แม้แต่ YouTube ยังต้าน ‘ละครสั้น’ ไม่ได้ เปิดตัว ‘Shorts Series’ หนุนครีเอเตอร์เสิร์ฟคอนเทนต์ตอนสั้น ๆ
YouTube ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิง ขยายโซลูชั่นโฆษณาแบบ Full Funnel เชื่อมต่อการค้นพบสินค้าไปสู่การสั่งซื้อ พร้อมเปิดตัว “Shorts Series” รับเทรนด์ละครสั้น ช่วยให้ครีเอเตอร์จัดระเบียบคอนเทนต์แบบตอนต่อตอน เสิร์ฟผู้ชมที่ติดตามอย่างต่อเนื่อง
นายราฟาเอล ซิสโลว์สกี Country Manager, Google ประเทศไทย กล่าวว่า ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา “ยูทูบ” (YouTube) ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของคนไทย และก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม การเชื่อมโยงผู้คน และคอมเมิร์ซ
ขณะเดียวกัน YouTube ยังผสานความตั้งใจรับชมของผู้ชม ความไว้วางใจที่ครีเอเตอร์สั่งสมมา โซลูชั่นการช็อปปิ้งบนทุกหน้าจอ และพลังของ Google AI เข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพ
“หัวใจสำคัญของแรงขับเคลื่อนนี้ คือระบบนิเวศครีเอเตอร์ที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ครีเอเตอร์รุ่นใหม่กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดทางความคิดสร้างสรรค์ในทุกรูปแบบคอนเทนต์ และเชื่อมโยงกับผู้ชมอย่างลึกซึ้ง เห็นได้ชัดจากการที่ในประเทศไทยมีช่อง YouTube กว่า 90,000 ช่องที่มีผู้ติดตามมากกว่า 10,000 คน ขณะที่การอัพโหลดวิดีโอ YouTube Shorts เติบโตขึ้นถึง 85% เมื่อเทียบกับปีก่อน”

นายราฟาเอลกล่าวต่อว่า อิทธิพลของ YouTube ในประเทศไทยได้ขับเคลื่อนทิศทางอนาคตของการตลาดดิจิทัลผ่านวิดีโอใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่
1.วัฒนธรรม (Culture)
ในฐานะแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงอันดับ 1 ซึ่งมีผู้ชมมากกว่าแพลตฟอร์มออนไลน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิงอื่น ๆ YouTube เชื่อมโยงคนไทยหลายล้านคนเข้ากับผู้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมที่พวกเขาชื่นชอบ
YouTube ได้กลายเป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมและครีเอเตอร์ชาวไทยได้เชื่อมต่อกันผ่านความชื่นชอบที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการชมมิวสิกวิดีโอยอดฮิต รายการตลก คอนเทนต์เล่าเรื่องลึกลับระทึกขวัญ หรือพอดแคสต์ดูแลใจ โดยข้อมูลล่าสุดเผยว่า 94% ของผู้ชม Gen Z ในไทยยกให้ YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์พอดแคสต์ที่ดีที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีการเติบโตอย่างมหาศาลในหมวดหมู่ความบันเทิงรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะ “ละครสั้น” (Micro Drama) YouTube จึงเปิดตัว “Shorts Series” ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถจัดระเบียบคอนเทนต์ Shorts ของตนให้อยู่ในรูปแบบตอนต่อตอน ผู้ชมสามารถรับชมได้ตามลำดับและค้นพบรายการใหม่ ๆ ง่ายขึ้น รวมถึงยังช่วยปลดล็อกโอกาสให้กับผู้ลงโฆษณาในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคอนเทนต์ที่มีการมีส่วนร่วมสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายกำลังมองหา
