เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF ชี้ลดภาษีไม่พอดึง FDI ประเทศรายได้น้อย ชูวินัยการคลัง-สถาบันเข้มแข็ง เพิ่มโอกาสลงทุน 18%
Finance IMF ชี้ลดภาษีไม่พอดึง FDI ประเทศรายได้น้อย ชูวินัยการคลัง-สถาบันเข้มแข็ง เพิ่มโอกาสลงทุน 18%
เสนาฯ ผนึก SAM ดึงลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ ซื้อบ้านผ่าน LivNex เช่าก่อนเป็นเจ้าของ
Real Estate เสนาฯ ผนึก SAM ดึงลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ ซื้อบ้านผ่าน LivNex เช่าก่อนเป็นเจ้าของ
รัฐบาล มอบเงินสินไหม ‘ประกันภัยพิบัติฯ’ 2 ล้าน รายแรก เหตุน้ำป่าเชียงใหม่
Politics รัฐบาล มอบเงินสินไหม ‘ประกันภัยพิบัติฯ’ 2 ล้าน รายแรก เหตุน้ำป่าเชียงใหม่
แซมมี่ ชนิตา คว้ารางวัล Mom of the Year 2026 ปลื้มใจแม่ไทยปี 2569 มีความสุขมากขึ้น
Biz Movement แซมมี่ ชนิตา คว้ารางวัล Mom of the Year 2026 ปลื้มใจแม่ไทยปี 2569 มีความสุขมากขึ้น
GULF ตั้งบริษัทย่อย ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ รองรับไฟฟ้า 100 MM รับกระแส AI บูม
Finance GULF ตั้งบริษัทย่อย ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ รองรับไฟฟ้า 100 MM รับกระแส AI บูม
สหรัฐรื้อกฎไฟหน้ารถ เล็งแก้ปัญหาไฟแยงตา
Automotive สหรัฐรื้อกฎไฟหน้ารถ เล็งแก้ปัญหาไฟแยงตา
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,900 บาท
สุริยะ ยัน ‘เพื่อไทย-ภูมิใจไทย’ สัมพันธ์ราบรื่น เชื่อหลังศึกซักฟอกไม่เปลี่ยนสมการรัฐบาล
Politics สุริยะ ยัน ‘เพื่อไทย-ภูมิใจไทย’ สัมพันธ์ราบรื่น เชื่อหลังศึกซักฟอกไม่เปลี่ยนสมการรัฐบาล
ท่องเที่ยวจี้คลังทบทวน ภาษี Exit Fee 1,000 บาท
Business ท่องเที่ยวจี้คลังทบทวน ภาษี Exit Fee 1,000 บาท
สุริยะ ยันของบ 8 พันล้านซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คุ้มระยะยาว คาด 2 สัปดาห์ชงบอร์ดกลั่นกรอง
Politics สุริยะ ยันของบ 8 พันล้านซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คุ้มระยะยาว คาด 2 สัปดาห์ชงบอร์ดกลั่นกรอง
ดูทั้งหมด

นายกฯ มอบนโยบายตำรวจ แนะสร้างกลไกสากล แก้ปัญหาภัยมั่นคงทุกรูปแบบ

01 ต.ค. 2568 | 15:02น.

นายกฯ มอบนโยบายตำรวจ ย้ำต้องเป็นที่พึ่งประชาชน พร้อมปกป้องสถาบันด้วยชีวิต ไม่ให้ใครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ-เชื่อความสัมพันธ์ยิ่งกว่าพี่น้อง อยากเห็นตำรวจพูดเต็มปาก “ภัยยาเสพควบคุมได้” แม้เปลี่ยนรัฐบาล แนะสร้างกลไกสากล แก้ปัญหาภัยความมั่นคงทุกรูปแบบ

เวลา 13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมามอบนโยบายการปฏิบัติราชการแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้บริหาร ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยก่อนเข้าห้องประชุม นายอนุทินได้รับการต้อนรับจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แนะนำผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมรับการเคารพจากกองเกียรติยศ สตช.

จากนั้นนายอนุทินขึ้นกล่าวมอบนโยบายให้แก่ข้าราชการตำรวจ และผู้บริหารจำนวน 338 นาย ว่าวันนี้ตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง และรู้สึกแปลก ๆ เพราะความสัมพันธ์ของพวกเรานั้น ไม่ค่อยมีเช่นนี้เท่าไหร่ นั่งเกร็งมาตลอดตั้งแต่ลงจากรถ พี่ต่ายก็ได้รายงานจนมั่นใจว่าเรามีความเป็นพี่น้องกันมากกว่าเป็นระดับผู้บังคับบัญชา เรียกว่าเป็นเพื่อนก็ไม่ใช่ เพราะคำว่าพี่น้องสำคัญกว่าเยอะ และมากกว่า 80% ของนายตำรวจในห้องนี้ มีความผูกพันและสัมพันธ์กันนับทศวรรษ หลายคนเคยเห็นตอนวิ่งอยู่แถวห้องสำนักงานของ พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร อดีตรอง อ.ตร. ซึ่งเป็นพ่อตาของตน และบางคนเคยเห็นตนวิ่งอยู่ตรงสำนักงานของ พล.ต.อ.ธวัชชัย ภัยลี้ อดีต รอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นที่ที่ตนได้พบกับพี่ต่าย และก็ทำให้ตนได้รู้จักกับหลาย ๆ คนในที่นี้

