เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

ธงชัย-ชาญวิทย์ ห้วงแห่งความเงียบงัน ลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519

29 ก.ย. 2568 | 17:42น.
ธงชัย-ชาญวิทย์ ห้วงแห่งความเงียบงัน ลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519

ในทุกเหตุการณ์ทางการเมือง ล้วนมีบริบททางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น “6 ตุลา 2519” ก็เช่นเดียวกัน

การชุมนุมทางการเมืองในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นการชุมนุมเพื่อเสนอข้อเรียกร้องทางการเมืองต่าง ๆ เช่น การคัดค้านการกลับเข้าประเทศของผู้นำเผด็จการที่เคยขับไล่ออกไปหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 จนนำมาสู่การสังหารหมู่กลุ่มผู้ชุมนุมในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519

ตลอดเวลา 49 ปีหลังเหตุการณ์ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 จบลง สังคมก็เข้าสู่ความ “เงียบงัน” โดยเฉพาะในช่วงปีแรก ๆ การนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการสังหารหมู่ในวันนั้นถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ในขณะที่โฆษณาชวนเชื่อของรัฐที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์มีการนำเสนออย่างแพร่หลาย

เป็นห้วงเวลาที่ผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลา โดยเฉพาะผู้ถูกกระทำและครอบครัว ต้องเก็บความรู้สึกและความทรงจำต่อเหตุการณ์นั้นไว้ และเป็นเช่นนั้นไปอีกว่า 20 ปี กระทั่งมีการจัดงานรำลึกครบรอบเหตุการณ์สังหารหมู่ 6 ตุลา เป็นครั้งแรกในปี 2539

แม้สังคมดูเหมือนจะเปิดกว้างทางการเมืองมากขึ้น แต่การกล่าวถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา ยังคงเป็นเรื่อง “อิหลักอิเหลื่อ” ที่จะพูดถึง เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับแนวคิดทางการเมือง การรับรู้ต่อการกระทำของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ถูกกระทำ ผู้กระทำความรุนแรง และผู้สังเกตการณ์ ก็เปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กับ “ความทรงจำ” ต่อเรื่องราวในวันนั้น

บ้างพยายามลืมสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด บ้างพยายามทำความเข้าใจเพื่อให้ทำใจได้ บ้างพยายามบิดเบือนความทรงจำเพื่อให้ใช้ชีวิตต่อไปได้ แต่ถึงจะพยายามลืมมากแค่ไหน สิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ 6 ตุลา ก็ยังคงทิ้งตะกอนไว้ในใจของเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

กลายเป็นภาวะไร้ความสามารถที่จะจำหรือลืม จะบอกเล่าจำให้ชัดเจนดั่งใจก็ทำไม่ได้ จะลืมไปเสียให้หมดก็ทำไม่ได้ ผู้เขียนจึงเรียกสภาวการณ์เช่นนี้ว่า ภาวะ “ลืมไม่ได้จำไม่ลง” หรือ “Unforgetting”

ในโอกาสครบรอบ 49 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา “สำนักพิมพ์มติชน” ชวนนักอ่านทุกท่านพบกับหนังสือ “ห้วงแห่งความเงียบงัน : ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519” (MOMENTS of SILENCE: The Unforgetting of the October 6, 1976, Massacre in Bangkok – MoS) เขียนโดย “ธงชัย วินิจจะกูล” แปลโดย “สุภัตรา ภูมิประภาส”

หนังสือเล่มนี้ เป็นงานวิชาการที่มีกลิ่นอายความทรงจำ ของทั้งผู้เขียนและผู้แปลที่เป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์ 6 ตุลา และมองว่าการจัดทำหนังสือเล่มนี้เป็นพันธกิจของชีวิต และเป็นสิ่งอุทิศให้แก่ผู้ที่จากไปในเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยนำเสนอการเปลี่ยนแปลงของ “ความทรงจำ” ต่อเหตุการณ์ 6 ตุลาหลังจากเหตุการณ์จบลง และนำเสนอประเด็นน่าสนใจที่ยังไม่เคยนำเสนอเป็นภาษาไทยมาก่อน