2.การเชื่อมโยงผู้คน (Connection)
YouTube ยังคงเป็นศูนย์รวมของครีเอเตอร์ที่ผู้คนไว้วางใจอย่างไร้ข้อกังขา จากการสำรวจพบว่า 90% ของผู้ชมชาวไทยยกให้ YouTube เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอที่น่าเชื่อถือที่สุด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยแพลตฟอร์มอื่น ๆ
ปัจจัยหลักเบื้องหลังของความผูกพันที่แน่นแฟ้น คือพลังของคอนเทนต์ที่อยู่ได้ยาวนาน โดย 40% ของยอดการดูวิดีโอ YouTube เกิดขึ้นหลังจากวิดีโอนั้นถูกเผยแพร่ไปแล้ว 1 เดือน ทำให้คอนเทนต์มีคุณค่าในระยะยาว ซึ่งแบรนด์สามารถใช้ “YouTube Creator Partnerships” ที่เพิ่งเปิดให้บริการในประเทศไทย เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงความไว้วางใจที่ยั่งยืนได้
โดย YouTube Creator Partnerships คือชุดเครื่องมือที่ช่วยให้แบรนด์ค้นหาและร่วมงานกับครีเอเตอร์ YouTube ได้ง่ายกว่าที่เคย ด้วยระบบค้นหาแบบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI นักการตลาดสามารถค้นหาครีเอเตอร์จากคีย์เวิร์ด หมวดหมู่ หรือเทรนด์ พร้อมดูข้อมูลเชิงลึก เช่น ข้อมูลประชากรของผู้ชมและระดับการมีส่วนร่วม ก่อนตัดสินใจติดต่อไปยังครีเอเตอร์

3.คอมเมิร์ซ (Commerce)
ด้วยความไว้วางใจที่ครีเอเตอร์สร้างขึ้นกับผู้ชม เมื่อถึงเวลาตัดสินใจซื้อ ผู้คนจึงหันมาพึ่งพา YouTube สิ่งนี้เกิดขึ้นกับผู้ชมในทุกช่วงวัย โดย 87% ของผู้ชม Gen Z ในประเทศไทยระบุว่า YouTube ช่วยให้พวกเขาตัดสินใจซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
YouTube กำลังเชื่อมเส้นทางการช็อปปิ้งตั้งแต่การค้นพบสินค้าไปจนถึงการชำระเงินให้ครบวงจร ครอบคลุมทุกรูปแบบคอนเทนต์และบนทุกหน้าจอ เครือข่ายสื่อสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (Commerce Media Network) ช่วยเชื่อมต่อนักช็อปที่มีความตั้งใจซื้อสูงจากโฆษณาบน YouTube ไปยังหน้าชำระเงินของมาร์เก็ตเพลสได้โดยตรง
การใช้ข้อมูลเชิงลึกด้านการช็อปปิ้งแบบเรียลไทม์ เช่น สิ่งที่ผู้ใช้กำลังค้นหาหรือเพิ่มลงในตะกร้าสินค้า ทำให้มาร์เก็ตเพลสและแบรนด์สามารถนำเสนอโฆษณาที่ตรงใจผู้ชมมากที่สุดในขณะที่พวกเขากำลังรับชม YouTube โดยนีเวีย ประเทศไทย ได้นำร่องใช้โซลูชั่นโฆษณาแบบครบวงจรที่ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างการรับรู้ไปจนถึงการสร้าง Conversion ซึ่งรวมถึง Commerce Media Network ด้วย
แนวทางดังกล่าวประสบความสำเร็จในการผลักดันการเติบโตแบบออมนิแชนเนล (Omnichannel) โดยทำให้ยอดสั่งซื้อทางออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และช่วยเพิ่มยอดขายทางออฟไลน์ได้ถึง 32%
“วันนี้เราอยู่ในยุคของ YouTube อย่างแท้จริง ยุคที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์และการเล่าเรื่องในหลากหลายรูปแบบ (Multi-Format) ของครีเอเตอร์ไทย รวมถึงแบรนด์และเอเจนซีที่ยกระดับมาตรฐานงานโฆษณาอย่างต่อเนื่อง ผลงานเหล่านี้เข้าถึงใจผู้ชมอย่างลึกซึ้ง สร้างความผูกพันกับแบรนด์ จนนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้”