ดังนั้น ในวันนี้ถือเป็นการมาพบกัน หนึ่งในภาระหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้รับเชิญมามอบนโยบายแก่ข้าราชการตำรวจ ตั้งแต่ระดับผู้บังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งถือเป็นระดับนายพลทั้งนั้น

เมื่อพูดถึงหน้าที่ตำรวจนั้น ตนตระหนักดีว่าอยู่ในอาชีพที่หนักที่สุดในโลก ตนได้เคยเห็นการทำงาน คนคนอื่นไปเที่ยวในช่วงเทศกาล แต่ตำรวจต้องอยู่เฝ้าพื้นที่ให้กับประชาชน ต้องทำงานอยู่ภายใต้การกดดันตลอดเวลา หลับนอนไม่เป็นเวลา บริหารจัดการเวลาส่วนตัวได้ยาก และแน่นอนว่าต้องอยู่ท่ามกลางภัยต่าง ๆ และความคาดหวังจากสังคมที่สูงมาก

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ตำรวจที่ตนถูกบ่มเพาะตั้งแต่เด็กถือเป็นที่พึ่งพา ตนเป็นเด็กที่อาม่าเลี้ยง ดื้อก็บอกจะให้ตำรวจจับ หรือถ้าไม่ทำตามคำสั่งก็จะจับส่งตำรวจ ไม่ว่าทำอะไรก็จะส่งตำรวจอยู่เสมอ สุดท้ายตนจึงได้มาเป็นลูกเขยตำรวจ แต่ก็ทำให้ตนได้บ่มเพาะนิสัย ที่ทำให้เชื่อมั่นในเรื่องของวินัยและความทุ่มเทเสียสละของตำรวจ หรือเรื่องของความคิดและเรื่องของการเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ดังนั้น เมื่อเป็นผู้ที่พิทักษ์สันติราษฎร์มาดูแลประชาชนให้กับรัฐบาล ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่วันนี้ตนถือว่าเป็นผู้ที่มีบุญพาวาสนาส่งให้มาเป็นหัวหน้ารัฐบาล และความสัมพันธ์ของตนกับคนทั้งหลายในห้องนี้ เหนือกว่าคำว่ามิตรภาพ ดังนั้น ตนพร้อมที่จะสนับสนุนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในทุกด้าน

ทั้งในด้านการดูแลทรัพยากรบุคคล ให้ทุกคนได้รับความเป็นธรรม การเจริญเติบโตก้าวหน้าในด้านหน้าที่ราชการ สวัสดิการ การดูแลสุขภาพใจของพี่น้องตำรวจทุกนาย ไม่ใช่แค่ที่นั่งอยู่ในห้องนี้ แต่ยังรวมถึงผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ตำรวจมีความพร้อมในการดูแลประชาชน

นายอนุทินยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานต่าง ๆ ตนได้มีโอกาสมาเรียนร่วมกับหลายคนในหลักสูตรรวมมิตร ทำให้ตนได้เห็นอัจฉริยภาพความสามารถทางราชการ ไม่ใช่เฉพาะตำรวจ หรือทหาร ข้าราชการพลเรือนเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ตนใกล้ชิดกับตำรวจ ตนได้เห็นความรู้ ความสามารถ และทำให้ความรู้สึกต่อข้าราชการตำรวจ ความมั่นใจมากขึ้นหลายเท่าตัว จึงได้นำแนวความคิดยุทธศาสตร์ที่หลายคนได้พูดคุยกับตนในช่วงนี้ที่มาเข้ารับการอบรม จากนั้นเราก็มีโอกาสได้ทำงานร่วมกันในหลายภารกิจ

เมื่อผมได้เข้ามาร่วมทำงานในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในสมัยแรก ก็ได้กำกับดูแลทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ต้องร่วมงานกับตำรวจอย่างหนักในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ต้องรับมือกับความกดดันและความเครียดของประชาชน

