เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี ข้อมูลแรงงานสหรัฐหนุนคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย

12 ก.ย. 2568 | 18:11น.
เงินบาท-ธนบัตรไทย-banknote

เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี หลุดระดับ 32.00 บาท ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ จากความคาดหวังว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ย

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 8-12 กันยายน 2568 ตลาดเงินทั่วโลกเผชิญความผันผวนตลอดสัปดาห์ จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐประจำเดือน ส.ค.เพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 75,000 ตำแหน่ง

ส่งผลให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ โดยมีโอกาส 90% ที่จะลดลง 0.25% และ 10% ที่จะลดลง 0.50% แม้ค่าจ้างรายชั่วโมงยังเพิ่มขึ้น 3.7% YOY และ 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อ

แต่ข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ 97.70-97.95 ตลอดสัปดาห์ โดยมีแนวโน้มอ่อนตัวจากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด นักลงทุนจึงปรับพอร์ตไปถือครองสกุลเงินที่อื่น ๆ เช่น ยูโร และเยน รวมถึงสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

ขณะเดียวกัน ตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ส.ค.สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ลดลงจากฝั่งผู้ผลิต โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับเพิ่มขึ้น 2.6% YOY และลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ต่ำกว่าคาดการณ์ ส่วน Core PPI เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เช่นกัน ด้าน CPI เดือน ส.ค. Headline CPI เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 0.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สูงกว่าคาดการณ์ ขณะที่ Core CPI เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับคาดการณ์ของตลาด

ส่วนตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้น 27,000 ราย สู่ระดับ 263,000 ราย สูงกว่าในรอบเกือบ 4 ปี สะท้อนความอ่อนแอในตลาดแรงงานและหนุนความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟดในระยะถัดไป

เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 4 ปี

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (8/9) ที่ระดับ 32.17/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (5/9) ที่ระดับ 32.39/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่า และแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี โดยหลุดระดับ 32.00 บาท ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ จากความคาดหวังว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ย หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาต่ำกว่าคาด รวมถึงราคาทองคำโลกที่พุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ ส่งผลให้ผู้ค้าทองในประเทศส่งออกทองคำมากขึ้นและแลกเงินดอลลาร์เป็นเงินบาท ทำให้เงินบาทแข็งค่ารวดเร็วกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาค

ด้านสถานการณ์การเมืองในประเทศ แม้ศาลฎีกามีคำสั่งให้นายทักษิณ ชินวัตร กลับไปรับโทษจำคุก 1 ปี แต่ไม่ส่งผลต่อตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมเฟดและการเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติในระยะถัดไป ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค. อยู่ที่ 50.1 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และต่ำสุดในรอบ 32 เดือน สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ สงครามการค้าสหรัฐ และความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคมองว่าเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัวและฟื้นตัวได้ช้า ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.58-32.12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (12/9) ที่ระดับ 31.68/69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ปัจจัยในภูมิภาค ในวันพุธ (10/9) สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของประชาชน ปรับตัวลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ -0.2% สะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาที่ลดลงและภาวะเงินฝืดที่ยังคงดำเนินอยู่ในเศรษฐกิจจีน

ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งวัดราคาสินค้าจากฝั่งโรงงาน ลดลง 2.9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม CPI ทรงตัวที่ 0.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.1% โดยก่อนหน้านั้นในเดือน มิ.ย. CPI เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.1% ส่วน PPI เดือน ก.ค. ลดลง 3.6% มากกว่าการคาดการณ์ที่ -3.3% และเท่ากับการลดลงในเดือน มิ.ย. ที่ -3.6%

ข้อมูลเหล่าสะท้อนถึงแนวโน้มเงินฝืดที่ยังไม่คลี่คลายในจีน ทั้งจากฝั่งผู้บริโภคและผู้ผลิต ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์เรียกร้องให้รัฐบาลจีนเร่งออกมาตรการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังซบเซา และสนับสนุนการส่งออกที่ขยายตัวอย่างอ่อนแรง เพื่อพยุงเศรษฐกิจโดยรวมให้ฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (8/9) ที่ระดับ 1.1710/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (5/9) ที่ระดับ 1.1691/93 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยแรงหนุนหลักมาจากการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16-17 ก.ย. หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ออกมาอ่อนแอ

