เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แถลงเช้านี้ (28 ก.ค.) ปมตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
Finance ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แถลงเช้านี้ (28 ก.ค.) ปมตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
“จุลพันธ์” แจงเหตุชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม รอศาลชี้ขาด ลุ้น 27 ก.ย.ตามกำหนดเดิม
Politics “จุลพันธ์” แจงเหตุชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม รอศาลชี้ขาด ลุ้น 27 ก.ย.ตามกำหนดเดิม
มาร์เล ขนนวัตกรรมสุดล้ำร่วมงาน Automechanika 2026 ตั้งเป้าพอร์ตสินค้า EV โตเท่าตัว
Automotive มาร์เล ขนนวัตกรรมสุดล้ำร่วมงาน Automechanika 2026 ตั้งเป้าพอร์ตสินค้า EV โตเท่าตัว
นายกฯ นำทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.
Politics นายกฯ นำทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.
สีหศักดิ์ สั่งตรวจสอบปมคนจีนถูก จนท. ใช้กำลังในงานหนังสือ ย้ำเป็นธรรมทุกฝ่าย
Politics สีหศักดิ์ สั่งตรวจสอบปมคนจีนถูก จนท. ใช้กำลังในงานหนังสือ ย้ำเป็นธรรมทุกฝ่าย
รัฐบาล ชวนคนไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ เร่งทบทวนสิทธิ ภายใน 31 ส.ค.
Politics รัฐบาล ชวนคนไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ เร่งทบทวนสิทธิ ภายใน 31 ส.ค.
กทบ.เดินหน้า “SML PLUS” จัดงบ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ อีก 283 ล้าน
Politics กทบ.เดินหน้า “SML PLUS” จัดงบ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ อีก 283 ล้าน
พิพัฒน์ ย้ำ ‘2 น. – 1 พ.’ สัมพันธ์ดี ยันมีอะไรคุยกันด้วยเหตุผล
Politics พิพัฒน์ ย้ำ ‘2 น. – 1 พ.’ สัมพันธ์ดี ยันมีอะไรคุยกันด้วยเหตุผล
“อีลอน มัสก์” คาดการณ์อีก 5 ปี AI ฉลาดกว่าคน โลกอาจเปลี่ยน จน “เงินสดไร้ความหมาย”
World “อีลอน มัสก์” คาดการณ์อีก 5 ปี AI ฉลาดกว่าคน โลกอาจเปลี่ยน จน “เงินสดไร้ความหมาย”
ดูทั้งหมด

หอการค้าชง 7 เสาหลักฟื้นฟู ศก. แก้บาทแข็ง-ปัดฝุ่น ‘คนละครึ่ง’ กระตุ้นใช้จ่าย

21 ก.ย. 2568 | 10:24น.
หอการค้า พบนายกฯ

หอการค้าชงรัฐบาลใหม่ 7 เสาหลักฟื้นฟูเศรษฐกิจ เร่งสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มสภาพคล่องการเงิน ลดภาระค่าครองชีพ พร้อมมาตรการรับมือเทรดวอร์ ชี้งานเร่งด่วน 4 เดือน ต้องรีบเจรจาภาษีทรัมป์ แก้บาทแข็ง ปัดฝุ่นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่ง-Easy E-Receipt-รณรงค์ใช้ของไทย” ตบท้ายของบฯหมื่นล้านแก้หนี้เอสเอ็มอี

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ได้พบปะและหารือร่วมกับหอการค้าไทย

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยได้ต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ในโอกาสพบปะหารือร่วมกันถึงแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน ซึ่งปัจจุบันภาคธุรกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ราคาสินค้าเกษตรและการส่งออกที่ปรับตัวลดลง ต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ตลอดจนความไม่แน่นอนด้านการเมืองระหว่างประเทศ หอการค้าไทยจึงได้ระดมข้อคิดเห็นจากเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ ทั้งหอการค้าจังหวัด สมาคมการค้า หอการค้าต่างประเทศ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยจัดทำเป็นข้อเสนอ “7 เสาหลักฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย” เพื่อเสนอให้รัฐบาลนำไปพิจารณาใช้เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่

