รพ. เอกชนเปิดศึกชิง 1.4 ล้านล้าน มิกซ์ยูสสุขภาพรับลูกค้าทั่วโลก
ยักษ์โรงพยาบาลเอกชนแห่ปรับกลยุทธ์ชิงเม็ดเงิน Wellness Economy 1.4 ล้านล้านบาท ต่อยอดกระแสสุขภาพสู่ธุรกิจใหม่ บำรุงราษฎร์ยกระดับศูนย์เวชศาสตร์กีฬาจับเทรนด์์ Active Lifestyle “พญาไท-เปาโล” ผนึกดิจิทัลแพลตฟอร์ม Preventive Care “วิมุต” ชูเฉพาะทางโรค NCDs-สูงวัยดึงผู้ป่วยเอเชียใต้ BDMS จัดใหญ่ WellEra 2.9 หมื่นล้าน มิกซ์ยูสสุขภาพครบวงจร
ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เผยว่า ปัจจุบันบริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับการเล่นกีฬา เช่น การประเมินความพร้อม ป้องกัน และรักษาอาการบาดเจ็บ กำลังมีความต้องการสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นโอกาสของกลุ่มโรงพยาบาล
เนื่องจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะนักกีฬาอาชีพแล้ว แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนทั่วไป ตั้งแต่วิ่งมาราธอน ปั่นจักรยาน เทนนิส กอล์ฟ และกีฬาอย่าง HYROX จากข้อมูล Asia-Pacific Journal of Sports Medicine, 2023 ระบุว่า ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกพบผู้บาดเจ็บจากการเล่นกีฬาเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปี
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงตัดสินใจยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ ภายใต้ 3 แนวคิด คือ “Move Better, Play Stronger, Live Fuller” มุ่งตอบโจทย์ Active Lifestyle ทั้งผู้บริโภค ผู้สูงอายุ และผู้ต้องการรักษาความแข็งแรงของร่างกายก่อนบาดเจ็บ
โดยชูบริการการประเมินความพร้อมของร่างกาย ตรวจสมรรถภาพหัวใจ วิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหว วางแผนโภชนาการ การรักษา ฟื้นฟู และเสริมสร้างสมรรถภาพ พร้อมเชื่อมการทำงานของศูนย์เวชศาสตร์ฯ เข้ากับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เพื่อออกแบบแผนดูแลเฉพาะบุคคลด้วย
ขณะเดียวกันเตรียมเปิด Shoulder Clinic เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคไหล่โดยเฉพาะ หลังพบว่าปัญหาบริเวณไหล่เกิดขึ้นบ่อยในกลุ่มผู้เล่นฟิตเนสและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยมากกว่า 80% มีการวินิจฉัยคลาดเคลื่อน ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนได้รับการรักษาไม่ตรงกับสาเหตุ
ส่วนผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด โรงพยาบาลวางเป้าหมายให้ผู้ป่วย Return to Play หรือกลับไปเล่นกีฬาและใช้ชีวิตได้ตามที่ต้องการ ผ่านการทำงานร่วมกับศัลยแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์การกีฬา แพทย์โรคหัวใจ นักกายภาพบำบัด และทีมส่งเสริมสุขภาพ
พญาไท-เปาโลดันรายได้
นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เผยว่า ขณะนี้ผู้บริโภคยังใช้ช่องทางออนไลน์เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพมากขึ้น สะท้อนจากยอดจำหน่ายแพ็กเกจสุขภาพผ่านออนไลน์ในเครือ เติบโตกว่า 32% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการและซื้อแพ็กเกจผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นกว่า 45%
เพื่อต่อยอดกระแสนี้จึงร่วมมือกับ Shop.BeDee พัฒนา Digital Health Ecosystem เชื่อมกระบวนการดูแลสุขภาพตั้งแต่ค้นหาข้อมูล การเลือกซื้อแพ็กเกจสุขภาพ การนัดหมาย การเข้ารับบริการ จนถึงการติดตามผล
