เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทปรับตัวในกรอบ จับตาประชุมเฟดสัปดาห์นี้

16 ก.ย. 2568 | 18:05น.
ค่าเงินบาท

ค่าเงินบาท

ค่าเงินบาทปรับตัวในกรอบ จับตาประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐสัปดาห์นี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 16 กันยายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/09) 31.80/81 แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (15/09) ที่ระดับ 31.84/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ดิ่งลง 20.6 จุด สู่ระดับ -8.7 ในเดือน ก.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ +4.5 จากระดับ +11.9 ในเดือน ส.ค. โดยดัชนีอยู่ในระดับต่ำกว่า 0 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก โดยได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่การจ้างงานมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐ มีคำวินิจฉัยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถปลด ลิซา คุก ออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐได้ก่อนที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) จะลงมติว่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ โดยคำตัดสินดังกล่าวของศาลอุทธรณ์เขตโคลัมเบีย มีหมายความว่า คุกสามารถเข้าร่วมการประชุม FOMC ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน

โดยเริ่มจากช่วงเช้าของของวันนี้ (16/09) ตามเวลาสหรัฐ โดยมีคำวินิจฉัยว่า การประพฤติมิชอบเกี่ยวกับการจำนองตามที่ถูกกล่าวหานั้น ไม่น่าจะเป็นเหตุอันควรในการปลดเธออกจากตำแหน่งได้ภายใต้กฎหมาย Federal Reserve Act และวิธีที่เธอถูกปลดออกจากตำแหน่งนั้นน่าจะเป็นการละเมิดสิทธิของเธอในกระบวนการยุติธรรมอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) กล่าวถึงแนวคิดการเก็บภาษีการซื้อขายทองคำ เพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินบาทว่า ข้อเสนอดังกล่าวอาจจะไม่ได้ส่งผลให้เงินบาทหยุดแข็งค่า แต่จะส่งผลต่อผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย ทั้งในมิติของเศรษฐกิจและการจ้างงาน

นอกจากนี้ การจำกัดช่องทางดังกล่าวอาจทำให้ผู้ลงทุนรายย่อยและผู้บริโภคเข้าถึงทองคำได้ยากขึ้น อาจกระทบต่อความนิยมในการออมและลงทุนทองคำ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาท เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.66-31.81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.69/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/09) ที่ระดับ 1.1758/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (15/09) ที่ระดับ 1.1751/53 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยภายในวันศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรปไลบนิซ ได้มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยอรมนี เพิ่มขึ้นเป็น 37.3 ในเดือนกันยายน จากระดับ 34.7 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 27.3

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าสถาบันการลงทุนและนักวิเคราะห์ของเยอรมนีมีความคิดเห็นในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในประเทศ ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1766-1.1810 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1808/09 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/09) ที่ระดับ 147.51/55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (15/09) ที่ระดับ 147.30/31 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ประกาศในวันจันทร์ (15/09) ว่า อัตราภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปรับลดเหลือ 15% จะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (16/09) หลังจากมาตรการกีดกันทางการค้าได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรของสหรัฐมานานเกือบ 5 เดือน

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.67-147.35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 146.89/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนียอดค้าปลีกเดือน ส.ค. (16/09), FOMC ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติ (16-17/09), สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ (17/09), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (18/09) และ ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย เดือน ก.ย. (18/09)

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญอื่น ๆ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค สหราชอาณาจักรเดือน ส.ค. (17/09), ดัชนีราคาผู้บริโภคสหภาพยุโรปเดือน ส.ค. (17/09), ธนาคารกลางอังกฤษ ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติ (18/09), ธนาคารกลางญี่ปุ่น ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติ (18-19/09)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.9/-7.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.4/-5.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