เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

คลังปั้นโปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงานรัฐช่วยไฟแนนซ์รถ EV ลีสซิ่งหวั่นไม่ยั่งยืน-แนะลดหย่อนภาษี

24 มิ.ย. 2569 | 19:53น.
ธีรชาติ จิรจรัสพร

หลังจากคลังประกาศพับโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ที่เคยมีข่าวว่าจะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนรถมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) หรือรถยนต์ไฮบริด โดยระยะแรกจะมีโควตา 10,000-20,000 คัน เนื่องจากพิจารณาในทางปฏิบัติแล้ว “ไม่ง่ายอย่างที่คิด” โดยเฉพาะในแง่ของกระบวนการ “กำจัดซาก”

รัฐช่วยซื้อรถอีวีหนุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ล่าสุดกรมสรรพสามิตคิดโปรเจ็กต์ใหม่มานำเสนอกระทรวงการคลังพิจารณา ซึ่งจะเป็นโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ที่จะขอให้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท)

โดย “พรชัย ฐีระเวช” อธิบดีกรมสรรพสามิตระบุว่า โครงการใหม่ที่เสนอจะเป็นการช่วยเหลือผ่านสถาบันการเงินที่ให้บริการปล่อยสินเชื่อ (ไฟแนนซ์) ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งจะช่วยคัดกรองผู้ซื้อรถไฟฟ้าไปในตัว ว่ามีคุณสมบัติการขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถจริง และมีเครดิตทางการเงินน่าเชื่อถือเพียงพอหรือไม่

“ตั้งใจว่าจะให้ความช่วยเหลือให้จบภายในครั้งเดียว เพื่อให้ดำเนินการได้ง่าย”

ทั้งนี้ ตัวเลือกที่เสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณามี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.การช่วยเหลือผ่านส่วนลดเงินต้น 2.การช่วยเหลือผ่านการผ่อนดอกเบี้ย และ 3.การช่วยเหลือผู้ซื้อด้วยเงินสด

“ตัวอย่างเช่น ผู้ซื้อรถไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศที่เข้าสู่ระบบไฟแนนซ์กู้ 8.5 แสนบาท โครงการนี้อาจจะช่วยเหลือ 5 หมื่นบาท ผ่านระบบไฟแนนซ์ และให้ผู้ซื้อรถกู้เอง 8 แสนบาท เป็นต้น” อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าว

เอกชนห่วงช่วยเป็นส่วนลด “ไม่ยั่งยืน”

ขณะที่ในมุมมองของสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อ “ธีรชาติ จิรจรัสพร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ในฐานะประธานคณะทำงานสินเชื่อรถยนต์ สมาคมธนาคารไทยกล่าวว่า เนื่องจากแนวทางที่เป็นข่าวยังเป็น “ตัวเลือก” อยู่ ยังไม่ได้สรุปออกมาชัดเจน ซึ่งแนวทางที่เป็นตัวเลือกที่ออกมาก็ดูเป็นการช่วยลดราคารถยนต์ไฟฟ้า คล้าย ๆ กับโครงการรถคันแรกในอดีต รวมถึงคล้ายกับโครงการส่งเสริมรถอีวี 3.0 และ 3.5

“คนส่วนใหญ่ก็เคยสัมผัสโครงการที่ให้เป็นส่วนลดในลักษณะนี้มาแล้ว ซึ่งทำโครงการแล้วก็เห็นผล แต่อาจจะไม่ยั่งยืน และช่วงที่ผ่านมาค่ายรถไฟฟ้าก็เคยให้ส่วนลดมากกว่านี้ไปแล้ว การทำรูปแบบเดิม ๆ ที่เป็นส่วนลดอาจไม่ได้ผลมากเท่าไหร่“

ส่วนกรณีให้ส่วนลดดอกเบี้ยก็จะคล้ายโครงการซอฟต์โลนของธนาคารออมสิน ซึ่งดี แต่อาจจะไม่กระตุ้นให้ผู้มีรายได้และสนใจซื้อรถตัดสินใจซื้อรถทันที เพราะไม่จูงใจมากพอ ซึ่งหากภาครัฐบอกว่ามีงบประมาณจำกัดก็ยิ่งต้องใช้แบบยั่งยืน และเป็นลักษณะที่รัฐไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ในทันที

