Skip to content

เข็มทองเผย 6 ตุลาฯ สะท้อนโลกคู่ขนาน กระบวนการยุติธรรมบิดเบือนซ้ำรอยยุคปัจจุบัน

06 ต.ค. 2568 | 21:55น.
เข็มทองเผย 6 ตุลาฯ สะท้อนโลกคู่ขนาน กระบวนการยุติธรรมบิดเบือนซ้ำรอยยุคปัจจุบัน

ผศ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง นักรัฐศาสตร์และนักกฎหมายชื่อดัง แสดงความไม่พอใจอย่างหนักหลังอ่านหนังสือ “ห้วงแห่งความเงียบงัน” ที่บันทึกความทรงจำเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ชี้กระบวนการยุติธรรมในอดีตและปัจจุบันเป็น ‘โลกคู่ขนาน’ ที่บิดเบือนความจริงและละเมิดสิทธิผู้ถูกกระทำ เตือนถึงความซ้อนทับของความอยุติธรรมในยุคสมัยที่ยังคงดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้อง ร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สำนักพิมพ์มติชนร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานเสวนาหัวข้อ “6 ตุลา ห้วงแห่งความเงียบงัน” เนื่องในโอกาสเปิดตัวหนังสือ “ห้วงแห่งความเงียบงัน: ภาวะลืมไม่ได้ จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519” แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ Moments of Silence: The Unforgetting of the October 6, 1976, Massacre in Bangkok เขียนโดย ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล แปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส

ช่วงบ่ายมีการเสวนาไฮไลต์ในหัวข้อ “ความทรงจำในความเงียบงันตลอด 49 ปี เป็นอย่างไร? และอะไรคือใจความสำคัญของหนังสือเล่มนี้?” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ศ.ธงชัย วินิจจะกูล (ภาควิชาประวัติศาสตร์ ม.วิสคอนซิน-แมดิสัน สหรัฐอเมริกา), ผศ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง (คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ), และ ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข (คณะรัฐศาสตร์ มธ.) ดำเนินรายการโดย นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

“ไม่มีอะไรถูกต้องตามกฎหมายเลย”-นักกฎหมายกับความทรงจำที่ถูกล้อมกรอบ

เมื่อถูกถามถึงบทบาทของ “กฎหมาย” ในการจัดการความทรงจำของเหตุการณ์ 6 ตุลา ผศ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง ระบุว่า ขณะอ่าน Moments of Silence เขารู้สึกว่า แม้จะเป็นงานประวัติศาสตร์ แต่ในฐานะนักกฎหมาย กลับรู้สึก “โกรธ” อย่างมาก

“ไม่มีอะไรในเล่มนี้ที่ถูกกฎหมายเลย ตั้งแต่การจัดตั้งมวลชนฝ่ายขวา การคุกคาม การใช้ปฏิบัติการจิตวิทยา จนถึงกระบวนการพิจารณาคดีและการคุมขัง สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดมันออกนอกกรอบกฎหมายที่เรารู้จักกันทั้งสิ้น”

ผศ.เข็มทองกล่าวว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องในอดีต แต่ยัง “ซ้อนทับ” กับประสบการณ์ของผู้ต้องหาทางการเมืองในช่วงปี 2563–2564 อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในบันทึกของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งสะท้อนโลกคู่ขนานของกระบวนการยุติธรรมไทย

“กฎหมายจัดการความทรงจำ”-เมื่อเรื่องเล่าถูกจำกัดด้วยความเสี่ยง

นักวิชาการรัฐศาสตร์จากจุฬาฯ ยังชี้ว่า กฎหมายไม่ได้แค่ไม่คุ้มครองความยุติธรรมในอดีต แต่ยังเป็น “อุปสรรคสำคัญ” ต่อการสร้างและถ่ายทอดความทรงจำในปัจจุบัน

“เรามีกฎหมายหมิ่นประมาท กฎหมายอาญา ที่ทำให้ไม่สามารถพูดถึงบุคคลบางคนหรือบทบาทในอดีตได้เต็มที่ ความทรงจำจึงถูก shaped หรือบิดเบือนผ่านกรอบทางกฎหมายโดยตรง”

