เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

เปิดศักยภาพเทคโนโลยีทหารไทย จากสนามรบสู่สงครามไซเบอร์

15 ส.ค. 2568 | 10:20น.
คอลัมน์​ : Pawoot.com 
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

เมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทยได้เผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งกับกัมพูชา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนไทยได้เห็นศักยภาพของเทคโนโลยีทางการทหารที่กองทัพไทยนำมาใช้ในการป้องกันประเทศ ในด้านการบิน หลายคนอาจมองว่าเครื่องบินรบ F-16 ของไทยดูทันสมัย แต่ความจริงแล้วเครื่องบินรุ่นนี้ถูกใช้งานมาแล้วกว่า 30 ปี หากเทียบกับทางกัมพูชาที่ไม่มีเครื่องบินรบ หรือแม้แต่เครื่องบินเจ็ต ทำให้ไทยมีความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ทางอากาศอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อไทยใช้เทคนิค Air Strike ยิงจรวดจากอากาศที่มีความแม่นยำสูงมาก ส่งผลให้เกิดความเสียหายที่จำกัดและมีประสิทธิภาพมากกว่าทางกัมพูชา

นอกจากเครื่องบินแล้ว โดรนยังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่กองทัพไทยนำมาใช้ในสนามรบอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง โดรนถูกใช้งานทั้งในการลาดตระเวนและโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ ไทยได้พัฒนาโดรนและยานเกราะด้วยตัวเอง ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) และบริษัทเอกชน เช่น การวิจัยและพัฒนาโครงการ “8×8 ยานเกราะล้อยาง” ที่เข้าสู่มาตรฐานยุทโธปกรณ์ และโครงการอากาศยานไร้คนขับ (UAV) สำหรับการลาดตระเวนทางไกล รวมถึงโดรนติดอาวุธที่สามารถบินได้นานและโจมตีได้อย่างแม่นยำ โครงการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ “S-Curve ที่ 11” ภายใต้การขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และนโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมเพื่อลดการนำเข้ายุทโธปกรณ์ เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ

ในขณะเดียวกัน ทางฝ่ายกัมพูชาก็เริ่มนำโดรนเข้ามาใช้ในการสู้รบบ้างแล้ว จากที่ในตอนแรกดูเหมือนว่าจะตามหลังอยู่มาก โดรนกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ถึงจะราคาถูก แต่ใคร ๆ ก็สามารถหยิบมาใช้ได้อย่างง่ายดาย แม้แต่โดรนที่ปกติใช้ในการเกษตรฉีดยาฆ่าแมลง ก็ยังถูกดัดแปลงมาเป็นอาวุธทิ้งระเบิดได้ อย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วในการสู้รบของชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า ทำให้เห็นชัดเจนว่าการรบยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธราคาแพงเสมอไป

ส่วนเทคโนโลยีที่ทางฝ่ายกัมพูชานำมาใช้ในการรบ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง เรียกว่า Multiple Rocket Launcher หรือ MRL เช่น BM-21 ซึ่งมีลักษณะการยิงที่ไม่แม่นยำ และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทำให้ส่งผลกระทบไปยังพื้นที่ของพลเรือนมากกว่าเป้าหมายทางทหารที่ชัดเจน

ในอีกมิติหนึ่งสงครามทางไซเบอร์ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในความขัดแย้งครั้งนี้ มีรายงานว่าแฮกเกอร์จากทั้งสองฝ่ายต่างพยายามเจาะระบบเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการของประเทศฝ่ายตรงข้าม ประเทศไทยมีการนำโครงสร้างพื้นฐานป้องกันไซเบอร์ที่พัฒนาโดย NECTEC, DEPA Cyber Unit และหน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศของกองทัพมาใช้ เพื่อป้องกันการโจมตีและตอบโต้ในเชิงรุก โดยใช้เทคนิคการเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์และการประเมินความเสี่ยงของข้อมูลสำคัญ

มีการระดมคนในโซเชียลมีเดียเพื่อใช้เป็นช่องทางในการโจมตีทางจิตวิทยา และเผยแพร่ข่าวปลอมเพื่อสร้างความได้เปรียบในการทำสงครามข้อมูล ซึ่งปรากฏชัดเจนว่าความขัดแย้งในปัจจุบันไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่สนามรบที่ใช้กำลังพลและอาวุธเท่านั้น แต่ได้ขยายไปสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ

ในสถานการณ์สงครามข้อมูล ข่าวลือ หรือข่าวปลอมมีผลต่อความคิดและทัศนคติของประชาชนอย่างรุนแรง เช่น มีข่าวลือเกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมีของฝ่ายไทยโจมตีทางกัมพูชา ซึ่งไม่เป็นความจริง และไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่ข่าวปลอมนั้นได้ถูกแชร์และเชื่อถือในวงกว้างของกัมพูชา สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการควบคุมสื่อและการใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ที่ทรงพลังในยุคนี้

เหตุการณ์การปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาในครั้งนี้ ทำให้หลายประเทศในอาเซียนเริ่มกลับมาคิดใหม่ว่า หากเกิดสถานการณ์เช่นเดียวกันกับประเทศของตนจะพร้อมรับมือแค่ไหน หลายชาติเริ่มเห็นแล้วว่าการมีอาวุธทันสมัยและเทคโนโลยีการทหารที่มีประสิทธิภาพนั้นสำคัญมากในการรักษาความปลอดภัยของชาติ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่มีอาวุธครบครันและเทคโนโลยีทันสมัยอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย หรือสิงคโปร์ ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามชัดเจนว่า ประเทศไทยของเราเองนั้นมีความพร้อมจริง ๆ เพียงพอแล้วหรือยัง

จากเหตุการณ์นี้คนจำนวนมากอาจจะเริ่มเปลี่ยนมุมมอง จากที่เคยสงสัยและตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณซื้ออาวุธและเทคโนโลยีการทหาร ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องสิ้นเปลือง ตอนนี้กลายเป็นการยอมรับและเข้าใจมากขึ้น เพราะการลงทุนเหล่านี้เริ่มแสดงให้เห็นชัดเจน ว่าคือสิ่งที่ชี้วัดความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ รวมไปถึงการพัฒนาความพร้อมในการรับมือกับสงครามไซเบอร์ ซึ่งอาจจะกลายเป็นสมรภูมิที่สำคัญที่สุดในอนาคต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โดรน