เปิดที่มาโมเดลน้ำพุมีแรงบันดาลใจจากอะไร และแลนด์มาร์กจริงในต่างประเทศ
กระแสการตกแต่งห้างสรรพสินค้าและโครงการอสังหาริมทรัพย์ด้วย “น้ำพุ” กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะน้ำพุกลางโถง ที่นอกจากจะสร้างบรรยากาศหรูหราแล้ว ยังเชื่อมโยงกับความเชื่อในศาสตร์ “ฮวงจุ้ย” ที่มองว่า น้ำ คือธาตุสำคัญที่เกี่ยวพันกับปัญญา ความมั่งคั่ง ความสงบ และความเจริญรุ่งเรือง
น้ำพุกับศาสตร์ฮวงจุ้ย
ฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์จีนโบราณ ว่าด้วยการจัดวางสิ่งก่อสร้าง สิ่งของ และพื้นที่ เพื่อสร้างความกลมกลืนและสมดุลของพลังงาน (ชี่) มีรากฐานจากปรัชญาเต๋า ก่อนจะขยายความนิยมไปทั่วโลก รวมถึงตะวันตก โดยคำว่า ฮวงจุ้ย แปลตรงตัวว่า “ลมและน้ำ” ซึ่งสอดคล้องกับการนำน้ำพุมาเป็นสัญลักษณ์ของพลังงานดีที่หมุนเวียนเข้าสู่พื้นที่
หลักการสำคัญ คือ “แผนผังพลังงาน” (Bagua) และความสมดุลของ 5 ธาตุ ได้แก่ ดิน, ไฟ, น้ำ, ทอง และไม้ แต่ละธาตุสื่อถึงพลังงานเฉพาะตัว การจัดวางพื้นที่ให้สอดรับกับธาตุเหล่านี้จึงถูกเชื่อว่าเป็นการเรียกโชคลาภ สุขภาพ ความสำเร็จ และความอุดมสมบูรณ์
น้ำพุในศาสตร์ฮวงจุ้ย การไหลเวียนถือเป็นหัวใจสำคัญ น้ำต้องเคลื่อนไหวอยู่เสมอ เพื่อสื่อถึงความต่อเนื่องของความมั่งคั่งและพลังงานบวก การปล่อยให้น้ำหยุดนิ่งถูกมองว่าเป็นการชะงักของโชคลาภ ดังนั้นน้ำพุจึงมักถูกออกแบบให้ทำงานตลอดเวลา ยกเว้นช่วงที่ต้องบำรุงรักษา
นอกจากนี้ เสียงน้ำที่ไหลยังมีความหมายพิเศษ โดยมีเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสงบ ความผ่อนคลาย และความร่มเย็น เหมาะสำหรับพื้นที่ทำงานหรือพื้นที่ส่วนรวม แต่หากตั้งในห้องนอน กลับอาจกระตุ้นพลังงานด้านลบที่เชื่อมโยงกับความเศร้า ความกังวล หรือความไม่สบายใจได้
ด้วยเหตุนี้ น้ำพุจึงไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่ง แต่ยังถูกมองว่าเป็น “ตัวกลางของพลังงาน” ที่เชื่อมโยงผู้คนกับโชคลาภและความสมบูรณ์พูนสุข การวางน้ำพุในพื้นที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า จึงเป็นทั้งกลยุทธ์ด้านการออกแบบที่สร้างบรรยากาศหรูหรา และสื่อสารถึงความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อดั้งเดิมที่ยังคงทรงอิทธิพลมาถึงปัจจุบัน
แลนด์มาร์กจริง
ด้วยเหตุนี้ น้ำพุจึงไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่ง แต่ยังถูกมองว่าเป็นตัวกลางของพลังงานที่เชื่อมโยงผู้คนกับโชคลาภและความสมบูรณ์พูนสุข การวางน้ำพุในพื้นที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า จึงเป็นทั้งกลยุทธ์ด้านการออกแบบที่สร้างบรรยากาศหรูหรา และสื่อสารถึงความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อดั้งเดิมที่ยังคงทรงอิทธิพลมาถึงปัจจุบัน
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือ “น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง” (Fountain of Wealth) ที่ซันเทคซิตี้ ประเทศสิงคโปร์ ได้รับการบันทึกใน Guinness Book of Records ปี 1998 ว่าเป็นน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ 1,683 ตารางเมตร มีเสาทองสัมฤทธิ์สูง 13.8 เมตร 4 ต้น รองรับวงแหวนทองสัมฤทธิ์เส้นผ่านศูนย์กลาง 21 เมตร และในปี 1997 ยังมีการติดตั้งระบบแสงสีเสียงคอมพิวเตอร์สำหรับการแสดงโชว์ทุกค่ำคืน
ดีไซน์วงแหวนของน้ำพุอิงตาม “มันดาลา” ของศาสนาฮินดู สื่อถึงจิตวิญญาณสากลและการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน อีกทั้งยังถูกออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย โดยออกแบบให้น้ำไหลเข้าด้านในแทนที่จะไหลออก เพื่อสื่อถึงการเก็บกักความมั่งคั่ง เสริมความเจริญรุ่งเรืองแก่ผู้ใช้อาคารและผู้มาเยือน
ที่มา : คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติของสิงคโปร์ (National Library Board – NLB), nvswaterscapes