‘ความทรงจำ’ ของเหตุการณ์ 6 ตุลา

“ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ธงชัย วินิจจะกูล” กล่าวว่า ธีมหลักของหนังสือเล่มนี้คือการพูดถึง “ความทรงจำ” ของเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่เปลี่ยนไปในรอบ 40 ปีหลัง หนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงเหตุการณ์ไม่มากนัก แต่จะทิ้งปัญหาและปริศนาที่น่าสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ยังหาคำตอบไม่ได้

โดยเนื้อหาจะกล่าวถึงห้วงเวลาหลังจากนั้นว่ามีผลกับความทรงจำต่อ 6 ตุลา อย่างไร หรือ 6 ตุลา มีผลต่อเรื่องเหล่านั้นอย่างไร เช่น งานรำลึก 20 ปี 6 ตุลา ในปี 2539 มีผลอย่างไรต่อการที่สังคมไทยรับรู้เหตุการณ์นี้มากขึ้น “สังคมไทยพูดเรื่องอะไรได้ และอะไรไม่ได้บ้าง” เป็นต้น

เงื่อนไขและปัจจัยทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ พุทธศาสนา ตลอดจนความเป็นไทย ที่มีผลทำให้ผู้คนราวทศวรรษที่ 2540 รับรู้เรื่อง 6 ตุลา มากขึ้น แต่ก็ยังไม่ชัดเจน ปัจจัยเหล่านั้นสร้างการเข้าใจเหตุการณ์ 6 ตุลาขึ้นมาแบบไหน

ยกตัวอย่างเช่น “เหตุการณ์ 16 ตุลา” ที่ไม่มีอยู่จริง แต่ผู้คนนำเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 มารวมกัน ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเงื่อนไขอะไรบางอย่างที่ทำให้คนนำปัจจัยต่าง ๆ มาบวกกัน และสร้างเป็นเรื่องนี้ขึ้นมา

“ความเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขทางการเมือง ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การรัฐประหารหรือการเลือกตั้งเท่านั้น แต่หมายถึงบรรยากาศการพูดคุยเรื่องสิทธิมนุษยชน อำนาจรัฐที่มากขึ้นหรือน้อยลง มีผลทำให้ความทรงจำ 6 ตุลา ทั้งในฝ่ายผู้กระทำ ผู้ถูกกระทำ และคนทั่วไปที่เฝ้าสังเกตการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนไปอย่างไร”

บันทึกความทรงจำ-งานวิชาการ

ธงชัย วินิจจะกูล เป็นหนึ่งในเยาวชนนักโทษที่ถูกจำคุกในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลา โดยเป็นโฆษกหลักในวันและคืนมหาอำมหิตนั้น เขากล่าวถึงหนังสือเล่มนี้ที่เป็นทั้งบันทึกความทรงจำและงานวิชาการ ว่า ยากง่ายคนละแบบ เรื่องที่เกี่ยวกับส่วนตัวนั้นไม่ใช่แค่อารมณ์ความรู้สึก แต่เป็นเรื่องการ “ครุ่นคิด” กับเรื่องวันนั้นในแบบหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่การคิดแบบวิเคราะห์ด้วย แต่เป็นการคิดว่า “ทำไมคนเปลี่ยนความคิด ทำไมคนไม่รู้สึกผิดเลย และ ทำไมคนกลัวขนาดนั้น” เป็นต้น

“เมื่อเกี่ยวข้องกับตัวเอง ก็หนักเหมือนกัน เหตุการณ์วันนั้นทำให้ผมชะงักไปหลายตอน บางทีก็เป็นเดือน”

ขณะที่การทำงานในเชิงวิชาการก็ท้าทายไปอีกแบบ เนื่องจากไม่ชอบทำอะไรง่าย ๆ หนังสือเล่มนี้จึงใช้เวลาเขียนนาน เพราะให้เวลาในการคิดวิเคราะห์เยอะมาก