พร้อมปรับโมเดลธุรกิจจากการรักษาเมื่อเกิดโรค สู่บริการดูแลเชิงป้องกันมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันรายได้จากบริการสุขภาพเชิงป้องกันมีสัดส่วน 40-45% เพิ่มขึ้นจากเดิม 30% พร้อมตั้งเป้าขยายเป็น 50% ใน 3 ปีนี้
อีกเป้าหมายคือการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ผ่านออนไลน์ ปัจจุบันลูกค้าใหม่มาจากช่องทางดิจิทัล 30% ของลูกค้าทั้งหมด เครือจะผลักดันให้เพิ่มขึ้นเป็น 40-50%
นอกจากการใช้ช่องทางออนไลน์เป็นพื้นที่จำหน่ายแพ็กเกจและรับนัดหมายแล้ว จะนำฐานข้อมูลลูกค้า 3.8 ล้านรายมาวิเคราะห์พฤติกรรม เพื่อพัฒนาบริการใหม่ ๆ ให้เหมาะกับผู้ใช้บริการแต่ละรายแบบเฉพาะบุคคลอีกด้วย
วิมุตชู รพ.เฉพาะทาง
นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เผยว่า อุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านจำนวนสาขาและขนาดไปสู่ด้านความชำนาญเฉพาะทางและผลลัพธ์ทางการรักษา แต่ละแห่งจึงต้องเลือกกลุ่มบริการที่มีศักยภาพ ทั้งสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ชัดเจน
โรงพยาบาลวิมุตเลือกสร้างความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคซับซ้อน ภายใต้ยุทธศาสตร์ทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่โรงพยาบาลเฉพาะทางแบบบูรณาการ เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก
ด้วยกลยุทธ์ 3E คือ Expertise ยกระดับทีมแพทย์ ศูนย์รักษาเฉพาะทาง Experience เชื่อมต่อบริการรักษา ฟื้นฟู และติดตามผลผ่านระบบดิจิทัล รวมถึง Expansion ขยายฐานลูกค้าองค์กร กลุ่มประกัน และผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ ปัจจุบันผู้ป่วยจากเมียนมาของวิมุตเติบโต 141% ขณะที่ตลาดเอเชียใต้โต 70% โรงพยาบาลจึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติจาก 10% เป็น 30% ในเวลา 5 ปี
ตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท หรือโต 15% จากปี 2568 ที่มีรายได้ 1,302 ล้านบาท เติบโต 7% โดยไตรมาสแรกปีนี้มีรายได้ 337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19%
BDMS ลุยบิ๊กโปรเจ็กต์
นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เผยว่า ตลาดเวลเนสไทยมีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ติดอันดับ 7 ของโลก มีแนวโน้มขยายตัว 7-10% ต่อปี ด้วยแรงผลักดันจากความสนใจป้องกันโรค NCDs ที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตเฉลี่ย 50 คนต่อชั่วโมง และท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เม็ดเงินนี้มีแนวโน้มโตเฉลี่ย 9.1% ในช่วง 2560-2572
ปีที่ผ่านมา BDMS มีรายได้รวม 113,272 ล้านบาท ธุรกิจเวลเนสมีสัดส่วนรายได้ 12% ของรายได้รวม หรือ 13,600 ล้านบาท พิสูจน์ชัดว่าเวลเนสไม่ใช่ธุรกิจเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในแกนหลักที่ขับเคลื่อนองค์กรแล้ว
บริษัทจึงทุ่มเงิน 29,000 ล้านบาท ปั้นเวลเนสคอมเพล็กซ์ WellEra (เวล-เอ-ร่า) บนที่ดิน 13 ไร่ หัวมุมถนนสารสิน ตัดถนนหลังสวน มี 4 โซน คือ ที่พักอาศัยเพื่อสุขภาพ, BDMS Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน, พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ และพื้นที่ร้านค้า
ในส่วนที่พักอาศัยจะมี Capella แบรนด์ Luxury Hospitality มาร่วมพัฒนา กำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบคือปี 2573