นายอนุทินกล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนยังต้องการให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกคนได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และทุ่มเททุกสรรพกำลังที่มีอยู่ คือเรื่องยาเสพติด ตนไม่อยากให้หัวหน้ารัฐบาลท่านไหนมาแล้วก็มาพูดเรื่องนี้กับท่าน ว่ายาเสพติดถือว่าเป็นภัยลำดับแรกที่สำคัญที่สุด จะต้องมีหมู่บ้านสีขาว มีการเอกซเรย์ แต่อยากให้หัวหน้ารัฐบาลไม่ว่าท่านไหนที่จะมาต่อจากตน เมื่อมาพบเรื่องนี้กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านสามารถลุกขึ้นยืนตอบแทนตำรวจทุกคนได้ ว่าได้จัดการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทั้งนี้ ปัญหายาเสพติดถือว่าเป็นภัย แต่ก็เป็นภัยที่ตำรวจควบคุมได้ ปัญหาพนันออนไลน์ อาชญากรข้ามชาติ ค้ามนุษย์ หลอกลวงประชาชน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพี่น้องประชาชน ยิ่งปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ตนถามว่าแล้วชีวิตพวกเราสบายขึ้นหรือไม่ ชีวิตพวกเรากลับยิ่งเครียดขึ้นเป็นลำดับ มีเรื่องนี้เมื่อไหร่ตำรวจโดนก่อนมหาดไทยแน่นอน เพราะจะเกิดคำถามว่าตำรวจทำไมไม่จับไม่ดำเนินการ

สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาต่อไป ต้องมีการโยกย้ายเรียกตัวช่วยราชการ ไม่มีปัจจัยอะไรเลยที่เป็นบวกให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากต้องมานั่งลงโทษกัน ดังนั้น สู้เราสร้างกลไกที่เป็นระดับสากล ไม่ว่าใครเข้ามาก็ขอให้ปฏิบัติตามกลไกนี้ และเชื่อว่ากลไกนี้จะต้องปราบอาชญากรรมต่าง ๆ ให้ได้ในระดับที่ไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามสูงสุดของประเทศ ส่วนเคสเล็กเคสน้อยถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องไม่ให้เป็นภัยที่ทำลายประเทศ และทำลายพี่น้องประชาชนให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ส่วนเรื่องของการสนับสนุน ตนให้สัตยาบันกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกท่าน ว่า นอกจากภารกิจหน้าที่นายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ซึ่งตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ตนไม่ยอมตั้งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพราะอยากทำงานกับตำรวจโดยตรง

ผมเชื่อว่าในยุคที่ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยุคที่พวกพี่ ๆ ทุกคนอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครรู้จักตำรวจดีกว่าตน ไม่มีใครมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตำรวจมากเท่าตน ตนเชื่อของตนแบบนี้ ตนจึงขอกำกับดูแลหน่วยงานนี้เองด้วยความภาคภูมิใจ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบสนองที่เท่าเทียมกันจากพี่ ๆ ทั้งหลาย

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า วันนี้เป็นการสัมมนาของผู้ที่อยู่ในระดับบริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ละท่านมียศตั้งแต่พลตำรวจตรีขึ้นไป สำหรับตนถือว่าเป็นนายพลทั้งนั้น นายพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องไม่เป็นนายพลที่เขาบอกว่าเรี่ยราด แต่นายพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องมีความเข้มแข็ง ตั้งแต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต้องเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เป็นกำลังสำคัญของประเทศ ทำหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ และผมก็มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขด้วย

ดังนั้น จะไม่มีช่วงไหนที่เราจะไม่สามารถบูรณาการการทำงานความร่วมมือกันได้ ทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจ ที่เราจะบันดาลความสันติสุขทั้งหลายให้เกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ

“ขอให้ทุกท่านยึดมั่นในหลักนิติธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม เพื่อให้องค์กรของพวกเรา คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหนึ่งในองค์กรหลักที่ดำรงความเป็นนิติรัฐให้กับประเทศไทย และเป็นที่พึ่งของประชาชน ในฐานะที่เขามองว่าเราคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของพวกเขา” นายกรัฐมนตรีกล่าว   

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้พวกเราทำงานด้วยกันอย่างใกล้ชิด และไว้ใจกันมองประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก ที่สำคัญพวกเราต้องร่วมกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นที่เคารพบูชาสูงสุดของพวกเรา และไม่ให้ใครมาทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทำความเสื่อมเสีย ว่ากล่าว ให้ร้ายสถาบันสูงสุดของเรา นี่คือภารกิจหลักอย่างหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าท่านจะมีเครื่องหมาย ว.ป.ร. อยู่บนบ่าของท่านหรือไม่ แต่ยศของท่านตั้งแต่เป็นนายตำรวจยศแรก ท่านได้รับพระราชทานมา

เพราะฉะนั้น ยศนี้เป็นของพระองค์ท่าน เราจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์เราด้วยชีวิต

โดยก่อนเดินทางกลับ นายกรัฐมนตรีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4)