ความทรงจำที่เปลี่ยนไป เพราะปัจจัยการดำเนินของกาลเวลาที่ไปกระทบความทรงจำ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ธงชัย เผยว่า ใช้เวลานานมากกว่าจะคิดคำหนึ่งออกมาได้ นั่นคือคำว่า “ประวัติศาสตร์โหดร้าย” ซึ่งหมายถึงประวัติศาสตร์ในทุก ๆ ความหมาย

ความเปลี่ยนแปลงและไม่เปลี่ยนแปลง และอุดมการณ์ทางประวัติศาสตร์สามารถฆ่าคนได้ และเต็มไปด้วยความลวง ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยความลวง ทั้ง ๆ ที่เราคิดว่ากำลังหาความจริง

ปัจจุบัน เรารู้ว่าที่ผ่านมามีประวัติศาสตร์มากมายที่ผิด แต่มนุษย์ก็เติบโตมาท่ามกลางประวัติศาสตร์ที่ผิด มนุษย์ก็ไม่เห็นจะพังพินาศหรือสูญพันธุ์ แล้วรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่เรารู้อยู่ในปัจจุบันที่นั้นถูก

“มนุษย์เติบโตมาท่ามกลางประวัติศาสตร์ที่ผิดตลอดเวลาเป็นปกติ ประวัติศาสตร์ผิด ๆ ความทรงจำผิด ๆ หรือความทรงจำที่มีปัญหาเหล่านั้น เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของเรา”

การชุมนุมปี 63 และ 6 ตุลา 19

ส่วนหนึ่งในหนังสือ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ธงชัย เขียนไว้ว่า “ต้นฉบับ MOMENTS of SILENCE (MoS) แล้วเสร็จในปี 2561 และได้รับการตีพิมพ์ในปี 2563 เพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้าขบวนการเคลื่อนไหวของเยาวชนในปีนั้น ซึ่งมีส่วนทำให้ความทรงจำ 6 ตุลา เปล่งเสียงครึกโครมอย่างยิ่ง ถ้าผู้เขียนยังอยู่ระหว่างการเขียน MoS ในขณะที่ขบวนการเยาวชนในปี 2563 กำลังดำเนินไป ผู้เขียนคงจะเขียนบทที่ 11 ของหนังสือเล่มนี้เพิ่มเติม โดยให้ชื่อบทเพิ่มนี้ว่า Smashing the Ceiling หรือ ทะลุเพดาน”

เหตุการณ์ 6 ตุลา เปรียบเสมือนกุญแจไขประตูให้ขบวนการเยาวชนในปี 2563 เข้าใจการเมืองและสถาบันต่าง ๆ และทำให้เห็นปัญหาและตาสว่าง

“6 ตุลา มีส่วนกับขบวนการปี 63 และ ขบวนการปี 63 ก็มีส่วนกับความทรงจำ 6 ตุลา มันทำให้กว้างขวางและเป็นที่รับรู้มากขึ้น…ที่ผ่านมาเวลาจัดงานรำลึก 6 ตุลา หรือเขียนหนังสือให้คนรุ่นหลังรับรู้ เราไม่สามารถพูดอย่างจริงจังได้เลยว่าเขารับรู้จริงหรือไม่ จนกระทั่งหลังปี 63 ที่เรารู้ว่าจริง”

ธีมหลักของหนังสือเล่มนี้คือการเปลี่ยนแปลงของการเมืองในความหมายกว้าง ทั้งวัฒนธรรมการเมือง บรรยากาศการเมือง ที่มีผลต่อความทรงจำและการรับรู้เรื่อง 6 ตุลา เพราะฉะนั้นขบวนการเยาวชนในปี 2563 ย่อมเกี่ยวข้องกัน

ความทรงจำของตัวเอง ‘เปลี่ยน’

เมื่อถามว่า ธีมหลักของหนังสือเล่มนี้คือการเปลี่ยนแปลงของความทรงจำ อันเนื่องมาจากหลายปัจจัยที่สำคัญคือการเมือง แล้วความทรงจำของ “ธงชัย” ที่ผ่านมา ต่อ 6 ตุลา เปลี่ยนไปหรือไม่