ทั้งการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่ง และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าและนักลงทุนหันมาถือครองสกุลเงินยูโรมากขึ้น ในฝั่งยุโรป แม้เศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดัน โดยยอดส่งออกของเยอรมนีในเดือน ก.ค. หดตัวลง 0.6% สวนทางกับคาดการณ์ ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 0.1% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งบางส่วนในภาคการผลิต แม้ภาคการค้าจะยังเผชิญแรงกดดัน

ด้านการเมืองในยุโรป นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ฟรองซัวส์ บายรู พ้นจากตำแหน่งหลังพ่ายแพ้ในการลงมติไว้วางใจจากรัฐสภา โดยมีเสียงสนับสนุนเพียง 194 จาก 558 เสียง สาเหตุหลักมาจากแผนงบประมาณรัดเข็มขัดมูลค่า 43.8 พันล้านยูโร เพื่อแก้ปัญหาหนี้สาธารณะที่สูงถึง 114% ของ GDP ซึ่งสร้างแรงกดดันทางการเมืองอย่างมาก ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง จึงแต่งตั้งเซบาสเตียง เลอกอร์นู รัฐมนตรีกลาโหมวัย 39 ปี ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคฝ่ายซ้ายที่เตรียมชุมนุมและยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ

ECB คงดอกเบี้ยนโยบาย

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 11 ก.ย. โดยคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ 2.00% เงินกู้ที่ 2.40% และรีไฟแนนซ์ที่ 2.15% เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน นักลงทุนตอบรับเชิงบวกหลัง ECB ส่งสัญญาณว่าอาจยุติวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงกลางปีหน้า โดยประธาน ECB คริสติน ลาการ์ด ระบุว่าเศรษฐกิจยุโรปยังมีความแข็งแกร่ง และความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจมีความสมดุลมากขึ้น

ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1.1661-1.1779 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (12/9) ที่ระดับ 1.1729/31 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ เปิดตลาดวันจันทร์ (8/9) ที่ระดับ 148.33/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (5/9) ที่ระดับ 148.09/10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ การอ่อนค่าของเยนเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการเทขายพันธบัตรระยะยาวในกลุ่มเศรษฐกิจหลัก เช่น อังกฤษ และญี่ปุ่น เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลการคลัง

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองในญี่ปุ่นยังเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงิน หลังผู้บริหารระดับสูง 4 คนของพรรค LDP ประกาศลาออก

ด้านเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ก.ค. ยังคงเกินดุลที่ 2.68 ล้านล้านเยน (ประมาณ 1.81 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) แม้จะลดลง 19.1% จากปีก่อนหน้า โดยดุลการค้าสินค้ายังคงขาดดุล 1.894 แสนล้านเยน การส่งออกลดลง 4.9% เหลือ 9.01 ล้านล้านเยน

ขณะที่การนำเข้าลดลง 7.4% อยู่ที่ 9.20 ล้านล้านเยน จากผลของราคาพลังงานที่ลดลง ส่วนดุลรายได้ขั้นปฐมภูมิยังเกินดุล 4.07 ล้านล้านเยน แต่ลดลง 11.6% จากผลของค่าเงินเยนที่แข็งค่าในช่วงก่อนหน้า ดุลบริการขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 6.95 แสนล้านเยน จากค่าใช้จ่ายด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่สูงขึ้น ขณะที่ดุลการท่องเที่ยวเกินดุลลดลงเล็กน้อยเหลือ 529 แสนล้านเยน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงระบุว่า มาตรการภาษีของสหรัฐ โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์และเหล็กกล้า ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังประเมินผลกระทบโดยรวมได้ยาก อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังมีสัญญาณบวกจากข้อมูล GDP ไตรมาส 2/2568 (เม.ย.-มิ.ย.) ซึ่งขยายตัว 2.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงกว่าการประมาณการเบื้องต้นที่ 1% โดยได้แรงหนุนจากการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนที่แข็งแกร่งเกินคาด

โดยการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนระหว่างสัปดาห์อยู่ในกรอบ 147.41-148.57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (12/9) ที่ระดับ 147.46/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