แนะใช้มาตรการลดหย่อนภาษี

“ธีรชาติ” กล่าวว่า การลดหย่อนภาษีจะทำได้ยั่งยืนกว่า โดยรูปแบบที่เคยเสนอก็คือ นำค่างวดที่ผ่อนรถไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งหากเทียบกับโครงการอย่างรถคันแรก หรือแม้แต่โครงการส่งเสริมรถอีวีที่ให้เงินอุดหนุน ถ้าจะให้ส่วนลด 100,000 บาท รัฐก็ต้องใช้เงิน 100,000 บาทในปีแรกเลย แต่ถ้าใช้การลดหย่อนภาษีจะเป็นการทยอยใช้เงินในช่วงเวลาหลายปี ใช้งบกระตุ้นในปีแรกน้อยกว่า และกระตุ้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ถูกกลุ่ม คือผู้มีรายได้ที่เสียภาษี

“คิดง่าย ๆ ถ้าคนซื้อรถ 500,000 บาท ต้องผ่อนปีละประมาณ 100,000 บาท ถ้าลดหย่อนภาษีได้ 10% หรือ 20% แต่ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี พอ 5 ปีก็ลดหย่อนได้ 100,000 บาท แต่ใช้เงินรัฐส่งเสริมในปีแรกแค่ 20,000 บาท อีกทั้งยังจับกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมกว่า เพราะเป็นคนที่มีความสามารถในการซื้อรถ แบงก์ก็อนุมัติสินเชื่อได้ง่าย และสุดท้ายสามารถทำได้ระยะยาว มีความยั่งยืนกว่า สามารถกระตุ้นยอดขาย กระตุ้นเศรษฐกิจได้ และช่วยเพิ่มฐานภาษีในระยะยาว”

“ธีรชาติ” กล่าวอีกว่า เรื่องนี้มีประเด็นเกี่ยวข้องที่ควรพิจารณาคือ เมื่อ 3 ปีก่อนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีเรื่องการปล่อยสินเชื่อด้วยความรับผิดชอบตามความสามารถของผู้กู้ (Responsible Lending) ออกมา เจตนาคือ ธปท.ต้องการดูแลผู้ที่มีความสามารถในการกู้ที่แท้จริงให้สามารถกู้ได้ และไม่อยากให้มีการใช้จ่ายเกินตัว เพราะหลายคนมีรายได้ไม่เพียงพอ ไม่ได้เสียภาษี แต่สร้างหนี้เกินตัว

ขณะที่ในอดีตที่มีโครงการลักษณะคล้ายกันนี้คือ รถคันแรก ซึ่งเป็นการช่วยซื้อรถ 80,000-100,000 บาท ทำให้มีเสียงวิจารณ์ค่อนข้างมาก เพราะมีผู้ซื้อจำนวนมากผ่อนไม่ไหว แต่เห็นว่าได้ส่วนลด 100,000 บาทก็เลยซื้อ ถือว่าเป็นการเข้าใจผิด

ในอีกด้าน ก็ควรพิจารณาโครงการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการใช้รถทำมาหากิน และอาจยังไม่ได้มีรายได้มาก ยังไม่ใช่เป็นผู้เสียภาษี แต่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เช่น เกษตรกรผู้ใช้รถปิกอัพ พ่อค้าแม่ค้า SME “โครงการรถใหม่แลกรถเก่า” จะใช้ได้กับกลุ่มนี้ เพราะจะช่วยลดภาระของเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า ที่จำเป็นต้องใช้รถปิกอัพ ให้มีโอกาสใช้รถสภาพดีขึ้น และลดมลพิษด้วย

“ผมกำลังชี้ให้เห็นว่า การทำโครงการอะไร ถ้าได้พิจารณาครบด้าน 1) ความเหมาะสมของรูปแบบที่ได้ผล 2) กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการช่วย และ 3) ความยั่งยืน สามารถทำได้ระยะยาวไหม หรือทำแค่สั้น ๆ แต่ทำแล้วอาจส่งผลเสียทำให้ตลาดปั่นป่วนและกระทบ supply chain ของธุรกิจ โดยหากสามารถให้เงินน้อยแล้วทำเยอะได้จะยิ่งดี ผมคิดว่าโครงการที่จะทำก็ควรตอบโจทย์ 3 ด้านเหล่านี้” ประธานคณะทำงานสินเชื่อรถยนต์ สมาคมธนาคารไทยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รถอีวี EV