เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

อี แจมยอง พบทรัมป์ หารือหนุนสร้างสันติภาพคาบสมุทรเกาหลี

26 ส.ค. 2568 | 08:52น.

อี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เข้าพบหารือ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ หนุนทรัมป์พบเกาหลีเหนือ สร้างสันติภาพคาบสมุทรเกาหลี ด้านทรัมป์หวังพบคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือภายในปีนี้

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2025 ระหว่างการพบหารือครั้งแรก ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และนายอี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่ทำเนียบขาว นายอีกล่าวว่า หวังว่าทรัมป์จะช่วยนำสันติภาพมาสู่คาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่มีการปกครองแยกกัน โดยสามารถที่จะพบกับนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพื่อจะได้สร้างทรัมป์ทาวเวอร์ที่นั้น เพื่อให้ตนสามารถเล่นกอล์ฟได้ พร้อมชี้ว่าการผลักดันเรื่องดังกล่าวจะทำให้ทรัมป์เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้สร้างสันติภาพแห่งประวัติศาสตร์ด้วย

ต่อมาทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ต้องการที่จะพบหารือกับนายคิมในช่วงเวลาที่เหมาะสมในปีนี้ พร้อมกล่าวว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับนายคิม และหวังว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไป ตนเข้าใจนายคิมเป็นอย่างดี โดยได้พูดคุยกันอยู่บ่อยครั้งในเวลาว่าง ในเรื่องที่ไม่ควรจะพูดถึงด้วยซ้ำ และเกาหลีเหนือเป็นประเทศที่มีศักยภาพเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ทรัมป์บอกกับนายอีว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกัน ขอยินดีกับชัยชนะในการเลือกตั้ง และสหรัฐอยู่เคียงข้างกับเกาหลีใต้อย่างมั่นคง นอกจากนั้น ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลเกาหลีใต้ ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันในเรื่องการสร้างเรือร่วมกันอีกด้วย

โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ขู่ผ่านโชเซียลมีเดียก่อนการพบหารือว่า จะไม่ทำธุรกิจกับเกาหลีใต้ เนื่องจากรัฐบาลกรุงโซลดำเนินการบุกตรวจค้นโบสถ์และฐานทัพทหารสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็น “การกวาดล้างหรือการปฏิวัติ” ขณะที่นายอีเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้อ่าน Trump : The Art of the Deal ที่เป็นบันทึกความทรงจำของทรัมป์ เขียนในปี 1987 เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าหารือ

ในขณะที่สื่อกลางของเกาหลีเหนือระบุว่า การซ้อมรบระหว่างสหรัฐและเกาหลีใต้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลสหรัฐในการยึดครองคาบสมุทรเกาหลี และมีเป้าหมายเป็นประเทศในภูมิภาค โดยตั้งแต่ที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนมกราคม นายคิมเพิกเฉยต่อคำเรียกร้องของทรัมป์ในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตที่เคยเกิดขึ้นระหว่างสองประเทศในช่วงปี 2017-2021 ซึ่งไม่ได้ทำให้ข้อตกลงด้านนิวเคลียร์เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน เกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะเร่งขับเคลื่อนโครงการนิวเคลียร์ โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายคิมก็ได้กำกับการทดสอบระบบการยิงชนิดใหม่ด้วย

จุดยืนของผู้นำเกาหลีใต้

อี แจมยอง ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งในเดือนมิถุนายน พร้อมคำมั่นว่า จะพัฒนาความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ แต่จนถึงตอนนี้เปียงยางยังเพิกเฉย โดยระบุว่านั่นคือ “ความฝันโง่เขลา”

นายอีกล่าวต่อหน้าทรัมป์ว่า “การแก้ปัญหานี้ผ่านการเจรจาของผมไม่ใช่เรื่องง่าย และมีเพียงท่านประธานาธิบดีเท่านั้นที่สามารถสร้างความก้าวหน้าได้”

แม้จะมีท่าทีแข็งกร้าว แต่อีเชื่อว่าเกาหลีเหนือกำลังรอ “สัญญาณ” จากสหรัฐ เพื่อให้การเจรจากลับมาเดินหน้า พร้อมยกตัวอย่างถ้อยแถลงของน้องสาวคิมที่เพิ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างคิมกับทรัมป์ว่า “ไม่เลวร้าย”

นายอีทิ้งท้ายว่า ผมตั้งตารอการพบกันระหว่างท่านกับคิม จองอึน และการสร้าง Trump Tower ในเกาหลีเหนือ รวมถึงการได้เล่นกอล์ฟที่นั่น ผมเชื่อว่าเขาจะรอท่านอยู่”

ความตรึงเครียดคาบสมุทรเกาหลี

ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือดูเหมือนต้องการดึงความสนใจจากทรัมป์ โดยออกแถลงการณ์ยั่วยุและทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่ โดยนายคิมเพิ่งประกาศเรียกร้องให้มีการเร่งขยายโครงการอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมย้ำว่าหนทางเดียวในการปกป้องประเทศคือทำให้ “ศัตรูกลัว”

ระหว่างดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกของทรัมป์ เขาเคยพบนายคิมด้วยตัวเองมาแล้ว 3 ครั้ง แต่การเจรจาเหล่านั้นล้มเหลว ไม่สามารถทำให้คิมยอมชะลอการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ หลังจากนั้นเกาหลีเหนือก็ปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐ และหันไปเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย สนับสนุนการทำสงครามในยูเครน

 

อ้างอิง : มติชน