เขาตอบทันทีว่า “เปลี่ยน” แต่วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ยังคงจำได้ไม่เคยเปลี่ยน แม้จะลืมรายละเอียดไปบ้าง สิ่งที่หนังสือเล่มนี้พยายามจะบอก คือ ความหมาย ความสำคัญ คุณค่า ผลดี ผลเสีย ผลกระทบต่อตัวเรา ต่อสังคม เป็นอย่างไร ความทรงจำจึงเป็นเรื่องของการให้ความหมาย

สำหรับตัวเอง ระยะแรกอาจจะเจ็บแค้น รู้สึกแย่ น่าเศร้า และยังร้องไห้อยู่บ่อย ๆ จนประมาณ 20-30 ปี ถัดมา อาจจะร้องไห้มากเกินไปแล้วก็เลยหยุด แต่ส่วนหนึ่งของการได้พูดถึง การที่คนพูดถึงเหตุการณ์นั้น ทำให้เราไม่ต้องเก็บไว้คนเดียว ได้เเชร์ออกมา มีคนร่วมแชร์ด้วย ก็ง่ายขึ้นที่จะใช้ชีวิตกับมันได้

“ผมยังคิดถึงมันทุกวัน ระยะแรก ๆ ผมคิดว่าควรทำอะไรดีกว่านั้นมั้ยในเช้าวันนั้น ไม่ใช่แค่อย่างที่เป็นอยู่ ก็ไม่มีคำตอบ เพราะสุดท้ายก็คิดไม่ได้ว่าควรทำอะไรได้ดีกว่านั้นมั้ยที่ทำให้คนไม่ต้องเสียมากขึ้น…หลังจากนั้นคำถามหลัก ๆ คือทำยังไงถึงจะไม่ให้คนลืม ทำยังไงที่จะให้คนเอนเกจกับมัน และสร้างความหมายกับมัน”

ปีหลัง ๆ คนพูดถึง 6 ตุลา มากขึ้น ก่อนปี 2563  ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ธงชัย กล่าวว่า ได้เขียนเรื่องการลอยนวลพ้นผิดในโอกาสรำลึก 40 ปี 6 ตุลา เมื่อปี 2559 ซึ่งนั่นมากกว่าการทำให้คนลืมไม่ลืมแล้ว เพราะคิดว่าคนพอจะรับรู้แล้ว

“ผมอยากให้คนคิดถึงมันในแง่ที่ว่าสังคมไทยเต็มไปด้วยการลอยนวลพ้นผิด แต่พูดอย่างตรงไปตรงมา ถ้าจะอาศัย 6 ตุลา เป็นช่องทางในการยุติการลอยนวลพ้นผิด ผมว่ายาก…ผมบอกเพื่อนฝูง ให้ทำใจว่าสักวันคนจะลืม ถ้าหาก Regime ยังไม่ Change เพราะมันเกิดขึ้นมานานก่อนเสื้อแดง ก่อนตากใบ กรณีเหล่านั้นยังมีคน Carry on ความทรงจำ แต่ 6 ตุลา รุ่นผมจะหมดแรงแล้ว”

จึงปล่อยให้เด็กขึ้นมาทำ เด็ก ๆ จะคิดกับ 6 ตุลาอย่างไรก็ต้องปล่อยเขา แต่คนรุ่นหลังจะมีสักกี่คนที่ติดตาม กลุ่มคนที่ติดตามเรื่องนี้จะค่อย ๆ เล็กลง

“ผมภูมิใจในเพื่อนฝูงหลายคนจำนวนมาก ที่ต่อสู้ยันให้ความทรงจำนี้ (เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519) มันอยู่ในสังคมไทย ให้คนรับรู้ ผมว่านี่เป็นวิธีตอบแทนเพื่อน ๆ ที่เสียชีวิตได้ดีที่สุด ถึงแม้เราจะฝืนธรรมชาติไม่ได้ว่าความทรงจำคนมัน Fade away”

จาก ‘ชาญวิทย์’ ถึง ‘ธงชัย’

“ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” เผยว่า ได้รู้จักกับ อ.ธงชัย ตั้งแต่ประมาณปี 2518 เมื่อเขาเข้ามาเป็นนักศึกษาปี 1 ธงชัยในวันนั้นเข้าเรียนวิชาพื้นฐานอารยธรรมไทยกับตน และได้คะแนนท็อปสุดในรุ่น โดยมารู้ทีหลังว่าในความเป็น “นักกิจกรรม” ธงชัยแทบไม่ได้เข้าเรียนเลย แต่ก็มักเป็นคนติววิชาให้กับเพื่อนร่วมรุ่นด้วยกัน โดยธงชัยเป็นนักเรียนเพียงไม่กี่สิบคนในรุ่นนั้นที่เลือกเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เป็นวิชาเอกในคณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

อย่างที่ทราบกันดี ธงชัยตกเป็นหนึ่งในเยาวชนนักโทษที่ถูกจำคุกในช่วงเหตุการณ์อาชญากรรมรัฐไทย วันมหาวิปโยค 6 ตุลา 2519 โดยเขาเป็นโฆษกหลักในวันและคืนมหาอำมหิตนั้น เขาอยู่และเห็นเพื่อน ๆ ของเขาถูกถล่มและยิงกราดด้วยอาวุธสงคราม ตัวเขารอดชีวิตมาได้และติดคุก ถูกดำเนินคดีโดยศาลทหารอยู่ราว 2 ปี และได้รับนิรโทษกรรมในสมัยรัฐบาล “พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์” เมื่อปี 2521

อ.ธงชัย ประสบความสำเร็จอย่างมากจากหนังสือ “Siam Mapped” ทั้งฉบับอังกฤษและฉบับแปลไทย และก็คงประสบความสำเร็จในหนังสือเล่มสำคัญเล่มที่สองที่เรากำลังพูดถึงกันในวันนี้ คือ Moments of Silence: The Unforgetting of the October 6, 1976 Massacre in Bangkok (Mos) ที่มีชื่อในภาษาไทยว่า “ห้วงแห่งความเงียบงัน ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519”

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. ชาญวิทย์ กล่าวอีกว่า หนังสือเล่มนี้ของ อ.ธงชัย เป็นทั้งสองอย่าง คือ เป็นทั้งบันทึกความทรงจำส่วนบุคคล ที่บรรยายให้เห็นภาพออันน่าสยดสยอง น่าสะพรึงกลัว และโศกเศร้าของเหตุการณ์วันนั้น แต่ในขณะเดียวกัน อ.ธงชัย ในฐานะของผู้ถูกกระทำก็พยายามที่จะเข้าใจจากมุมมองของฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายฆาตกร ฝ่ายพรรคพวกผู้สนับสนุนอาชญากรรมครั้งนั้น นี่น่าจะเป็นจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้

หนังสือเล่มนี้ เมื่อแปลออกเป็นภาษาไทย มีความยาวกว่า 500 หน้า จากคำแปลของนักแปลมือหนึ่ง “สุภัตรา ภูมิประภาส” นั้น เชื่อว่าเธอถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิดของ อ.ธงชัย ออกมาได้เป็นอย่างดีเยี่ยม แถมเธอยังแอบให้ของขวัญเพิ่มเติมด้วยความสอดแทรกบันทึกส่วนตัวของเธอ ซึ่งเมื่อครึ่งศตวรรษที่แล้ว เธอยังเป็นเด็กนักเรียนหญิงตัวน้อย ๆ ที่เข้ามาร่วมชุมนุมกับพวกพี่ ๆ แล้วถูกตำรวจจับไปขังคุกไว้หลายวัน ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอเข้าใจดีถึงสภาพของคนจำนวนเป็นพัน ๆ ที่ทั้งถูกการเข่นฆ่า ทั้งถูกกลุ้มรุมทำร้าย ล้มตาย หรือรอดหนีไปได้

