วยการประยุกต์ใช้ 3 เทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่ โดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และ IOT ภาคการเกษตรอัจฉริยะ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน dSURE

และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล ซึ่งโครงการ OTOD#2 เริ่มต้นตั้งแต่การจัดทำสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ใน 3 เทคโนโลยี จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการยกระดับทักษะเข้มข้น (Accelerate) ซึ่งดีป้าได้ลงพื้นที่ 11 จังหวัดทั่วประเทศ และจัดกิจกรรมอบรมข้อมูลเทคโนโลยี จับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และเขียนข้อเสนอโครงการ ต่อด้วยการนำเสนอ (Pitching) ข้อเสนอโครงการที่ผ่านการคัดเลือก (Prescreen) ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน 5 จังหวัด 5 ภูมิภาค ก่อนเข้าสู่เวทีตัดสินระดับประเทศ”

สำหรับกิจกรรม Digital Agriculture Final Pitching Day มีการนำเสนอแนวคิดและโครงการจากกลุ่มชุมชนทั่วประเทศกว่า 500 ทีม โดยมีการคัดเลือกผู้ชนะเพื่อรับทุนสนับสนุนและการส่งเสริมต่อยอดทางธุรกิจ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย

1. ประเภทกลุ่มชุมชนประยุกต์ใช้เทคโนโลยี จำนวน 350 ราย รับทุนการส่งเสริมสนับสนุนสูดสุด 150,000 บาทต่อโครงการ

2. ประเภทพัฒนาธุรกิจชุมชน จำนวน 50 ราย รับทุนการส่งเสริมสนับสนุนสูงสุด 200,000 บาทต่อโครงการ

พร้อมกันนี้ยังมีรางวัลดีเด่นสำหรับสุดยอดโครงการทั้ง 2 ประเภท ซึ่งทีมที่ได้รับรางวัลดีเด่นประเภทกลุ่มชุมชนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคือ วิสาหกิจชุมชนหอมเชียงม่วนภาคเหนือ และทีมที่ได้รับรางวัลดีเด่นประเภทพัฒนาธุรกิจชุมชนคือ นายอรันดร์ จันโท ภายในงานยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีการเกษตรล้ำสมัย ทั้งโดรน แทรกเตอร์อัจฉริยะ และ IOT ทางการเกษตร รวมถึงเวทีเสวนาระดมไอเดียจากผู้เชี่ยวชาญในภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรต้นแบบ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดการขับเคลื่อนภาคเกษตรสู่อนาคต

“ความท้าทายของภาคเกษตรในวันนี้ ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยภาคส่วนใดเพียงลำพัง ซินเจนทาเชื่อว่า ‘ความร่วมมือ’ คือหัวใจของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐที่วางนโยบาย ภาคเอกชนที่มีนวัตกรรม และประชาชนหรือเกษตรกรที่ลงมือทำจริงในพื้นที่ โดยซินเจนทาเองก็พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ เมื่อเราทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ จะเกิดการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดเป็นผลกระทบเชิงบวกทั้งต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ” นางสาววรรณภรกล่าวสรุป