โฆษกรัฐบาล แจงแนวคิดปลูกกล้วยหอมทอง ศุภจี ให้หาโอกาส-ไม่ใช่เปลี่ยนอาชีพ
โฆษกรัฐบาลแจงดราม่าศุภจี ปมแนวคิดปลูกกล้วยหอมทอง ให้เกษตรกรหาโอกาส-ไม่ใช่ให้เปลี่ยนอาชีพ ชี้โควตาญี่ปุ่นต้องสูง 8 พันตันต่อปี แต่ไทยส่งได้ 2.5 พันตัน หวังสร้างโอกาส สร้างรายได้ ยันไม่ใช่การทำนโยบายแบบการเมือง
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกมาตัดพ้อถึงนโยบายการส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมทองไม่โดนด่าเหมือนสมัยของตน ว่ากรณีของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คงไม่เหมือนกัน เนื่องจากบางคนพูดทำนองเหมือนให้เปลี่ยนอาชีพ ถ้าอะไรปลูกแล้วราคาไม่ดี ให้เปลี่ยนอาชีพมาทำอย่างอื่น
แต่นโยบายของนางศุภจี คือเริ่มต้นจากการหาโอกาส จากเกษตรกรก่อน ซึ่งจากข้อเท็จจริงในแต่ละปี ประเทศไทยจะมีโควตาในการส่งออกกล้วยหอมทองไปที่ประเทศญี่ปุ่นปีละประมาณ 8,000 ตัน แต่ความสามารถที่เราทำได้ในตอนนี้คือประมาณ 2,500 ตัน ซึ่งยังมีพื้นที่เหลืออยู่อีกจำนวนมาก
นอกจากนี้ เรายังได้รับคำแนะนำจากประเทศญี่ปุ่นว่า ขณะนี้มีกล้วยหอมเขียวที่ราคาอาจถูกกว่ากล้วยหอมทอง แต่สามารถใช้ได้ทั้งเครือ ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์เห็นว่าเป็นโอกาสที่จะนำมาสนับสนุนให้กับเกษตรกร
แต่การจะผลิตอะไรก็ตามที่เป็นพืชผลทางการเกษตร จะต้องมีการดูองค์ประกอบโดยรวมเพิ่มเติม และสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ คือการหาโอกาสให้กับเกษตรกร และการสนับสนุนให้เกษตรกรเพาะปลูกเพิ่มรายได้
นายสิริพงศ์ระบุว่า ขอประชาสัมพันธ์ หากใครอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่ากระทรวงพาณิชย์ได้หาตลาดอะไรไว้บ้างแล้ว และมีความสนใจเป็นพิเศษ ขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กระทรวงพาณิชย์ เพราะถึงเวลานั้นเขาจะแนะนำว่าจะต้องใช้พันธุ์ไหนและแบบไหนถึงจะตรงตามออร์เดอร์ ซึ่งยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ ทำงานแบบสร้างสรรค์ ไม่ได้ทำงานแบบเน้นการเมือง
เมื่อถามว่าประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นเป็นการโจมตีทางการเมืองหรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเข้าใจว่าเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกระทรวงดังกล่าวนี้ตั้งใจทำงานทุกยุคทุกสมัย แต่การสื่อสารต้องตรงไปตรงมา บางคนบอกอยากปลูกอันนั้นอันนี้ หรือให้ปลูกอันอื่นแทน
รวมถึงนำไปเปรียบเทียบ จนทำให้เกษตรกรเสียความรู้สึก แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ละเอียดอ่อน ต้องระมัดระวังในการสื่อสาร ซึ่งนางศุภจียืนยันว่าสนับสนุนในการเพาะปลูกใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ทุกชนิด ถือว่าตรงไปตรงมา พร้อมย้ำว่านางศุภจีไม่ได้บอกให้เลิกปลูกอะไร หรือมาปลูกอะไรทดแทน แต่เป็นการพูดว่ายังมีโอกาสที่จะสามารถคว้าได้