“ถนนการเมืองต้องไม่เหลิงอำนาจ” อนุทิน วิศวกรสู่แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 32
ทำความรู้จัก “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกฯคนที่ 32 จากวิศวกร ทายาทบริษัทรับเหมา สู่หัวหน้าพรรคการเมือง
ท่ามกลางการวิ่งเร่หาทางออกการเมือง ตั้งแต่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 31 สิ้นสุดหน้าที่ลง จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กลายเป็นว่า พรรคเพื่อไทย ที่เหลือแคนดิเดตคนสุดท้าย ทั้งที่เหลือเวลาการบริหารประเทศอีกครึ่งเทอม
ขณะเดียวกันเป็นโอกาสของพรรคอื่น อย่างพรรคประชาชนที่ได้รับเสียงเลือกตั้งมากที่สุด รองลงมาเป็นพรรคภูมิใจไทย ในช่วงเวลาทอง สำหรับช่วงชิงอำนาจนี้ คงต้องบอกว่า ใครดี ใครได้ ไม่ต่างจากการจัดตั้งรัฐบาลครั้งแรกหลังเลือกตั้งปี 66 ต่างกันที่เงื่อนไขแต่ละพรรค ที่หยิบยื่นให้กันไม่รู้จบสิ้น
เพื่อไทย อยากรักษาความเป็นแกนนำรัฐบาล จึงเสนอชื่อไพ่ใบสุดท้าย “ชัยเกษม นิติสิริ” เท่ากับว่า การโหวตเลือกนายกฯ ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 5 กันยายนนี้ สส. 492 คน มีตัวเลือก 2 คน
ขณะที่พรรคประชาชน ตัดสินใจจับมือ พรรคภูมิใจไทย ดันหลัง “อนุทิน ชาญวีรกูล” แคนดิเดตพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ ภายใต้เงื่อนไข 5 ข้อ ส่งผลให้สมการทางการเมืองเปลี่ยนไป และเพิ่มแรงกดดันต่อการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่
ประชาชาติธุรกิจ พาไปทำความรู้จัก ‘อนุทิน’ 1 ในแคนดิเดต นายกฯ คนที่ 32

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เกิดวันที่ 13 กันยายน 2509 (58 ปี) ทายาทและลูกชายคนโต ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตนักธุรกิจผู้ก่อตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ บ.ซิโน–ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (STECON) ก่อนผันตัวลงสู่สนามการเมือง
สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพมหานคร (2527) ก่อนไปศึกษาต่อที่วูสเตอร์อะแคเดมี สหรัฐอเมริกา (2528) และจบระดับอุดมศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮอฟสตรา ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
ต่อมานายอนุทิน จบการศึกษาหลักสูตรผู้บริหาร Mini MBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (2533) และจบการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยรามคำแหง (2548)
ประสบการณ์ทํางาน
อนุทิน เริ่มต้นการทำงานด้วยสายตรงที่จบมา ตำแหน่งวิศวกรการผลิต บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา (2532), เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ทางด้านเทคนิค แผนกโครงการทางด้านการเงิน ที่บริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป – บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทของตระกูลชาญวีรกูล
ตามมาด้วยการดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ที่บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จํากัด (มหาชน)ในปีถัดมา และเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) (2538) ก่อนจะโดดเข้าวงการการเมืองอย่างเป็นทางการในปี 2539 ด้วยการรับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ประจวบ ไชยสาส์น)
- ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปี 2547-2548
- ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต.ค. 2547 – มี.ค. 2548
- ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มี.ค. 2548 – ก.ย. 2549
ต่อมาในปี 2550 ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารของพรรคไทยรักไทย ที่ถูกสั่งยุบ เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2550 หลังจากนั้น 5 ปี อนุทิน สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคต้นสังกัดของ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้เป็นบิดา ที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชาชน
จากนั้นในการเลือกตั้งปี 2557 อนุทิน ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 1 แต่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
การเลือกตั้งปี 2562 อนุทิน ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 และเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อเป็นสมัยที่ 2 และยังได้รับแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
การเลือกตั้งปี 2566 อนุทิน ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 และได้รับการเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง และต่อมาเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ
กระทั่งมีการจัดตั้งรัฐบาลครั้งใหม่ ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำได้เชิญพรรคภูมิใจไทย สส. 71 เสียง ร่วมจัดตั้งรัฐบาล หลังจัดตั้ง และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐบาลทั้งคณะ อนุทิน ได้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ชีวิตลูกคนจีนเดินตามคำสอน

หนังสือ มีรู…มีหนู เขียนโดย ราม ปั้นสนธิ ถ่ายทอดหลายแง่มุมชีวิตของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยตอนหนึ่งเล่าถึงประสบการณ์จากภาคธุรกิจที่ อนุทิน ชาญวีรกูล เติบโตมากับบริษัทรับเหมาก่อสร้างของครอบครัว ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตค่าเงินบาทลอยตัว หรือ วิกฤตต้มยำกุ้ง
ในช่วงเวลานั้น บริษัท ซิโน–ไทย ต้องเผชิญวิกฤติหนัก มีโครงการอสังหาฯ ค้างสะสม และหนี้สินก้อนใหญ่จากสถาบันการเงิน จนจำเป็นต้องปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ และขายหุ้นบางส่วนให้กับกลุ่มทุนใหม่
ทว่าประสบการณ์ครั้งนั้นไม่ได้ทำให้เขาท้อถอย ตรงกันข้ามกลับหลอมรวมเข้ากับรากฐานคำสอนของครอบครัวที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก อนุทินเกิดมาในบ้านเชื้อสายจีน ยึดถือสุภาษิตคำสอนสำคัญใน 2 คำภาษาจีน
“เหยิ่น” ตัวอักษรจีนที่เมื่อมองเป็นภาพจะเห็นมีดอยู่ด้านบน หัวใจอยู่ด้านล่าง รวมกันหมายถึง ความอดทน และ “หาญหยั่ง” มีความหมายว่า ความสุขุม ควบคุมตัวเองได้ เป็นการบ่มเพาะนิสัย ความประพฤติ จรรยาบรรณ และสติปัญญา มาพร้อมกับความอ่อมน้อม อ่อนโยน และไม่กระด้าง
อนุทิน ให้เหตุผลของคำสอนนี้ผ่านการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารจีนว่า พ่อสอนเพื่อไม่ให้เรารู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยจากการเป็นลูกคนจีน ทั้งยังสอนอีกว่า ในฐานะที่เกิดมาในแผ่นดินไทย ถือสัญชาติไทย ต้องเคารพกฎหมาย ระเบียบ จารีต ประเพณี วัฒนธรรมของสังคม และที่ขาดไม่ได้คือ ต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ชาติ และศาสนา
คำสอนนี้ของพ่อแม่ไม่ได้ถูกนำมาใช้แค่ในชีวิตประจำวัน ในช่วงเวลาที่บริษัทที่บ้านประสบปัญหาต้มยำกุ้ง เขายังนำประสบการณ์ชีวิตและยึดหลักคำสอนนี้ผ่ามรสุมความยากลำบากมาได้ จนกระทั่งเข้าสู่แวดวงการเมืองก็ไม่ทิ้งมัน แม้งานการเมืองและการทำธุรกิจจะไม่เหมือนกัน แต่ก็ต้องยึดคำมั่นที่ว่า ไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น และยึดมั่นในหลักคุณธรรม
“ผมไม่ต้องการเงินทุจริตที่สกปรก เพราะเรามีเงินมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีเงินมากกว่านี้อีก ถ้าหากเราทุจริตเพื่อได้มาซึ่งเงินทองทรัพย์สิน gikอาจได้สิ่งของเหล่านั้นมาจริง แต่จะทำให้วงศ์ตระกูลเสียชื่อเสียงและเป็นการละทิ้งจากคำสอนของวงศ์ตระกูลและเป็นการทำลายพ่อแม่และลูกหลานที่เรารัก
ไม่ต้องการได้ยิน ว่าเมื่อเดินไปอยู่บนถนนในเมืองไทยที่มีผู้คนยิ้มให้แต่ในใจนึกด่าว่าไอ้นี่ขี้โกงถ้าหากวันใดการเมืองแล้วทำให้เกิดความเสียหายในลักษณะนี้จะวางมือลงทันที”
“คุณพ่อย้ำกับผมเสมอว่าจะผลาญเงินของครอบครัวไปเท่าไหร่ไม่ว่า แต่อย่าโกงชาติแผ่นดินแม้แต่สลึงเดียว”
นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่า เมื่ออยู่ในถนนของการเมืองต้องไม่เหลิงและหลงกับอำนาจ
นี่เป็นเพียงเส้นทางชีวิต แนวคิดส่วนหนึ่งของอดีตนักธุรกิจ ที่ ณ วันนี้เขาคือ ตัวแปรหลักบนสมการการเมืองไทย