ยิ่งไปกว่านั้น การที่มี พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในอดีต ก็ส่งผลต่อความรู้สึกของสังคมว่า การพูดถึงเหตุการณ์เหล่านี้คือการ “เจ้าคิดเจ้าแค้น” ซึ่งเป็นการลดทอนคุณค่าของความทรงจำลงเหลือเพียง “ภาระทางศีลธรรม”

ผศ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง

6 ตุลาในฐานะ “เด็กใต้ถุนบ้าน”-เมืองไทยที่ยอมลืมเพื่อให้เจริญ

ผศ.ดร.เข็มทอง ใช้ภาพเปรียบเปรยว่า ความทรงจำของเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ คือ “เด็กที่ถูกขัง ถูกล่ามโซ่ไว้ใต้ถุนบ้าน” ซึ่งทั้งเมืองสามารถ “เจริญรุ่งเรือง” ได้โดยการยอมแลกกับการไม่พูดถึงความทุกข์ทรมานของเด็กคนนั้น

“สังคมไทยยอมไม่พูดถึง เพราะมันทำให้เมืองดู prosper แต่เมื่อไหร่ที่เมืองไม่ prosper ความทรงจำจะกลับมาอีกครั้ง และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน”

เขาอธิบายว่า ความสนใจต่อเหตุการณ์ 6 ตุลาในช่วงหลัง จึงเป็นผลจากภาวะความไม่พอใจในสังคม และเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงกับการต่อสู้ทางการเมืองในยุคใหม่

จากแนวรบกฎหมายสู่แนวรบวัฒนธรรม-ซีรีส์ หนัง ละคร แทรกการรำลึก

เมื่อถูกถามถึงการปะทุของความทรงจำผ่านป๊อบคัลเจอร์ในปัจจุบัน เช่น ซีรีส์ The Sign หรือหนัง Taklee Genesis ของมะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผศ.เข็มทองระบุว่า แนวรบทางวัฒนธรรมกำลังกลายเป็นพื้นที่ต่อสู้ใหม่ที่รัฐควบคุมไม่ได้ง่ายเหมือนแนวกฎหมาย

“เมื่อแนวกฎหมายแพ้ ก็ขยับมาแนววัฒนธรรม ทำหนัง ทำละคร เท่าที่ไม่โดนปิดจอ… แม้จะยังมีข้อจำกัด อย่างเนื้อหาที่ถูก ‘วอเตอร์ดาวน์’ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง แต่ก็ยังดีกว่าความเงียบโดยสิ้นเชิง”

‘ฝ่ายขวา’ ก็ยัง shape ความทรงจำ-ในรูปแบบใหม่

เขาเตือนว่า อย่าคิดว่าเพียงแค่มีการพูดถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา บ่อยขึ้น แล้วความทรงจำจะอยู่ฝั่งประชาธิปไตยเท่านั้น เพราะฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็มีความพยายาม “รีแบรนด์” ความทรงจำเช่นกัน

“คุณไม่จำเป็นต้องเถียงให้ชนะ แค่ทำให้มันเลอะเทอะก็พอ… ให้คนเชื่อไม่ได้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ แบบนี้ก็ถือว่า win แล้วในมุมของบางคน”

 จากรัฐสู่รากหญ้า: ความทรงจำไม่เคยเงียบ เพียงแต่ถูกดันไปใต้พรม

งานเสวนาปิดท้ายด้วยกิจกรรม “ตามรอยความทรงจำใน ม.ธรรมศาสตร์” โดย ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ อดีตคณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ นำผู้ร่วมงานเดินสำรวจจุดสำคัญในมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ท่ามกลางความสนใจของนักศึกษา ประชาชน และผู้ที่เคยร่วมเหตุการณ์อย่างคับคั่ง

บรรยากาศของวันนั้น ยืนยันว่า 49 ปีผ่านไป ความเงียบไม่ได้หมายถึงการลืม หากแต่เป็นสภาพของความทรงจำที่ยังคงถูกเจรจา ต่อรอง และขัดแย้ง

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

6 ตุลา