เปิดประวัติ “ชัยเกษม นิติสิริ” ไพ่ใบสุดท้าย พรรคเพื่อไทย หลังการเมืองเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ศาล รธน. มีมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัย “แพทองธาร ชินวัตร” พ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดทางการเมือง ภาพของ “ชัยเกษม นิติสิริ” อหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ถูกเผยแพร่ออกมาในโลกออนไลน์ ขณะออกไปออกรอบตีกอล์ฟ สนามย่านองครักษ์นกลายเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง
ซึ่งชัยเกษมได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand เปิดเผยถึงอาการสุขภาพ ว่า ตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้ว เรียบร้อยหมดทุกอย่าง ส่วนอาการสโตรกที่พบเป็นก้อนเลือดบริเวณท้ายทอยช่วงที่ผ่านมาก็สลายตัวเรียบร้อยหมดแล้ว วันนี้ตีกอล์ฟได้สบาย
เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งใช่หรือไม่ เพราะอยู่ในแคนดิเดต ของพรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม ระบุว่า “ไม่จำเป็นต้องให้ผมเป็นหรอก” ถ้าเลี่ยงได้ก็ให้คนอื่นเขาทำ ทำมาเยอะแล้ว เราสุขกายสบายใจแล้ว
เมื่อถูกถามย้ำว่า ถ้าจำเป็นพร้อมเป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ นายชัยเกษม ระบุว่า “ไม่จำเป็นต้องให้ผมเป็นหรอก ถ้าเลี่ยงได้ให้คนอื่นเขาทำไปเถอะ ผมทำมาเยอะแล้ว”
“ถ้าจำเป็นก็ได้ แต่อย่าให้จำเป็นเลย” เขาบอก “ให้คนรุ่นใหม่ๆ ทำบ้าง ผมขอสบาย ๆ ผมบ้าง” ชัยเกษม กล่าว
ประจวบกับการหลังจากนั้นไม่นาน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ “แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 2 จากพรรคเพื่อไทย พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31
ทำให้ชื่อแคนดิเดตคนสุดท้ายที่เคยจมหายไปกลับมาพูดถึงอีกครั้ง สำหรับความเป็นไปของสถานการณ์การเมืองไทยเรา ที่ทั้งภาคธุรกิจ การเมืองต่างจับตาผลการวินัจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคลิปเสียงของแพทองธาร
ประชาชาติธุรกิจ พาไปทำความรู้จัก ไพ่ใบสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย
ประวัติแคนดิเดต ลำดับที่ 3
ชัยเกษม เกิด 26 สิงหาคม 2491 (77 ปี) สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศีกษาตอนต้น โรงเรียนอัสสัมชัญ, มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนอุดมศึกษา รุ่นที่ 28, ปริญญาตรี นิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับสอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโท L.L.M. มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา และเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
เส้นทางการทำงาน
ชัยเกษม นิติสิริ เริ่มรับราชการเป็นอัยการผู้ช่วย จังหวัดสมุทรสาคร อัยการประจำกองคดี และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเรื่อยมาจนดำรงตำแหน่ง อัยการจังหวัดภูเก็ต เป็นอธิบดีอัยการฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เป็นอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอัยการสูงสุด
เป็นอธิบดีอัยการฝ่ายปรึกษา ปี 2546-2550 ดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุดและอัยการสูงสุด ในเดือนตุลาคม 2550 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดได้รับตำแหน่งกรรมการและกรรมการตรวจสอบ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), กรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ กรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
นายชัยเกษม นิติสิริ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์พิเศษ ในสาขาวิชานิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
เส้นทางการเมือง
หลังจากเกษียณอายุราชการ เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2556
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 5 แต่การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ภายหลังจากการพ้นจากตำแหน่งของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีการประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร โดยผู้บัญชาการทหารบก และเขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่หัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาล ในการร่วมเจรจาหาทางออกวิกฤตการณ์ทางการเมือง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
แต่การเจรจาในครั้งนั้นไม่สามารถตกลงกันได้ เขายืนยันว่าคณะรัฐมนตรีรักษาการจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจยึดอำนาจการปกครองประเทศในวันเดียวกัน
ในปี 2562 พรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ครบทั้ง 3 รายชื่อ ได้แก่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ แต่ในการโหวตชื่อนายกรัฐมนตรี ในสภาผู้แทน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้โหวตให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคอนาคตใหม่
1 สัปดาห์ก่อนที่จะปรากฏชื่อชัยเกษม ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เขากล่าวกับคนใกล้ชิดว่า พรรคไม่ได้ติดต่อแจ้งต่อเขาว่าจะให้ดำรงตำแหน่งอะไร แต่ในปี 2562 กรรมการบริหารก็ไม่ได้แจ้งเขาล่วงหน้าเช่นกัน ในการเลือกตั้ง 2566 ชื่อชัยเกษม จึงเข้าสู่บัญชีในนาทีสุดท้าย
สถานการณ์การเมืองวันนี้ ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบทบาทของบุคคลในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ส่งผลต่อสถานะของ “แพทองธาร ชินวัตร” และทิศทางการเมืองไทย ต่อจากนี้ไป