หนังสือเล่มนี้มีทั้งหมด 10 บท บทแรกเป็นกรอบทฤษฎีทางวิชาการว่าด้วย “ความเงียบ” ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็น “การลืม” เป็นความทรงจำที่เราไม่ได้ลืม แต่เรามักจะผลักมันออกจากตัว พยายามที่จะไม่นึกถึงมันตลอดเวลา การแปลและการตีพิมพ์ออกมาเป็นภาษาไทยโดย “มติชน” นั้นห่างจากการตีพิมพ์ในภาษาอังกฤษเพียง 5 ปีเท่านั้นเอง นับว่ารวดเร็วทันควัน และควบคู่ไปกับสถานการณ์ของการที่จะครบรอบ 50 ปี 6 ตุลา ในปี 2569 นี้เอง

“หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา หนังสือพิมพ์ถูกปิด ข้อมูลจึงมีจำกัด ดังนั้นงานของ อ.ธงชัย จึงพิเศษเรื่องข้อมูล มีทั้งความทรงจำในฐานะผู้อยู่ในเหตุการณ์ และข้อมูลที่รวบรวมอย่างรอบคอบ รวมถึงข้อมูลจากต่างประเทศ อ.ธงชัย รออยู่ 20 ปี กว่าจะเริ่มต้นศึกษา เหตุการณ์ 6 ตุลา และใช้เวลาเขียนอีก 20 ปี หนังสือเล่มนี้จึงเป็นงานประณีต”

“เมื่อหนังสือเล่มนี้แปลเป็นไทยแล้ว ก็คงมีอิทธิพลต่อคนรุ่นใหม่ มีหลายเหตุการณ์ที่เห็นได้ชัดว่าคนรุ่นใหม่อยากรู้เรื่อง 6 ตุลา เช่น ช่วงปี 2563 ในการชุมนุมประท้วง มีการฉายภาพเหตุการณ์ 6 ตุลา มีการเรียกร้องข้อเสนอในการเปลี่ยนแปลงประเทศ หรือจะเป็นมิวสิควิดีโอเพลง “ประเทศกูมี” ที่นำภาพ 6 ตุลา มาประกอบ คนเข้าไปดูหลักล้าน แสดงว่าคนรุ่นใหม่ก็สนใจ และหนังสือเล่มนี้ก็น่าจะเป็น Best Seller…หนังสือเล่มนี้มาจากคนเขียนที่ดังที่สุดคนหนึ่งในโลก ไม่ใช่แค่ประเทศไทย”

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การเล่าเหตุการณ์ แต่พยายามวิเคราะห์ว่าทำไมเหตุการณ์นี้ถึงถูกลืมหรือถูกทำให้เงียบไปในสังคมไทย และมีกระบวนการ “ไม่ลืม” เป็นอย่างไรบ้าง เรื่องราวทั้งหมดช่างสลับซับซ้อน ที่เราแต่ละคนในฐานะปัจเจกชนที่สนใจต่อความเป็นมาของอดีต จะนำมาคิดในปัจจุบัน กลับการที่จะต้องเดินหน้าสู่อนาคตอย่างไร

ห้วงแห่งความเงียบงัน: ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519

  • ผู้เขียน: ธงชัย วินิจจะกูล
  • ผู้แปล: สุภัตรา ภูมิประภาส
  • ภาพปกและภาพเปิดบทโดย: ตะวัน วัตุยา
  • ทดลองอ่านได้ที่: https://bit.ly/3Vl7Eam
  • สามารถ PRE-ORDER ได้ตั้งแต่วันที่ 16 – 30 กันยายน 2568
  • เริ่มจัดส่งหนังสือตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
  • สำหรับรอบ PRE-ORDER ราคาเพียง 456 บาท จากราคาปกติ 570 บาท รับทันที ลายเซ็นนักเขียนและผู้แปล
  • พิเศษ พร้อมรับของที่ระลึก โปสการ์ดขนาด 10×15 cm. และที่คั่นหนังสือขนาด 4.5×15 cm. รวม 4 ชิ้น ในลวดลายพิเศษผ่านสัญลักษณ์แห่งความทรงจำต่อเหตุการณ์ 6 ตุลา ผ่านปลายฝีแปรงของศิลปินตะวัน วัตุยา