1.Rebuild Confidence Plan เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศและนักลงทุน ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความปลอดภัย

2.Liquidity for SMEs & Households เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ให้ผู้ประกอบการและครัวเรือนเข้าถึงแหล่งทุนได้สะดวก

3.Ease Cost of Living ลดภาระค่าครองชีพและต้นทุนของประชาชน

4.Seamless Trade ค้าขายคล่อง ส่งเสริมการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ ค้าขายเป็นธรรม (Fair Trade) สร้างความสามารถแข่งขันให้ SMEs

5.Safety & Security of Thailand ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยทั้งอาชญากรรม ยาเสพติด และสังคมออนไลน์

6.Trade War Response เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบจากสงครามการค้าโลกและความผันผวนค่าเงิน

7.Boost Demand & Tourism กระตุ้นกำลังซื้อและส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ

ดร.พจน์กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอในระยะเร่งด่วนช่วง 4 เดือน หอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินมาตรการสำคัญหลายด้านอย่างทันที เริ่มจากการค้าระหว่างประเทศ ที่ควรเร่งรัดการเจรจากับสหรัฐ ภายใต้กรอบ Reciprocal Tariff (RT) ควบคู่กับการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี และการขยายตลาดใหม่ในภูมิภาคที่มีศักยภาพ เช่น จีน แอฟริกา และตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรดูแลค่าเงินบาทเชิงรุกให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ราว 34-35 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อรักษาความได้เปรียบด้านการส่งออก

ในมิติของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรเดินหน้ามาตรการกระตุ้นกำลังซื้อที่ประชาชนคุ้นเคย เช่น “คนละครึ่ง” และ “Easy E-Receipt” รวมถึงรณรงค์ “ใช้ของไทย ฟื้น SMEs” พร้อมทั้งเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 เพื่อช่วยเพิ่มการจ้างงาน ส่วนภาคการท่องเที่ยว รัฐบาลควรตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแบบเบ็ดเสร็จ และยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีน ควบคู่กับการลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์หมวดไลฟ์สไตล์ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่

ส่วนมาตรการสำหรับภาคธุรกิจเอสเอ็มอี ขอให้มีการจัดสรรงบประมาณจำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเสียหายจากหนี้เสีย (NPLs) และเร่งผลักดันโครงการ THAI SME-GP ด้านแรงงาน รัฐบาลควรกำหนดการปรับค่าจ้างตามมาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยใช้กลไกไตรภาคี รวมถึงหาทางออกต่อปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

ขณะเดียวกัน ประชาชนควรได้รับการบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านมาตรการลดดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี และการปรับลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลงร้อยละ 50 เป็นเวลา 1 ปี นอกจากนี้ ยังควรเดินหน้านโยบาย Zero Corruption และบูรณาการการปราบปรามปัญหาสังคม ทั้งยาเสพติด การค้ามนุษย์ กลโกงออนไลน์ และการพนันอย่างจริงจัง

“ส่วนมาตรการในระยะกลาง 8 เดือน หอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรขาออกภายใน 7-14 วัน เพื่อช่วยลดต้นทุนและเสริมสภาพคล่องแก่ผู้ส่งออก พร้อมกันนี้ ภาครัฐควรร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา จัดตั้งกลไกการพัฒนาทักษะบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยเน้นสาขาที่มีศักยภาพสูง เช่น เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์สมัยใหม่ และเกษตร-อาหารสมัยใหม่

อีกทั้งยังควรมีมาตรการสนับสนุนผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและคูปองฝึกอบรม ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ โดยใช้แนวทางปรับโครงสร้างหนี้และขยายวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่ถูกกฎหมาย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบควรถูกขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ด้วยการใช้มาตรการ Regulatory Guillotine เพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดภาระที่ไม่จำเป็น และช่วยให้ภาคธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ดร.พจน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ใช่เพียงมาตรการเฉพาะหน้า แต่คือ แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ที่จะสร้างความหวังและความเชื่อมั่น หากรัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชนร่วมมือกันอย่างมุ่งมั่นและจริงจัง หอการค้าเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถกลับมาแข็งแรง และพร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศและสังคมไทย