คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : กฤษณา ไพฑูรย์
“ลำไย” ถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญ ปี 2567 กระทรวงพาณิชย์ แจ้งมีปริมาณการส่งออก 527,927 ตัน มูลค่า 571.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 19,698 ล้านบาท
ตลาดส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จีน สัดส่วน 73.1% ของมูลค่าการส่งออกลำไยสดของไทย 2.อินโดนีเซีย สัดส่วน 14.2% 3.เวียดนาม 6.7% 4.มาเลเซีย 1.5% และ 5.อินเดีย 1.0%
ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.-พ.ค.) มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งออกไปแล้วรวม 236,230 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 274 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 9,284.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 28.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดย “จีน” ยังเป็นตลาดหลัก มูลค่าส่งออก 5,300 ล้านบาท รองลงมาคือ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฮ่องกง
แต่เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 จีนมีการสุ่มตรวจลำไยสดจากไทยอย่างเข้มงวด และตีกลับมาประมาณ 20 ตู้ พร้อมแจ้งว่า ตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) หรือกำมะถันในเนื้อลำไยเกินค่ามาตรฐานสูงสุดไม่เกิน 50 ppm ที่ตกลงกันไว้
พร้อมแจ้งว่า ต่อไปนี้ข้อตกลงตามพิธีสารที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ปี 2547 เลิกใช้ ! “คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน” ได้แจ้งเปลี่ยนเกณฑ์การตรวจกลุ่มผลไม้สดทั้งหมด ตามมาตรฐาน GB 2760-2024 ทำให้ “ลำไย” ของไทยที่ส่งไปจีน จากที่ถูกตรวจเฉพาะ “เนื้อลำไย” แต่กฎระเบียบใหม่จีนจะตรวจทั้งผล โดยนำ “เปลือกและเนื้อ” มาปั่นรวมกัน ต้องมีซัลเฟอร์สูงสุดไม่เกิน 50 ppm
ซึ่งผู้ส่งออกทุกคนบอกเป็นไปไม่ได้ !
เพราะทุกคนรู้ดีว่า ลำไยสดที่เก็บมาจากสวนก่อนส่งออก ล้งจะนำมารมหรืออบสารซัลเฟอร์ เพื่อชะลอการเปลี่ยนสีของเปลือก ทำให้มีสีเหลือง สวยงาม และลดการเน่าเสียหลังการเก็บเกี่ยว ดังนั้น ตัวเปลือกต้องมีซัลเฟอร์ “มากกว่า” เนื้อลำไยแน่นอน !
ที่สำคัญ ปัญหานี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ทางการจีนได้แจ้งเตือนไทย และระงับล้งส่งออกมาตลอด จากการสุ่มตรวจพบซัลเฟอร์ในเนื้อลำไยเกินค่ามาตรฐานหลายร้อย ppm แต่ดูเหมือนว่า ทางการไทยและผู้ส่งออกลำไย ส่วนใหญ่ไม่ได้พยายามที่จะแก้ไข
มีผู้ส่งออกเพียงบางส่วน พยายามคิดค้นพัฒนาเตาอบหรือรมลำไยร่วมกับสถาบันการศึกษา เปลี่ยนการใช้ผงกำมะถันมาใช้ก๊าซซัลเฟอร์แทน เมื่ออบเสร็จก๊าซจะระเหยไปได้เร็วกว่าผงกำมะถัน แต่ค่าซัลเฟอร์ที่ได้ยังไม่นิ่ง
ทางออกที่จะทำให้ลำไยลดการเน่าเสีย คงต้องฝากกระทรวงเกษตรฯ และนักวิจัยทั้งหลายทำการ “พัฒนาสายพันธุ์ลำไย” ให้มีความต้านทานต่อโรค และแมลงอีกทาง ที่จะช่วยลดการอบหรือรมสารซัลเฟอร์
อย่างไรก็ตาม ปัญหาค่าซัลเฟอร์เกินมาตรฐานในลำไยของไทยมีมากว่า 20-30 ปี ที่คนไทยกินกันเข้าไป และเกิดคำถามในใจว่า ลำไยที่ขายตลาดภายในประเทศไทย มีหน่วยงานตรวจสอบค่ามาตรฐานซัลเฟอร์บ้างหรือไม่ ? ได้แต่หวังว่าการแก้ปัญหาให้คนจีนได้กินของดีแล้ว หวังว่าคนไทยจะได้กินของดี มาตรฐานส่งออกเช่นเดียวกับคนจีน และคนชาติอื่นบ้าง